ฟุตบอลช่วง “เทศกาล”

25 December 2018
647 VIEWS

ถ้าจะนับวันกันจริง ๆ ฟุตบอลช่วง “เทศกาล” หรือก็คือ Christmas & New Year Festive Football Schedule เริ่มนับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.เกมลิเวอร์พูล เยือนวูฟล์ฟ ได้เลย และจะไปจบเอาที่ 3 ม.ค.ปีหน้าเกม “ซูเปอร์บิ๊กแมตช์” ลิเวอร์พูล เยือนแมนฯซิตี้

คร่าว ๆ ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ หรือไม่ถึงดี แต่ละสโมสรพรีเมียร์ลีกต้องลงเตะทั้งสิ้น 4 แมตช์ หรือเฉลี่ย ๆ แล้ว 1 แมตช์ใน 3 วัน

ณ ช่วงเวลาที่ชาวบ้าน ชาวช่อง ชาวโลก “หยุดยาว” เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ลีกฟุตบอลทั่ว ๆ ไปรวมถึง “ลีกหลัก” ลาลีกา, บุนเดสลีกา, ลีก เอิง และกัลโช่ เซเรีย อา ต่างหยุด “พักเบรก” กันหมด แต่อังกฤษไม่หยุดเป็น “ประเพณี” ที่มาพร้อม ๆ กับเสียง “โจษจัน” ทุกปีเมื่อถึงเวลานี้

ทำไมไม่หยุด ชาวบ้านเค้าหยุดกัน?

ทำแบบนี้ “นักฟุตบอล” จะไม่ไหว จะช้ำ จะไม่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัว!

ฯลฯ และ ฯลฯ

อันนำมาซึ่งซีซั่น 2019/20 เดือน ก.พ.ลีกผู้ดีจะยอมเบรก “ชดเชย” ให้ 10 วันในเดือน ก.พ.เพื่อให้ทีมฟุตบอลได้หยุดพักกัน

เสมือนเป็นเบรกหนีหนาว หรือ winter break ของพรีเมียร์ลีก และบอลอังกฤษ

แต่ก็อ่ะนะครับ มันก็ไม่ใช่ “วันหยุด” ช่วงเทศกาลอยู่ดี

“ถ้าถามผมนะครับ ซิตี้จะชนะ ทำประตู และเก็บแต้มสร้างสถิติได้สบาย ๆ หาก “ฆ่า” นิสัยการเสียประตูที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า consolation goal ให้ได้ซะก่อน”

“Consolation goal คือ ประตูที่เสียให้คู่แข่งตอนตัวเองนำแล้วเยอะ ๆ ในจังหวะ “เผลอไผล” ในเกม เช่น ท้ายแมตช์ หรือบางเสี้ยววินาทีระหว่างเกมไม่ว่าจะตอนไหน ตอนใด สกอร์ใด ก็ตาม”

“ทั้งที่ตัวเอง “ควบคุม” สถานการณ์ได้หมด ชนิดให้เตะอีก 10 วัน หรือ 100 ชั่วโมง คู่แข่งก็ไม่มีทางยิงได้ หากไม่พลาดซะเอง”

-ผมได้เขียนประโยคข้างต้นไว้ในบทความนี้ http://bit.ly/2PObepe เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมานะครับ

ล่าสุดกับบทความเรื่อง “เป๊ปก็คน และเรือใบไม่ใช่เอเลียน” โดยคอลัมนิสต์ “มาริโน่” ทำให้เห็นว่า แมนฯซิตี้ “มีพลาด” ตั้งแต่เกมแรกของของช่วง Festive Football หลังเปิดบ้านพ่าย คริสตัล พาเลซ 2-3

หลังโดน “กดดัน” โดยลิเวอร์พูลที่เตะก่อน “ชนะก่อน” เหนือวูลฟ์ส และทำคะแนนฉีกหนีไป 4 แต้ม

นับจากนี้อีก 2 นัดก่อนจะเจอกันเอง 3 ม.ค.ที่ “เอทิฮัด สเตเดี้ยม” หงส์แดง ในฐานะจ่าฝูง จะเปิดบ้านเจอ นิวคาสเซิล (26 ธ.ค.) ตามด้วยรับมืออาร์เซนอล ในแอนฟิลด์เช่นกัน 29 ธ.ค.

ขณะที่แชมป์เก่า แมนฯซิตี้ จะเยือนคิงส์พาวเวอร์ ของเลสเตอร์ (26 ธ.ค.) และเยือนเซาแธมป์ตัน (30 ธ.ค.)

ดังจะเห็นว่า มีเกมที่เซนต์ แมร์รี ที่ “เป๊ป” กับเด็ก ๆ เตะทีหลังลิเวอร์พูล และหากสถานการณ์เป็นไปแบบไม่พลิกโผใด ๆ (แม้หงส์แดงจะดูหนักหน่วงกว่าที่ต้องเจออาร์เซนอล) แต้ม ณ ตอนนั้นมีโอกาสห่าง 7 คะแนน

อาจจะ “กดดัน” และทำให้แมนฯซิตี้ ทีมแห่งศิลปินจนสมองไม่ใส ปลอดโปร่งโล่งใจ และเตะไม่ออกได้อีกหรือไม่?

คิดเห็นกันอย่างไร กับโอกาสของทั้งหงส์แดง และเรือใบ หรือสงสารนักเตะพรีเมียร์ลีก กันไหม

ร่วมเม๊าท์มอยกันได้ตามปกตินะครับ

สุดท้ายขออนุญาต Merry Christmas 2018 คุณผู้อ่าน SPORTDesk. ที่น่ารักทุกคนครับ