ความกังวลเรื่อง ‘เงิน ๆ ทอง ๆ’ ที่แวะมาทักทายสโมสรพรีเมียร์ลีก…อีกครั้ง | by SPORTDesk. Team

19 June 2020
112 VIEWS

หลังจากเดินหน้า ‘โปรเจค รีสตาร์ต’ ไปได้ไม่นาน สโมสรในพรีเมียร์ลีก ต้องเผชิญหน้ากับการจ่ายเงินคืนบรรดาเครือข่ายถ่ายทอดสดเป็นเงินกว่า 300 ปอนด์ หรือราว 11,570 ล้านบาท มาแล้ว และพวกเขาดูเหมือนจะทำใจได้แล้ว แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า พวกเขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับการเสียรายได้ครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้ หลัง ยูฟ่า ประกาศยืนยันการลงสนามของฟุตบอลทีมชาติเรียบร้อย

คำถามคือ “แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน?”

เป็นที่รู้กันว่าเงินรายได้จากฟุตบอลช่วงอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล อย่าง อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปียนส์ คัพ หรือ ไอซีซี ทำรายได้มหาศาลในแต่ละช่วงซัมเมอร์ จนเกิดการทัวร์รอบโลก และแบ่งการแข่งขันตามภูมิภาคไปทั่วทั้ง เอเชีย, ยุโรป, อเมริกาเหนือ รวมไปถึง ออสเตรเลีย และบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ก็ได้อานิสงค์จากการไปแข่งขันทัวร์ในรายการนี้เป็นเงินก่อนใหญ่พอสมควร ซึ่งพวกเขาไม่อยากจะเสียมันไป แม้จะมีเวลาสั้น ๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจาก โควิด-19 ก็ตาม

แต่ความฝันในการทัวร์ระยะสั้น ๆ ของพวกเขาอาจจะต้องจบลง เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ได้ประกาศช่วงเวลาที่ทีมชาติในความดูแลของพวกเขา ต้องลงเล่น ซึ่งเป็นผลพวกมาจากการระบาดของ โควิด-19 ที่ทำให้ไม่มีเกมทีมชาติเลยมาตั้งแต่เดือน มีนาคม และการแข่งขันระดับชาติ ยังคงต้องรอไปจนกว่าฟุตบอลลีกในยุโรปจะจบกันช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ โดย ยูฟ่า ประกาศให้ฟุตบอลทีมชาติที่ว่านั้น แข่งขันกันในช่วง 3-8 กันยายน

นั่นจึงเกิดปัญหาสำหรับการเล่นทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องสำหรับสโมสรต่าง ๆ ทันที เพราะบรรดาสตาร์ดัง ๆ อาจจะโดนเรียกตัวไปใช้งานในทีมชาติในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอันที่จริงแล้ว ช่วงเวลาพักฤดูกาลระหว่างฤดูกาล 2019/20 และ 2020/21 ก็สั้นมากอยู่ก่อนแล้ว โดยตามกำหนดของบรรดาลีกใหญ่ จะมีการกลับมาลงสนามอีกครั้งในช่วงกลางเดือนกันยายน ราววันที่ 12-13 นั่นหมายความว่า จะมีบางสโมสร ได้พักแค่ราว 2 สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากต้องแข่งขัน แชมเปียนส์ ลีก หรือ ยูโรปา ลีก ในรอบชิงชนะเลิศนั่นเอง

นอกจากนี้ แม้สโมสรส่วนใหญ่จะปิดฤดูกาลกันไปก่อนแล้ว เนื่องจากไม่มีเกมในศึกแชมเปียนส์ ลีก ให้ลงแข่งขันกันในเดือนสิงหาคม แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการไปเล่นเกมอุ่นเครื่องในต่างประเทศเนื่องจากยังไม่ถึงเป็นการปิดฤดูกาลฟุตบอลยุโรป เพราะตามปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลแล้ว ช่วงเวลาที่ปิดฤดูกาลตามที่ ยูฟ่า บอก คือหลังจบแชมเปียนส์ ลีก นั่นเอง

ผลก็คือ สโมสรในอังกฤษจึงมีความกังวลว่าเครือข่ายที่จัดการแข่งขัน และทำการถ่ายทอดสดบรรดาเกมอุ่นเครื่องต่าง ๆ จะไม่เต็มใจจ่ายค่าลิขสิทธิ์ราคาแพงในการแข่งขันถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ หากพวกเขานำบรรดาผู้เล่นที่ดีที่สุดของสโมสร ติดทีมมาด้วย เนื่องจากผู้ที่ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และจ่ายเงินให้พวกเขานั้น อาจรู้สึกว่าทีมชุดที่ขาดซูเปอร์สตาร์เนื่องจากต้องไปรับใช้ทีมชาตินั้น ไม่คุ้มค่าพอที่จะให้พวกเขาจ่ายจำนวนมากเพื่อถือลิขสิทธิ์ให้คนมารับชมก็ได้ เพราะตัวผู้ชมเองก็อาจจะรู้สึกไม่สนใจเช่นกัน

โดยบรรดาสโมสรต่าง ๆ ได้สำรวจและหาวิธีการแก้ไขปัญหาจากวิกฤตการณ์ทางทางการเงินที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 โดยหนึ่งในวิธีการที่เป็นความหวังให้บรรดาสโมสรต่าง ๆ คือการขายลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซันที่มีแนวโน้มจะเป็นไปได้มากที่สุด แต่หลังจากที่สุดท้ายทีมต้องยกเลิกการเดินทางทัวร์ซึ่งเป็นประเทศที่ทำรายได้สูงอย่าง จีนหรือ ออสเตรเลีย พวกเขาก็หวังเพียงว่า การคลายล็อกในยุโรปน่าจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำเงินจากการเตะ ปรีซีซัน โดยเล็งไปเกมอุ่นเครื่องในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงนี่เอง

นอกจากนั้นแล้ว ยังมีความหวังว่าผู้ชมจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามาในสนามฟุตบอลได้อีกครั้ง ในการแข่งขันฟุตบอลลีกฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งอาจจะร่วมถึงเกมกระชับมิตร และเกมการกุศลต่าง ๆ ซึ่งรายได้จากการขายตั๋วจะเป็นเงินอีกส่วนหนึ่งที่จะย้อนกลับมาช่วยจุนเจือสโมสรต่าง ๆ ให้ลดความตึงเครียดทางการเงินลงได้พอสมควรหลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติมา

อีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญที่อาจจะทำให้หลายสโมสรปวดหัว คือการใช้เงินในช่วงซัมเมอร์เพื่อซื้อนักเตะเข้ามาร่วมทีม ซึ่งหลายสโมสรอาจจะต้องใช้เงินเพื่อดึงนักเตะเข้ามาเสริมทัพ และบางสโมสร อาจจะจำเป็นต้องขายนักเตะออกไปเพื่อลดภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น โดยในข้อนี้ความน่ากังวลยังต่ำกว่าเรื่องที่ได้ว่าไปแล้วพอสมควรเนื่องจาก ยูฟ่า เสนอว่าการปิดตลาดในช่วงซัมเมอร์ควรปิดไม่เกิน 5 ตุลาคม นั่นหมายความว่าแต่ละสโมสร ยังมีเวลาให้คิดและตัดสินใจพอสมควรเกี่ยวกับการใช้เงินก้อนนี้

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารของยูฟ่าได้มีการอนุมัติให้มีการผ่อนคลายทางการเงินเกี่ยวกับ กฎแฟร์เพลย์ทางการเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 นั่นเอง

นั่นแสดงให้เห็นว่า สโมสรต่างๆ ในพรีเมียร์ลีก เกิดวิกฤติกันพอสมควรในด้านการเงินจากวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา ข่าวดีก็คือ พวกเขายังคงอยู่รอดกันต่อไป และดินรนเพื่อพาทีมกลับมาอีกครั้งกันได้ครบถ้วน แต่ปัญหาก็คือ ถ้าวิกฤตินี้มันยังไม่จบลง หรือมี เวฟ 2, เวฟ 3 ตามมา พวกเขาจะทำอย่างไร

นั่นเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อยเลย…