วันเดอร์คิดที่มี BARÇA DNA เต็มกาย

ในขณะที่โลกโศกเศร้ากับข่าวของ เอมิเลียโน ซาลา ซึ่งในปัจจุบันการค้นหายังไม่ประสบความสำเร็จและความหวังนั้นแทบไม่มีเหลืออยู่ ก็ปรากฏข่าวการย้ายทีมของ แฟรงกี เดอ ยอง เจ้าหนูมหัศจรรย์ของอายักซ์ อัมสเตอร์ดัม ไปสู่บาร์เซโลน่า ที่ทำให้หลายคนอดตื่นเต้นไม่ได้

เหตุผลเพราะ เดอ ยอง เป็นหนึ่งใน “วันเดอร์คิด” ของยุคสมัย เป็นนักเตะที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกไปในอีก 10 ปีข้างหน้า และเป็นที่หมายปองของสุดยอดสโมสรของโลกมากมาย

สุดท้ายเป็น บาร์ซ่า ที่ตัดหน้า เปแอสเช คว้าตัวไปครองได้อย่างน่าตื่นเต้น แม้จะต้องแลกมาด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 86 ล้านยูโรไม่นับการจ่ายตามเงื่อนไขพิเศษอีกก็ตาม

งานนี้ทำให้ เปแอสเช เสียรังวัดไปไม่น้อย (และอาจส่งผลต่อการย้ายกลับบาร์ซ่าของ เนย์มาร์ หากเจ้าชายลูกหนังบราซิลอยากจะย้ายกลับไปจริง ไม่ว่าจะเพราะ เปแอสเช เคืองไม่อยากขาย หรือบาร์ซ่า มองไม่เห็นความจำเป็นที่จะดึงกลับมาก็ตาม) เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมาทิศทางข่าวค่อนข้างไปในทางชัดเจนว่าพวกเขาน่าจะเป็นทีมที่ได้ตัวเด็กคนนี้ไปครอง 

แต่สุดท้ายแล้ว คนที่หัวเราะครั้งสุดท้ายคือ บาร์ซ่า – ทีมที่เพิ่งโดนโลกทั้งใบหัวเราะใส่หลังเซ็น เควิน ปรินซ์-บัวเต็ง มาร่วมทีมแบบหาเหตุผลอธิบายได้ยาก

การได้ตัว เดอ ยอง มาร่วมทีมทำให้บรรยากาศในทีม บาร์ซ่า คึกคักขึ้นทันที โดยเฉพาะในกลุ่มนักวิเคราะห์ที่ชำนาญการเรื่องในคัมป์ นู มองว่าการได้ตัวเจ้าหนูคนนี้มาเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง และเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีของพวกเขา

เหตุผลหลัก ๆ เพราะกูรูบาร์ซ่ามองว่า เดอ ยอง คือนักเตะที่มี Barça DNA เต็มเปี่ยม เป็นนักเตะที่ทีมต้องการ เป็นนักเตะที่แฟนบอลต้องการ ซึ่งสำหรับการซื้อนักฟุตบอลสักคนเข้าทีม จะมีอะไรที่สำคัญไปมากกว่านี้?

โดยสไตล์การเล่นของ เดอ ยอง ปัจจุบันเขายืนเป็นกองกลาง แต่ในช่วงก่อนหน้านี้ก็เคยถูกถอยไปยืนเป็นกองหลังมาก่อน

ความพิเศษของเขาคือ “สมอง” ที่สามารถอ่านเกมได้อย่างเฉียบขาด รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการผ่านบอลที่แม่นยำ และยังพาบอลไปกับตัวได้ดีด้วย เรียกว่าเป็นกองกลางที่มีความครบเครื่องต้มยำ

Rafael Hernandez กูรูสายบาร์ซ่าชื่อดังบอกว่า “อาเธอร์ คือทายาท #8 ของอิเนียสต้า และ เดอ ยอง คือทายาท #6 ของชาบี้ ถ้านี่ยังทำให้แฟนบาร์ซ่าตื่นเต้นไม่ได้อีก ก็คงไม่มีอะไรจะทำให้ตื่นเต้นไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว”

อย่างไรก็ดี Hernandez บอกว่า เดอ ยอง ยังสามารถจะเล่นในบทของ อิเนียสต้า ในการครองบอล จ่ายบอลขึ้นหน้าอย่างเฉียบคม และสามารถช่วยเหลือในเกมรับได้

ขณะที่บางคนก็บอกว่า ด้วยรูปร่างของเขาและการเล่นเกมรับได้ดี บางทีบทที่เขาได้รับอาจจะเป็นตัวแทนของ เซร์จิโอ บุสเกตส์ ที่กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงของชีวิตแล้วก็เป็นได้

เอาเป็นว่า เดอ ยอง ถูกมองว่าสามารถเล่นตำแหน่งกองกลางของ บาร์ซ่า ได้ทั้งหมด (รวมถึงถ้าจำเป็นก็สามารถถอยไปยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้อีก) และจะทำให้แดนกลางของบาร์ซ่า ที่ไม่เคยเหมือนเดิมนับตั้งแต่สิ้นยุคของ ชาบี้ และ อิเนียสต้า จะกลับมาเล่นในแบบของตัวเองอีกครั้ง

ความสามารถที่หลากหลายของเขาทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับนักวิเคราะห์ที่จะมองออกว่าสุดท้ายเขาจะเล่นตำแหน่งไหนกันแน่ในทีมบาร์ซ่า แต่สำหรับโค้ชอย่าง เอร์เนสโต้ วัลเวร์เด้ (หรือใครก็ตาม)​นักเตะแบบนี้คือนักเตะที่มีค่ามาก เพราะนอกจากฝีเท้าดียังยืดหยุ่นเล่นได้หลากหลายตำแหน่งตามใบสั่ง (เหมือนเช่น เจมส์ มิลเนอร์ ที่หากหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้กับลิเวอร์พูล จะเป็นคนที่ เดอะ ค็อป คิดถึงมากที่สุดแน่นอน)

แต่สุดท้ายเด็กคนนี้จะเป็นได้อย่างที่ถูกคาดหวังหรือไม่

เราคงต้องตามดูกันอีกยาวๆครับ 🙂



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

4 แต้ม มากแต่น้อย หรือ น้อยแต่มาก

มาริโน่

หลังศึก If You Want Blood (You’ve Got It) ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม จบด้วยชัยชนะของแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ 2-1 ช่องว่างห่างจ่าฝูงบนตารางอย่างลิเวอร์พูล ถูกบีบจาก 7 ลงมาเหลือตาม 4 คะแนน

Thought

เกมตัดเกรด “ผู้ท้าชิง”: ไก่ vs หงส์ เวอร์ชั่น 1

ไข่มุกดำ

2 วันติดต่อกันนี้ ผมน่าจะ “แตะ ๆ” ถึงเกม สเปอร์ส – ลิเวอร์พูล เป็นหลักนะครับ คุณ “มาริโน่” และน้อง ๆ ในทีม “SPORTDesk.” จัดพรีวิวเบาะ ๆ แต่น่าจะเต็มอิ่ม ลองเลือกเสพกันได้ ส่วนตัวผมคงแตะที่ “กลยุทธ์” ในการเล่น และแท็คติกส์เป็นหลัก โดยวันนี้จะขอเริ่มที่ “ภาพรวม” ของทั้ง 2 ฝ่ายกันก่อน

Story

เวสต์แฮม เรื่องของสีรอบสนาม กับ ความรู้สึก

SPORTDesk. Team

สโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด หนึ่งในสมาชิกพรีเมียร์ลีกเริ่มใช้สนามลอนดอน สเตเดี้ยม เป็นรังเหย้าแห่งใหม่ของพวกเขา มานับตั้งแต่ฤดูกาล 2016-17 ซึ่งแต่เดิมสนามแห่งนี้ใช้จัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2012 โดยสหราชอาณาจักรใช้เมืองลอนดอนเป็นเจ้าภาพและได้ใช้สนามลอนดอน สเตเดี้ยมเป็นสนามกีฬาหลัก