เป๊ป : ชัยชนะ 9-0 แปลว่าเราเข้าชิงลีก คัพแล้ว

ฟุตบอลลีก คัพ รอบรองฯ นัดแรกที่เอติฮัด สเตเดี้ยม จบลงด้วยชัยชนะอันถล่มถลายของแมนฯซิตี้ เจ้าถิ่น ที่ยำเบอร์ตัน อัลเบี้ยน ตัวแทนจากลีกวัน ถึง 9-0 โดยกราเบรียล เฆซุส ระเบิดฟอร์มคนเดียวยิง 4 ประตู ส่วนอีก 5 ประตู เป็นผลงานการแบ่งสรรปันส่วน ของ เควิน เดอ บรอยน์ , โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้,ฟิล โฟเด้น,ไคลน์ วอร์กเกอร์ และ ริยาด มาห์เรซ

ชัยชนะ 9-0 นั่นคือกุญแจไขสู่รอบชิงฯ ลีก คัพ แน่นอนแล้ว แม้ว่าจะยังเหลือโปรแกรมรอบรองฯอีก 1 นัด ที่บ้านเบอร์ตัน อัลเบี้ยน ในวันที่ 23 มกราคมก็ตาม , สำหรับเกมนี้ แม้หลายฝ่ายจะสงสัยว่าเพราะเหตุใด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯซิตี้ ถึงสั่งให้ลูกทีมเดินหน้าเต็มสูบ ทั้งที่ตอนครึ่งแรก เรือใบสีฟ้าก็นำไกลถึง 4-0 แล้ว กลับมาครึ่งหลังจึง ตะลุยแหลกและยิ่งเพิ่มอีก 5 ประตู แต่ กวาร์ดิโอล่า ก็ไขข้อข้องใจของทุกฝ่าย โดยบอกว่า สาเหตุที่ต้องลุยเต็มที่ ก็เพราะ “เป็นการให้ความเคารพคู่แข่ง”

“เราคุยกันตอนพักครึ่ง ให้ทุกคนเล่นง่าย ๆ ให้ทุกคนวิ่งและยิงเพิ่มให้ได้ นั่นคือวิธีการที่ดีที่สุดที่จะแสดงความเคารพกับถ้วยใบนี้และแสดงความเคารพคู่แข่ง”

“ถ้าทีมของคุณนำ 4-0 แล้วถอนคันเร่งไม่บุกต่อ นั่นคือคุณไม่เคารพต่อถ้วยใบนี้และคู่แข่ง ทางที่ดีที่สุดคือทำในสิ่งที่เราต้องทำ เราคุยกันว่าเกมหน้าที่เราต้องไปเยือน เบอร์ตัน นั้น เราต้องกุมความได้เปรียบให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“แต่ก็ไม่คิดว่าเราจะนำห่างขนาดนี้ มันเป็นเรื่องดีเพราะเกมหน้าเราสามารถส่งชุดสำรองหรือผู้เล่นที่ไม่ค่อยได้ลงสนามลงเล่นได้ ซึ่งในสถานการณ์ที่โปรแกรมชุกแบบนี้ มันจะทำให้นักเตะของเราได้พักในช่วงกลางสัปดาห์นั้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับรายการอื่น ๆ ต่อไป”

“ผลการแข่งขันที่ออกมานั้น เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเรา และแน่นอนว่าเราได้เข้าสู่รอบชิงฯไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีโปรแกรมอีกนัดในเลคที่ 2 อยู่”…เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯซิตี้ เปิดเผย

สำหรับ ชัยชนะ 9-0 ของแมนฯซิตี้ ในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นชัยชนะที่ “ขาดลอย” ที่สุดในรอบลีก คัพ ในรอบ 32 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่มีการชนะขาดลอยแบบนี้ คือ เกมที่ ลิเวอร์พูล ชนะ ฟูแล่ม 10-0 ในเดือนกันยายน ปี 1986

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเกมแรกในรอบ 31 ปี ที่แมนฯซิตี้ กะซวกตาข่ายใส่คู่แข่งได้ถึง 9 ประตูในเกมเดียว หลังจากครั้งสุดท้ายที่ทำได้คือ ยิงฮัดเดอร์สฟิลด์ 10-1 เมื่อพฤศจิกายน 1987

ขณะที่ สถิติการคุมทีมส่วนตัวของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ยังเป็นนัดที่เก็บชัยได้ขาดลอยที่สุด เทียบเท่ากับสมัยตั้งแต่เขาเคยคุมบาร์เซโลน่า ชนะ แอลออสปิตาเล็ต ในโกป้า เดล เรย์ ปี 2011 โดยครั้งนั้นเป๊ปพาบาร์ซ่าชนะคู่แข่งไป 9-0 เช่นกัน




RELATED POSTS

Feature

10 เรื่องเก็บตกจากลีกใหญ่ยุโรป แมตช์เดย์ 13

SPORTDesk. Team

ความปราชัยแบบล็อกถล่มของเรอัล มาดริด และ เชลซี 2 ทีมใหญ่ในยุโรปในสัปดาห์นี้ กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้แฟนบอลของทั้ง 2 ทีมหัวร้อนหงุดหงิดไปตาม ๆ กัน เพราะผลงานในสนามทำให้เห็นจุดอ่อน ช่องโหว่อย่างมากมาย, นอกจากนี้ แมนฯยูไนเต็ด ของโจเซ่ มูรินโญ่ ก็ยังไว้ใจอะไรไม่ได้กับฟอร์มการเล่นที่ตื้อตันจนแฟนผีผิดหวังกันไปตามๆกัน นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายประเด็นให้ได้ติดตามกัน…

Feature

ซาร์รี่ กับนักฟุตบอล “สูบบุหรี่”

ไข่มุกดำ

ผมเขียนเรื่องวันนี้ เพราะสะดุดภาพ “ควันจาง ๆ” ที่ตากล้องสามารถจัดองค์ประกอบได้เท่ห์ ดูสมบูรณ์แบบด้าน “การเชื่อมถึง” ระหว่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ กับอุปนิสัยการสูบบุหรี่ ของเค้า

Story

เซาธ์เกต ซูเปอร์โบวล์ : เมื่อเคล็ดลับความสำเร็จของอังกฤษ คือ กีฬาอเมริกัน

Mr.BOSTON

ทีมชาติอังกฤษ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในฟุตบอลโลกคราวนี้ โดยตอนนี้ (ที่กำลังเขียน) พวกเขาเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ และกำลังจะลงสนามพบกับ โครเอเชีย ในวันพุธนี้ และถ้าหากพวกเขาเอาชนะในเกมนี้ได้ ก็จะกลายเป็นการเข้าชิงชัยฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966