ด้วยรักและขอบคุณ

โคโซโว
18 November 2019
142 VIEWS

ภาพของผู้ชมจำนวน 13,500 คนในสนามพริสตินา ฟาดิล โวคร์รี ในกรุงพริสตินา ที่มีทั้งผ้าพันคอ ธงเซนต์ จอร์จ และป้ายผ้าที่มีข้อความแสดงการต้อนรับและขอบคุณของแฟนฟุตบอลเจ้าถิ่นที่มีต่อทีมชาติอังกฤษ เป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อ

ติดตามฟุตบอลมาเกือบ 30 ปี ก็ไม่เคยได้เห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

แต่ผมคิดว่าหลายคนน่าจะพอทราบมาบ้างครับว่าสำหรับชาวโคโซโว เกมฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือกนัดที่พวกเขาได้ต้อนรับอังกฤษนั้นมีความหมายกับพวกเขามากเท่าชีวิต

เพราะนี่คือโอกาสที่ชาวโคโซโวรอคอยมายาวนานร่วม 2 ทศวรรษ

รอที่จะได้กล่าวคำขอบคุณต่ออังกฤษ – ในความหมายของชาวอังกฤษ ทหารอังกฤษ และลูกฟุตบอลที่ถูกนำมาด้วยจากอังกฤษ

ทหารอังกฤษ ช่วยสู้รบในสงครามปลดปล่อยโคโซโวให้เป็นอิสระ บาดเจ็บล้มตายไปก็มาก

ขณะที่ลูกฟุตบอลที่เดินทางมาจากอังกฤษ ช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจของชาวโคโซโวที่มีชีวิตที่ยากลำบากจากภาวะสงคราม

เพราะฟุตบอลนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาใดๆให้วุ่นวาย ลูกกลมๆนั้นเป็นเจ้าของภาษาในตัวของมันเองอยู่แล้ว

จากซากปรักหักพังที่เป็นพิษภัยของการสู้รบ วันนี้ใจกลางกรุงพริสตินา ดาร์ดาเนีย มีสภาพความเป็นอยู่ที่สวยงาม

จากที่เด็กๆไม่สามารถจะเตะฟุตบอลเล่นกันได้เพราะเป็นความผิด ต้องหลบๆซ่อนๆ วันนี้ย่านกลางเมืองมีสนามฟุตบอลขนาดเล็ก ที่แม้จะมีลูกกรงล้อมรอบแต่มันไม่ได้หมายถึงการกักขังหน่วงเหนี่ยวและไร้ซึ่งอิสระ

อิสระมีอยู่ในทุกอณูของอากาศ ที่พวกเขาสามารถสูดมันเข้าไปได้ ไม่เพียงแค่ลึกสุดปอด

แต่ยังลึกสุดใจ

“สำหรับพวกเขา พวกเขาคือฮีโร่ พวกเขาดีกับพวกเรามาก มันเป็นความรักที่ไม่ต้องใช้คำพูดในการสื่อสารกัน พลังที่เราสื่อถึงกัน พวกเราสัมผัสได้ถึงความรักจากพวกเขา”

ดังนั้นบรรยากาศในสนาม แฟนบอล 13,500 คนที่ได้เข้ามาชม – จากจำนวนคนที่ยื่นขอซื้อตั๋วเข้าชมกว่า 300,000 คน – ทุกคนมีแต่ความรู้สึกดีๆให้แก่กัน

ส่วนในสนาม นักฟุตบอลก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ซึ่งปรากฏว่า “สิงโตคำราม” ของแกเร็ธ เซาธ์เกต ยังคงทำผลงานได้อย่างร้อนแรง

จากชัยชนะถล่มทลายเหนือมอนเตเนโกร 7-0 วันนี้พวกเขาบุกมาเอาชนะโคโซโว ในเกมส่งท้ายของรอบคัดเลือกได้อีก 4-0

นักเตะที่เป็นความหวังของอนาคตอย่าง แฮร์รี วิงค์ส และ เมสัน เมาท์ ยิงประตูแรกในนามทีมชาติอังกฤษได้

อีก 2 ประตูมาจากเจ้าเก่าอย่าง แฮร์รี เคน และ มาร์คัส แรชฟอร์ด 

แน่นอนรวมถึงการกลับมาของ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่มีส่วนกับการได้ 2 ประตูด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือผลงานของอังกฤษในรอบคัดเลือกนั้นถือว่าใช้ได้ โดยเฉพาะในแนวรุก พวกเขาทำได้ถึง 37 ประตู 

แฮร์รี เคน ทำสถิติเทียบเท่ากับ จอร์จ ฮิลสัน และดิกซี ดีน อดีตศูนย์หน้าเมื่อปี 1908 และ 1927 ตามลำดับ โดยทำได้ 12 ประตูให้ทีมชาติในปฏิทินฟุตบอลเดียว

อาจจะมีคำถามที่ เซาธ์เกต ยังต้องหาคำตอบอีกบ้างในเรื่องของเกมรับ แต่ก็ว่ากันไปในอนาคต ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง

ส่วนโคโซโว พวกเขาสู้ในเชิงลูกหนังไม่ได้ แต่พวกเขาก็สู้เต็มที่ด้วยหัวใจ

เสียดายอยู่บ้างที่ อาเมียร์ ราห์มานี กัปตันทีมโหม่งพลาดไป เช่นกันกับที่ วาลอน เบริชา ได้โอกาสแต่บอลหลุดกรอบออกไปไม่ไกล

ไม่เช่นนั้นแฟนๆในสนามคงจะได้เฮกันดังกว่านี้

แต่แค่นี้พวกเขาก็มีความสุขแล้ว

ไม่ใช่แค่เรื่องของเกมฟุตบอลในสนาม – ในความรู้สึกมันลึกซึ้งมากกว่านั้นมาก

เสียงปรบมือที่ดังกึกก้องนั้น

มันบอกว่าด้วยรักและขอบคุณจริงๆ