โยโกฮามะ มารินอส – เอฟซี โตเกียว เกมตัดสินแชมป์เจลีกที่จะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลไทย

โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส
6 December 2019
212 VIEWS

วันเสาร์สุดสัปดาห์นี้ฟุตบอล “เจลีก1” ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นจะลงแข่งขันกันเป็นเกมสุดท้ายในฤดูกาล 2019 แล้ว โดย 9 คู่ 18 ทีมจะลงสนามพร้อมกันหมดในเวลา 12.00 น. ตามเวลาบ้านเรา

แน่นอนว่าไฮไลท์สำคัญจะเป็นเกมอื่นใดไปไม่ได้เลยนอกจากบิ๊กแมทช์ที่เป็นเกมตัดสินแชมป์เจลีก1 ฤดูกาล 2019 ที่เจ้าของฉายา “กะลาสี” โยโกฮามะ มารินอส “จ่าฝูง” จะเปิด นิสสัน สเตเดี้ยม รังเหย้าของตนเอง ซึ่งจุผู้ชมได้กว่า 72,000 คน มากที่สุดเหนือสนามอื่นใดบนดินแดนอาทิตย์อุทัย ต้อนรับการมาเยือนของเจ้าของฉายา “แก็สแมน” เอฟซี โตเกียว “รองจ่าฝูง”

นอกจากจะเป็นเกมที่มีความหมายถึงเดิมพันตำแหน่งแชมป์จนเป็นที่สนใจของแฟนบอลญี่ปุ่น และแฟนบอลของทั้ง 2 ทีมแล้ว เกมนี้ถือว่ายังมีความสำคัญต่อแฟนบอลชาวไทยด้วยเนื่องจากธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งของโยโกฮามะ มารินอส จะได้ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะไทยคนแรกที่คว้าแชมป์เจลีกฟุตบอลลีกสูงสุดของแดนอาทิตย์อุทัยได้สำเร็จ

ดังนั้นผมเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทย คงเทใจให้กับทัพกะลาสีในเกมนี้แบบทั้งใจ…เพื่อเอาใจช่วยให้แข้งขวัญใจคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของแดนอาทิตย์อุทัยได้สำเร็จ

และหากมันเกิดขึ้น ซึ่งมีโอกาสมากจริงๆ แฟนฟุตบอลชาวไทยที่รับชมเกมนี้ก็จะได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในเหตุการณประวัติศาสตร์นี้ไปด้วยกัน ซึ่งมันจะเป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำไปอีกนานเท่านาน…ภาพที่นักเตะเลือดเนื้อเชื้อไขชาวไทยจะได้ชูถาดแชมป์ และฉลองแชมป์ลีกฟุตบอลที่ว่ากันว่าดีที่สุดของทวีปเอเชีย

แค่คิดก็เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความภาคภูมิใจแล้วครับ…

ที่บอกว่ามีโอกาสมากจริงๆก็เพราะด้วยสถานการณ์ ณ ตอนนี้ต้องบอกว่า “เป็นใจ” ให้ทัพกะลาสีต้นสังกัดของ ธีราทร ก้าวขึ้นไปเถลิงแชมป์เจลีกที่รอคอยมานานกว่า 15 ปี หลังจากได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2004 เป็นอย่างยิ่ง จากคะแนนที่เป็นต่อคู่ต่อกรแย่งแชมป์อย่างพลพรรคแก็สแมนอยู่ 3 คะแนน (67 ต่อ 64) และ ผลต่างประตูได้เสียที่เป็นต่ออยู่ถึง 7 ลูก (+27ต่อ+20)

ดังนั้นหากโยโกฮามะ มารินอส ไม่แพ้ เอฟซี โตเกียว ในเกมนัดสุดท้ายที่จะได้ลงเล่นในบ้านของตัวเอง โดยจะชนะหรือเสมอกี่ประตูก็แล้วแต่ หรือหากพลาดท่าปราชัย แต่ไม่เกิน 3 ประตู แชมป์จะตกเป็นของทัพกะลาสีทันที

จากข้อแม้ข้างต้น หากจะพูดว่ามีโอกาสถึง 99 % ที่ในท้ายที่สุดแชมป์จะตกเป็นของโยโกฮามะ มารินอส และพวกเขาจะได้ฉลองแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง และแฟนบอลชาวไทยจะได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ ธีราทร ชูถาดแชมป์เจลีกเฉลิมฉลองกับเพื่อนร่วมทีมก็คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงไปนัก

Ctrdit : @prompt_fmarinos

ยิ่งผลงานในบ้านของทัพกะลาสีก็ยิ่งช่วยตอกย้ำโอกาสในการคว้าแชมป์ของพวกเขาเข้าไปอีก โดยต้องบอกว่าทัพกะลาสีมีฟอร์มการเล่นในบ้านที่แข็งแกร่งมากๆจากการ ชนะถึง 11 เกม เสมอ 3 เกม และแพ้ 2 เกม ซึ่งถือว่าแพ้น้อยที่สุดในลีก โดยแพ้ครั้งสุดท้ายในบ้านก็ต้องย้อนไปกลางเดือนสิงหาคมเลย ในเกมที่พ่ายให้กับ เซเรโซ โอซาก้า แต่หลังจากนั้นพวกเขาชนะรวดมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว

มิหนำซ้ำพลพรรคผู้เล่นของ โยโกฮามะ มารินอส ก็กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอ์รมดีมากๆ ทั้งแนวรุกที่สุดอันตรายจากบราซิเลี่ยนคอนเนคชั่นอย่าง มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำดาวซัลโวเจลีกที่กดไปแล้ว 15 ประตู , เอริค ลิม่า และ มาเธอัส ผนวกกับ เทรุฮิโตะ นะคะงะวะ ดาวเตะฟอร์มร้อนเลือดบูชิโดที่ยิงไป 15 ประตู เป็นดาวซัลโวเจลีกร่วม ที่ยิงประตูในลีกมา 3 นัดติด หรือในเกมรับที่ลงตัวและฟอร์มดีมากๆทั้ง ธีราทร , ชินโนสุเกะ ฮะทะนะกะ ปราการหลังทีมชาติญี่ปุ่น หรือแนวรับเลือดแซมบ้าอย่าง เทียอาโก้ มาร์ติน

นอกจากนั้นในเกมลีก โยโกฮามะ มารินอส ก็ไม่เคยถูกคู่ต่อสู้บุกมายิงถึง 4 ประตูหรือมากกว่านั้นในบ้านเลยตลอดฤดูกาลนี้ และการเสีย 4 ประตูหรือมากกว่านั้นในบ้านครั้งสุดท้ายก็ต้องย้อนไปเดือนสิงหาคม 2018 ในเกมที่พ่าย ฮิโรชิมะ ซานเฟรซเช่ 1 – 4

กลับกันเอฟซี โตเกียว สามารถออกไปยิงประตูคู่ต่อสู้ในเกมลีกถึง 4 ประตูหรือมากกว่านั้นไม่ได้เลยตลอดฤดูกาลนี้ ทำได้ดีที่สุดคือ 3 ประตูในเกมบุกเอาชนะ โชนัน เบลมาเร่ 2-3 และชนะวิสเซล โกเบ 1 – 3 ส่วนการออกไปยิงคู่ต่อสู้ในเกมลีกได้ถึง 4 ประตูหรือมากกว่านั้นต้องย้อนไปเดือนเมษายน 2018 ที่บุกเอาชนะ วีวาเรน นางาซากิ 2 – 5

อีกทั้งในเกมนี้ “แก็สแมน” อาจจะต้องขาด 2 ดาวยิงคนสำคัญอย่าง ดีเอโก้ โอลิเวร่า รองดาวซัลโวเจลีก กับ เคนสุเกะ นะงะอิ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเกมล่าสุดที่พบกับ อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ จนถูกเปลี่ยนตัวออกทั้งคู่ โดยทั้งคู่ถือเป็นตัวความหวังในเกมรุกของแก็สแมนอย่างแท้จริง ยิงรวมกัน 23 ประตู (โอลิเวร่า 14 นะงะอิ 9) ครึ่งหนึ่งที่เอฟซี โตเกียว ทำได้ในฤดูกาลนี้ ดังนั้นหากเอฟซี โตเกียว ขาดทั้งคู่ไปจริงก็เปรียบเสมือนขาดอาวุธสำคัญในการเจาะตาข่าย โยโกฮามะ มารินอส ภารกิจที่จะบุกมาพิชิตชัยด้วยสกอร์ถล่มทลายจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ฉะนั้นการกล่าวว่าแชมป์อยู่ในมือของ โยโกฮามะ มารินอส ถึง 99% แล้วจึงไม่เป็นการกล่าวเกินไปนัก…

อย่างไรก็ตามแม้ดูเหมือนแชมป์จะอยู่ในมือของทัพกะลาสี 99% แต่มันก็มีสิทธิ์ที่เอฟซี โตเกียว จะสร้างปาฎิหาริย์ที่เหลือ 1 % ให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน

“ถ้าเราไม่สามารถเอาชนะได้ 4 ประตู ในท้ายที่สุดเราก็จะไม่ได้แชมป์ โอกาสของเราดูเหมือนจะมีแค่ 1 % หรือน้อยกว่านั้น แต่ตราบที่เรายังมีโอกาสผมอยากให้พวกเราสู้ไปด้วยกัน”

Ctrdit : @prompt_fmarinos

ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยของ เคนตะ ฮาเซงะวะ กุนซือวัย 54 ปีของเอฟซี โตเกียว ดูจะยอมรับว่าพวกเขามีโอกาสน้อยมากๆที่จะพลิกสถานการณ์ในเกมนี้ และคงต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์เท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีพวกเขาจะไม่ยอมแพ้ และจะสู้จนถึงนาทีสุดท้าย

บางทีสิ่งเดียวที่จะเป็น 1% ให้เอฟซี โตเกียว สร้างปาฏิหาริย์ให้พวกเขาได้สำเร็จในเกมนี้ก็คือ “สไตล์การเล่น” ของ โยโกฮามะ มารินอส นั้นเหมือนจะ “เข้าทาง” พวกเขา

อย่างที่ทราบว่า อังเก พอสเตโคกลู กุนซือของ โยโกฮามะ มารินอส นั้นมีปรัชญาฟุตบอลหรือสไตล์การทำทีมที่ชัดเจนในการเน้นเกมรุก โดยจะครองบอลเปิดเกมบุกเข้าใส่คู่แข่งตลอดเกม ทว่านับตั้งแต่ปี 2018 ที่เจ้าตัวเข้ามาคุมทัพกะลาสีนั้น ยังไม่เคยเอาชนะ เอฟซี โตเกียว ของ เคนตะ ฮาเซงะวะ ในเกมลีกได้เลยทั้ง 3 ครั้งที่เจอกัน และเป็นการแพ้ทั้ง 3 ครั้ง

เอฟซี โตเกียว ของ เคนตะ ฮาเซงะวะ นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของเกมรับที่เหนียวแน่น โดยฤดูกาลนี้พวกเขาเสียประตูแค่ 26 ประตูเท่านั้นน้อยที่สุดรองจาก เซเรโซ โอซาก้า เท่านั้น และอาศัยจังหวะโต้กลับเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่พวกเขาทำได้ดีมากๆเล่นงานใส่คู่แข่ง ซึ่งการเจอกับ โยโกฮามะ มารินอส ของ อังเก พอสเตโคกลู พวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วในทุกครั้งที่เจอกัน

โดย ทัพกะลาสี แม้จะเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า 70 % ในทั้ง 3 เกม แต่ก็โดนทีเด็ดโต้กลับของ เอฟซี โตเกียว เล่นงาน อย่างเกมเกมล่าสุดที่พบกันเมื่อเดือนมิถุนายนในบ้านของเอฟซี โตเกียว ที่โยโกฮามะ มารินอส ครองบอลมากถึง 73% แต่เอฟซี โตเกียว ใช้วิธีตั้งรับและฉกฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของทัพกะลาสีมาทำประตูได้ถึง 4 ประตู เอาชนะไปได้ 4-2 ในที่สุด

นี่จึงน่าจะเป็น 1% ที่ทางฝั่ง เอฟซี โตเกียวยังพอหวังได้ว่าจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ในเกมสุดท้ายและพลิกสถานการณ์เป็นฝ่ายคว้าแชมป์เจลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรไปครอบครอง

น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งครับว่าในท้ายที่สุดการเผชิญหน้ากันระหว่าง โยโกฮามะ มารินอส กับ เอฟซี โตเกียว ในเกมนัดสุดท้ายของเจลีกฤดูกาลนี้ และเป็นเกมที่มีความหมายถึงการตัดสินแชมป์นั้น ผลจะลงเอยอย่างไร

เราจะได้ร่วมลุ้นใน 90 นาทีที่นิสสัน สเตเดี้ยมไปพร้อมๆกันครับ

โดยทรูวิชั่นส์ถ่ายทอดฟุตบอลเจลีกนัดตัดสินแชมป์ โยโกฮามะ มารินอส พบ เอฟซี โตเกียว วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม ทางทรูสปอร์ต เอชดี 2 (ช่อง 667) และ True4U เวลา 12.00น.