World Cup Diary : Day 2

16 June 2018
55 VIEWS

– ฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ10,221 วัน ของทีมชาติอียิปต์ หลังจากครั้งสุดท้าย ได้เล่นในวันที่ 21 มิถุนายน 1990 โดยในเกมนั้น พวกเขาพ่ายต่ออังกฤษ 0-1 จบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อ อุรุกวัย ด้วยสกอร์เดียวกัน

– ออสการ์ ตาบาเรส ผู้จัดการทีมอุรุกวัย เป็นคนที่มีประสบการณ์ในฟุตบอลโลกมากที่สุดถึง 4 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1990, 2010, 2014 และ ครั้งนี้ เกือบเอาตัวไม่รอด ต้องลุ้นถึงช่วงท้ายเกม

– ในครึ่งแรก เอดินสัน คาวานี่ คือผู้เล่นที่สัมผัสบอลน้อยที่สุดของ อุรุกวัย เพียงแค่ 17ครั้ง และที่น่าแปลกใจก็คือ ทั้ง 17 ครั้งที่คาวานี่ โดนบอลนั้น ไม่มีครั้งไหนที่เขาอยู่ในกรอบเขตโทษเลย ทั้งที่เขาเล่นตำแหน่งกองหน้า!!!

– โฮเซ่ ฆิเมเนซ ยิงประตูในนามทีมชาติเป็นนัดที่2 ติดต่อกันได้เป็นครั้งแรก หลังเพิ่งทำประตูในเกมอุ่นเครื่องกับอุซเบกิสถาน ในเกมก่อนบอลโลกมา โดยเขาทำไปแล้ว6 ประตูตลอดอาชีพ

– ประตูของ ฆิเมเนซ ยิงได้ในนาทีที่ 89:01 ซึ่งเป็นประตูช่วงท้ายเกมที่สุดของอุรุกวัย นับตั้งแต่ แดเนียล ฟอนเซก้า ยิงใส่เกากลีใต้ ในฟุตบอลโลกปี 1990 ในนาที 92

– อียิปต์ ยังคนเป็นชาติจากแอฟริกาชาติเดียวในตอนนี้ ที่เล่นฟุตบอลโลกโดยปราศจากชัยชนะ พวกเขา เสมอ 2และ แพ้ 3 นัด ในการเล่นฟุตบอลโลกรวม 2 ครั้ง

– โมร็อคโค เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นมาตลอด จนกระทั้งนัดนี้ พวกเขาไม่เสียประตูเลย ในรอบที่ 3 ของการคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนแอฟริกาทั้ง 6นัด

– แถมในครึ่งแรก พวกเขายังผ่านบอลสำเร็จ 205 จาก 245 ครั้ง มากว่า อิหร่านคู่แข่ง ที่ผ่านบอลสำเร็จแค่ 62 จาก 110ครั้ง แบบเกินเท่าตัว

– อาซิซ บูฮัดดูซ์ เป็นตัวสำรองคนแรก ที่ลงมาแล้วทำเข้าประตูตัวเอง นับตั้งแต่ เปติต กองกลางของโปรตุเกส ที่ทำแบบนี้ในเกมพบกับเยอรมนี ปี 2006

– อิหร่าน เป็นทีมเดียวนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก ปี 1966 ที่สามารถทำประตูได้ในฟุตบอลโลก โดยปราศจากโอการการยิงประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว…โชคดีจัง

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ยิงประตู 8 ลูกติดต่กันในฟุตบอลรายการเมเจอร์ (ฟุตบอลโลก และ ยูโร)

–  โรนัลโด้ ยังเป็นผู้เล่นคนที่ 4 ต่อจาก เปเล่, มิโรสลาฟ โคลเซ่ และ อูเว่ ซีเลอร์ ที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก4 ครั้งติดต่อกันด้วย

– ดีเอโก้ คอสต้า ยิงประตูในฟุตบอลโลกได้ตั้งแต่โอกาสสับไกครั้งแรกของเขา

– โรนัลโด้ เล่นฟุตบอลโลก มาก่อนหน้านี้. 3 ครั้ง ทำประตูได้ ครั้งละ 1ประตู รวมกัน 3 ประตู แต่แมตช์นี้แมตช์เดียว เขาทำเท่า 3 ทัวร์นาเมนต์ก่อนรวมกันไปแล้ว

– โรนัลโด้ เป็นนักเตะโปรตุเกส คนแรกที่ยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษได้ นับตั้งแต่ เดโก้ ยิงใส่ อิหร่าน ในปี 2006 ด้วย

– ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อว่า นาโช่ แฟร์นานเดซ คือผู้เล่นเรอัล มาดริด คนแรก นับตั้งแต่ เฟอร์นานโด เอียร์โร่ ในปี 1998 ที่ยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษให้ทีมชาติสเปนได้

– อันนี้ไม่น่าเชื่อกว่า คือ ฟรีคิกของโรนัลโด้ ที่ตีเสมอสเปน เป็นประตูจากฟรีคิกโดยตรงลูกแรกของเขา ในเมเอจร์ ทัวร์นาเมนต์ระดับชาติ (ฟุตบอลโลก กับ ยูโร รวมกัน) โดยก่อนหน้านี้เข้ามีโอกาสจากฟรีคิกมา44 ครั้ง ไม่มีครั้งไหนเข้าประตูเลย

– ด้วยวัย 33ปี กับ 130 วัน ทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุด ที่ทแฮตทริกได้ในฟุตบอลโลกทันทีด้วย

– และแฮตทริกนี้ ยังทำให้ เขาเป็นนักเตะโปรตุเกสคนที่ 3 เท่านั้น ที่ทำแบบนี้ได้ในฟุตบอลโลกเที่ยบเท่ากับตำนานอย่าง ยูเซบิโอ ปี 1966และ ปาเลต้า ปี 2002

– เท่านั้นยังไม่พอ นี่ยังทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นคนแรก ที่ยิงแฮตทริกใส่สเปนได้ด้วย

– ความบังเอิ๊ญ บังเอิญ อีกอย่างนึง คือ แฮตทริก ในเกมกับสเปน เป็นแฮตทริกที่ 51 ในอาชีพของโรนัลโด้ และมันก็เป็นแฮตทืริกที่ 51 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกด้วยเช่นกัน

– โรนัลโด้ ยิงในนามทีมชาติไปแล้ว 84 ประตู มีเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ทำประตูใฟห้ทีมชาติได้มากกว่าเขา คือ อาลี ดาอี ที่ยิงไป 109 ประตู

– โอ้ย เยอะจังเลย…