ฟุตบอลโลก 2030: เมื่อรัฐบาลอังกฤษเห็นพ้องต้องกันว่า “ถึงเวลาฟุตบอลต้องกลับบ้านแล้ว”

อังกฤษ

อังกฤษ (หมายถึงทั้งผู้คนและชนชาติ) เชื่อมั่นมาเสมอว่าพวกเขาคือจุดเริ่มต้น จุดกำเนิด รวมไปถึงจุดศูนย์กลางของกีฬาฟุตบอลในโลกใบนี้ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงเห็นความคลั่งไคล้กีฬาเตะลูกหนังบนพื้นหญ้าจากคนอังกฤษอย่างเข้มข้น แม้ว่าชาติของพวกเขาได้แต่ผิดหวังซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ในเวทีฟุตบอลในระดับนานาชาติ แต่พวกเขาก็ไม่เคยหมดศรัทธา และเชื่อว่า สักวันหนึ่ง “ฟุตบอล จะกลับมาที่บ้าน” อีกครั้ง

หลังจากความสำเร็จเหนือความคาดหมายของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ทำให้กระแสของฟุตบอลทีมชาติของทัพ “สิงโตคำราม” ถูกจุดให้ลุกโชนอีกครั้ง จากการจบอันดับที่ 4 ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว และนั่นยังต่อยอดอย่างต่อเนื่อง ในฟุตบอล ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ที่พวกเขาจบอันดับที่ 3 แถมในทัวร์นาเมนต์คัดเลือกฟุตบอล ยูโร 2020 พวกเขาก็ยังโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ชาว “ผู้ดี” เชื่อว่า ไม่ช้าไม่นานนี้ พวกเขาจะประสบความสำเร็จในฟุตบอลระดับนานาชาติอีกครั้ง

ท่ามกลางกระแสที่ยอดเยี่ยมของฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ทางสมาคมฟุตบอล หรือ เอฟเอ ก็หวังจะใช้กระแสนี้ให้เป็นประโยชน์ ในการขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 ในอีก 10 ปีข้างหน้า และแผนการณ์ดังกล่าวก็เป็นไปได้ด้วยดีตามคาด หลังได้รับการสนับสนุนจากทั้งแฟนบอล และ สโมสรต่าง ๆ ทั้งในอังกฤษ และชาติอื่น ๆ ใน สหราชอาณาจักรเป็นอย่างดี

แผนการดึงฟุตบอลกลับบ้านในครั้งนี้ รุดหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้น ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คาดคิด เพราะคู่แข่งที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปีนั้น ถือเป็น “กระดูกชิ้นใหญ่” ที่สุดชิ้นหนึ่งเท่าที่พวกเขาจะคาดคิดได้ เพราะนั้นคือ “พญามังกร” อย่างจีน กระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้หวั่น และตอบโต้ด้วยการดึง สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ชาติที่มีศักยภาพอีกชาติที่อยู่ใกล้กันมาเป็นพันธมิตร เพื่อจะจัดบอลโลกครั้งนี้ให้ได้

ล่าสุดแผนการพาฟุตบอลกลับบ้านของอังกฤษ รุดหน้าไปอีกขั้น เมื่อเรื่องราวทั้งหมดได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่า พวกเขาจะพร้อมเสนอชื่อเป็นลุ้นเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ปี 1966 ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่อังกฤษ ประสบความสำเร็จในรายการฟุตบอลโลก

ไนเจล อดัมส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของอังกฤษ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเมื่อวานที่ผ่านมานี้เอง โดยเขากล่าวว่า

“แน่นอนที่สุด ที่นี่เป็นบ้านของฟุตบอล เราไม่ปฏิเสธว่า จีนเป็นตลาดใหญ่ของโลกฟุตบอลในอนาคต ผมก็เข้าใจว่าจีน เป็นชาติที่น่าสนใจ” เขาเริ่มกล่า

“แต่ ผมคิดอย่างนี้นะ ถ้าจีนต้องการจะเสนอตัว พวกเขาก็มีโอกาสดีที่จะได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพในฟุตบอลโลก แต่ในเรื่องนี้ผมยังไม่เห็นว่าพวกเขาจะจริงจังเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเรา

ก่อนหน้านี้เป็นที่กังวลกันว่า แผนการณ์จัดฟุตบอลโลกครั้งนี้ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะเป็นหมัน เพราะทางรัฐบาลอาจจะไม่เห็นด้วยในตอนนี้ แต่ รัฐมนตรีกีฬา ก็ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

“เราได้คุยกันกับทางเอฟเอ ราว 2-3 ครั้ง และ เรามีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันที่จะเดินหน้าเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ท่านนายกรัฐมนตรี (บอริส จอห์นสัน) ก็เห็นด้วยในทิศทางเดียวกัน ผมคิดว่าการเสนอเป็นเจ้าภาพร่วมกันของสหราชอาณาจักร และ ไอร์แลนด์ จะเป็นข้อเสนอที่ดีอย่างเหลือเชื่อ

“เรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม และ มีศักยภาพที่มหัศจรรย์ในการจัดแข่งขันฟุตบอลโลก และตอนนี้ มันก็ถึงเวลาแล้วด้วย

“มันอาจจะยังมีเรื่องเกี่ยวข้องทางการเมืองอีกมากที่ต้องคุยกัน โดยเฉพาะระหว่าง ฟีฟ่า และ ชาติที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ถ้า มองเฉพาะผู้เสนอตัวจัดการแข่งขันในยุโรปแล้วล่ะก็ ผมคิดว่า เราเป็นตัวเลือกที่เข้มแข็งที่สุดสำหรับฟุตบอลโลกปี 2030 เลย”

แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฒาเท่านั้น และมันยังไม่ได้มีการรับรองอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอังกฤษออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่อย่างน้อย นี่ก็ยืนยันได้ว่าคราวนี้…อังกฤษ เอาจริง!



RELATED POSTS

Story

เมื่อ ไนกี พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเดินหน้าของ ‘อัลฟาฟลาย’

SPORTDesk. Team

ไนกี ทำการเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ที่หลายคนจับตา แต่ที่เซอร์ไพร์สคือพวกเขาเคลมว่า รองเท้ารุ่นนี้ “ถูกกฎ” ของ สหพันธ์กรีฑาโลกด้วย ไปติดตามกับเรื่องราวนี้

Talk

#footballquotes ทำมันด้วย “แพสชั่น”

ไข่มุกดำ

คงจะเคยได้ยินบ่อย ๆ นะครับกับประโยคคลาสสิคประเภท “ทำ (งาน) อะไรที่เรารักแล้วจะรู้สึกเหมือนไม่ทำงาน” หรือ “ทำอะไรด้วยความรัก ด้วยแพสชั่น ไม่ใช่เอาเงินเป็นตัวตั้ง แล้วผลลัพธ์จะออกมาดี และเงินทองจะตามมาเอง”

Story

โมดริช : ปลดแอกบัลลงดอร์หลุดจาก ‘กองหน้าคอนเทสต์’

SPORTDesk. Team

ไม่กี่ปีก่อน ฟิลิปป์ ลาห์ม อดีตกองหลังกัปตันทีมชาติเยอรมนี ชุดแชมป์โลก 2014 เคยบอกไว้ว่า รางวัล บัลลงดอร์ มันก็แค่รางวัล ‘กองหน้าคอนเทสต์’ เท่านั้น เพราะช่วง 10 ปีมานี้ ผู้ที่ครอบครองรางวัลมีแค่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ เท่านั้น