ความเชื่อผิด ๆ ที่แอนฟิลด์

17 August 2018
3,283 VIEWS

วันก่อนเห็นภาพนักเตะลิเวอร์พูล กำลังสเตรทชิ่งกล้ามเนื้อภายในสนามซ้อมอินดอร์ที่เมลวู้ด แต่สิ่งที่สะดุดตามากกว่าพวกนักบอลคือฉากหลังประตูขนาดยักษ์เต็มพื้นที่ เป็นภาพแฟนบอลโบกธง ชูผ้าพันคอกันสลอน จำลองของจริงบนอัฒจันทร์เดอะ ค็อป เอนด์  มาเลยทีเดียว

เข้าใจว่าคงเป็นไอเดียบรรเจิดของสโมสรที่ต้องการให้นักเตะสร้างความคุ้นเคยกับภาพแบบนี้ บรรยากาศแนว ๆ นี้ เพื่อเวลาลงเตะจริง จะได้ไม่ตื่น ไม่แข้งขาสั่น เพราะนี่คือสแตนด์เชียร์ที่มีมนต์ขลังมีชื่อเสียงโด่งดังสุดในโลก

ขลังจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ ๆ คือลิเวอร์พูล ถือเคล็ดว่าถ้าชนะเสี่ยงเหรียญ พวกเขาจะเลือกแดนด้วยการออกสตาร์ตบุกใส่ฝั่งแอนฟิลด์ โร้ด ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเดอะ ค็อป เอนด์

หรืออีกนัยแปลว่าพวกเขาต้องการหันหน้าหากองเชียร์ฝั่งเดอะ ค็อป ในครึ่งหลัง

มีความเชื่อว่าเสียงเชียร์และบรรยากาศของเหล่าเด็กหงส์บนอัฒจันทร์ฝั่งนั้น จะช่วยกระตุ้นนักเตะ ปลุกวิญญาณนักสู้ในช่วงเวลาที่ทั้่งสองทีมอาจเริ่มเรี่ยวแรงร่อยหรอ

หลักฐานนับไม่ถ้วนที่ลิเวอร์พูล พลิกสถานการณ์เป็นรองจากครึ่งแรก กลับมาชนะคู่แข่งตามเสียงเร่งเร้าของเหล่าแฟน ยิ่งเพิ่มพูนความขลังและศักดิ์สิทธิ์ให้เดอะ ค็อป เอนด์ เหมือนเอาผ้าสีไปผูกเสาอย่างไรอย่างนั้น

แต่บางความเชื่อที่อิงตามหลักเหตุและผล อ้างว่าลิเวอร์พูล เลือกบุกใส่ฝั่งตรงข้ามกับเดอะ ค็อป เอนด์ ก่อน เป็นเพราะแสงแดดยามบ่าย ส่องไปฟากนั้น

คู่แข่งโดนแดดแยงตา ย่อมเสียเปรียบ พอครึ่งหลัง แม้ลิเวอร์พูล ต้องหันหน้าบุกฝั่งเดียวกันบ้าง แต่ก็เริ่มแดดร่มลมตก แสงโดนอัฒจันทร์บดบัง

อันนี้ยอมรับว่ามีส่วนจริง ด้วยประสบการณ์ตรง เคยซื้อตั๋วไปนั่งปนกับแฟนบอลบนแอนฟิลด์ โร้ด ในแมตช์ที่คิกออฟตอนบ่ายสาม เจอแดดส่องหน้าเต็มๆ ยิ่งเกมเล่นกันเนือย ๆ เอื่อย ๆ ปรากฏว่างีบหลับฝันกลางวันไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตาม นั่นคือก่อนยุคที่วงการทีวี มีอิทธิพลครอบงำพรีเมียร์ ลีก แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทีมใหญ่ยังลงสนามบ่ายสามโมงวันเสาร์เป็นปกติ ผิดกับทุกวันนี้ ทีมแม่เหล็กอย่างลิเวอร์พูล โดนดึงไปออกจอ ไม่เตะเที่ยงก็หวดเย็น บางทีค่ำเลยอย่างเช่นโปรแกรม “มันเดย์ ไนท์” ไปเยือนคริสตัล พาเลซ

แต่การเลือกฝั่งเลือกแดนก็กลายเป็นเทรดิชั่น เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของลิเวอร์พูล ไปแล้วไม่ว่าแสงแดดแยงตา หรือเล่นภายใต้สปอตไลท์ไฟสนาม

ฉะนั้น ทุกครั้งเวลาดูหงส์เตะที่แอนฟิลด์ ถ้าเห็นออกสตาร์ตด้วยการยืนหันหลังให้ฝั่งเดอะ ค็อป พร้อมกับบุกใส่แอนฟิลด์ โร้ด ขอให้รู้ไว้เลยว่าพวกเขาเป็นฝ่ายชนะเสี่ยงเหรียญ

เพราะในทางกลับกัน ถ้าคู่แข่งเสี่ยงเหรียญชนะบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็จะเลือกทำลายเทรดิชั่นนี้ บังคับลิเวอร์พูล ทำสิ่งที่สวนทางความเชื่อ ไซโค กวนประสาท

เหมือนที่เวสต์แฮม พยายามฉวยโอกาส ช่วงชิงความได้เปรียบเหนือทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ตั้่งแต่ยังไม่เขี่ยลูก

เรียกว่าเล็กๆ น้อยๆ นิดๆ หน่อย ๆ ก็เอา

แต่ผลลัพธ์ 4-0 น่าจะยืนยันว่าแท็คติกนี้ไม่ได้ผล มิหนำซ้ำจะยิ่งกระทืบทีมเยือนให้ม้ามแตกแหลกคาตรีนเจ้าถิ่นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

เพราะแค่ 45 นาทีแรก หงส์แดงก็สยายปีกยิงห่าง 2-0 ต่อหน้าเดอะ ค็อป เอนด์ เข้าป้ายเช็กบิลเรียบร้อย

สภาพของขุนค้อนไม่ต่างอะไรจากแมนฯ ซิตี้ ตอนมาเยือนในแชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนมีนาคม และชนะเสี่ยงเหรียญ เลือกให้ลิเวอร์พูล เปิดฉากด้วยการบุกหาฝั่งเดอะ ค็อป ก่อน

ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง นักเตะเรือใบเดินคอตกกลับเข้าห้องแต่งตัวราวรู้ชะตากรรมว่าเส้นทางสายยุโรป คงมาถึงทางตันหลังจากตามสุดกู่ 0-3

แม้แต่การเจอกันก่อนหน้าในพรีเมียร์ ลีก ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็เลือกแดนแบบเดียวกัน ก่อนโดนเปิดบริสุทธ์แพ้เป็นครั้งแรก 3-4

สปีดความเร็วของฟุตบอลสไตล์เฮฟวี่เมทัล หมายถึงลิเวอร์พูล พร้อมออกสตาร์ตด้วยความเกรี้ยวกราวดดุดันรุนแรงประหนึ่งขึ้นอินโทรก็ฟาดกลองทุ่มกีตาร์ โดยไม่สนว่าเบื้องหน้าจะเป็นเดอะ ค็อป เอนด์ หรือแอนฟิลด์ โร้ด

เป็นความเชื่อผิด ๆ ของบรรดาทีมเยือนว่าชัยชนะในการเสี่ยงเหรียญที่แอนฟิลด์ พร้อมกับบีบเจ้าถิ่นให้บุกฝั่งไม่ถนัดก่อน จะช่วยทำลายจังหวะจะโคน บั่นทอนความมั่นใจของเหล่าแข้งหงส์

ฤดูกาลที่แล้ว ทั้งไบรท์ตัน, สโต๊ค และโบโร่ บุกมาแพ้แม้เสี่ยงเหรียญชนะ

ขณะที่เวสต์แฮม กับเชลซี เอาตัวรอดกลับออกไปพร้อมหนึ่งแต้ม

และที่จริง ลิเวอร์พูล ไม่เคยแพ้คาบ้านมานานเกือบสี่ปีแล้วในเกมที่คู่แข่งเป็นฝ่ายชนะเสี่ยงเหรียญ

ล่าสุดต้องยอมให้เรอัล มาดริด ในเกมแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนตุลาคม 2014 หลังโดนรัวสามลูกรวดในครึ่งแรก

รู้ผลงานขนาดนี้แล้ว ใครยังอยากลองของอีก ?!