ชาบี เออร์นานเดซ กับภารกิจที่ยิ่งใหญ่

23 September 2018
120 VIEWS

หากให้พูดถึงมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก เชื่อเหลือเกินว่าจะต้องมีชื่อ ชาบี เอร์นานเดซ ปรากฎขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้

มิดฟิลด์ร่างเล็กผู้เปรียบเสมือน “วาทยากร” หรือ “คอนดักเตอร์” ลูกหนัง ผู้ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะของเกมได้ทั้งเกมเพียงปลายเท้า

ครั้งหนึ่ง โยฮัน ครัฟท์ ตำนานลูกหนังชาวดัทช์และสโมสรบาร์เซโลนาเคยกล่าวไว้ว่า “นักเตะที่สามารถควบคุมและกำหนดจังหวะการเล่นเสมือนคอนดัคเตอร์ก็คือชาบี”

คำยกยอปอปั้นจากปากของตำนานนักเตะและบรมกุนซือ ตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่และฝีเท้าอันฉกาจฉกรรจ์ของ 2 มิดฟิลด์ที่ว่ากันว่า “ดีที่สุดในโลก” ได้เป็นอย่างดี

ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เหมือนเดิมจากอายุอานามที่มากขึ้นทำให้ชาบีจำต้องเปลี่ยนเส้นทางบนโลกลูกหนังจากทวีปยุโรปเคลื่อนคล้อยมาหาภารกิจที่ท้าทายครั้งใหม่ทางฝั่งตะวันออกที่ทวีปเอเชีย กับ อัล ซาด ยอดทีมจากการ์ตา

อย่างไรก็ดี  แม้จะไม่แข็งแกร่งเท่าเวทีลูกหนังยุโรป แต่เวทีลูกหนังเอเชียก็ไม่ใช่งานง่ายเลยสำหรับวาทยากรลูกหนังชื่อก้องโลกอย่าง ชาบี

นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับ อัล ซาด ในปี 2015 ชาบี ยังไม่เคยสัมผัสกับแชมป์ลีกสูงสุดของกาตาร์เลย และต้องรอจนถึงปี 2017 กว่าจะได้แชมป์กับ อัล ซาด ทั้งแชมป์ Crown Prince Cup และ Emir Cup

ส่วนศึกใหญ่ระดับทวีปอย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ก็ตกรอบเพลย์ออฟมาตลอดในปี 2016 – 2017 และต้องรอถึงปี 2018 กว่าจะได้เล่นในรอบสุดท้าย

บางทีการยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้วาทยากรลูกหนังในวัย 38 ปีผู้นี้ตัดสินใจขยายสัญญากับ อัล ซาด ออกไปอีก 2 ปี เพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่

นั่นคือการพา อัล ซาด กลับมาเป็นแชมป์ลีกสูงสุดขอกาตาร์อีกครั้งหลังจากได้ครั้งสุดท้ายในปี 2012 – 2013 และภารกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับเอเชียกับแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทีอัล ซาด เคยได้ครั้งสุดท้ายในปี 2011

สำหรับแชมป์ลีกสูงสุดของกาตาร์อาจยังไม่สามารถตัดสินได้ในตอนนี้ และยังคงต้องต่อสู้กันต่อไปเมื่อเพิ่งผ่านพ้นการแข่งขันมาเพียง 5 นัดเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อัล ซาด รั้งในตำแหน่งรองจ่าฝูง

ทว่าอีกหนึ่งภารกิจที่ยิ่งใหญ่และมีแนวโน้มว่าจะทำได้สำเร็จแล้วก็คือการคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก

เมื่อ ชาบี สามารถพาอัล ซาด ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เมื่อล่าสุดสามารถปราบ เอสเตกัล ยอดทีมจากอิหร่านไปได้ในรอบควอเตอร์ไฟนอล โดยต้องบอกว่าผลงานส่วนตัวของวาทยากรลูกหนังในรายการนี้นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัล ซาด เดินทาถึงจุดนี้

ก่อนเจอ เอสเตกัลนัดล่าสุด ชาบี ลงสนามไป 8 นัด มีเปอร์เซ็นความแม่นยำในการผ่านบอลถึง 90% สร้างโอกาสอีก 24 ครั้ง แอสซิสต์ 4 ครั้ง และทำได้ 1 ประตู

ด้วยผลงานส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมทำให้เจ้าตัวมีความมั่นใจอย่างมากว่าทีมจะสามารถประสบความสำเร็จกับถ้วยใบใหญ่ของเอเชียได้

“ตอนนี้เรามีทีมที่ดีมาก ฤดูกาลนี้เราเสริมทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เราได้ กาบี (อดีตกัปตันทีมแอตเลติโก มาดริด) เราได้จุง วู ยอง ดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้ และผู้เล่นฝีเท้าดีของกาตาร์อีกหลายคน ผมคิดว่าเราแข็งแกร่งพอที่จะคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกได้”

ซึ่งถ้าวาทยากรลูกหนังวัย38 ปีผู้นี้สามารถบรรลุภารกิจที่ยิ่งใหญ่พาอัล ซาด คว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกในปีนี้ได้ จะทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกที่ได้ชูถ้วยระดับสโมสรทั้งของทวีปยุโรป และเอเชีย ทันที

น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่าในท้ายที่สุดแล้ว ชาบี จะสามารถบรรลุภารกิจของเขาได้สำเร็จหรือไม่

แต่สำหรับผมเพียงแค่ได้เห็นวาทยากรลูกหนังผู้นี้ควบคุมจังหวะและบรรเลงเพลงลูกหนังด้วยปลายเท้าบนสนามหญ้า ก็เป็นความสุขมาก ๆ แล้วครับ

 

อ้างอิง :

http://www.the-afc.com/competitions/afc-champions-league/latest/news/xavi-we-are-favourites-to-go-through

http://www.goal.com/en-us/news/88/spain/2011/01/03/2288062/johan-cruyff-claims-barcelona-midfielder-xavi-should-collect