เหตุผลว่าทำไมพรีเมียร์ลีกถึง “ห้ามโมฆะ”

29 March 2020
47 VIEWS

หลายวันมานี้มีกระแสข่าวว่าหลายฝ่ายอยากให้พรีเมียร์ลีกเป็นโมฆะ หลังจากที่ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ มีคำสั่งให้การแข่งขันระดับนอกลีก ที่ต่ำกว่าแนชันแนล ลีก นอร์ธ และ เซาธ์ เป็นโมฆะเป็นที่เรียบร้อย ทำให้จนถึงตอนนี้ มีแค่ พรีเมียร์ลีก, เดอะ แชมเปียนชิพ, ลีกวัน และ ลีกทู ที่เป็นลีกอาชีพระดับสูงของอังกฤษ ที่ยังอยู่ในสถานระงับการแข่งขัน ซึ่งจากคำสั่งนั้น ทำให้หลายคนเชื่อว่าลีกระดับสูงเหล่านี้ ก็มีสิทธิ์ที่จะโดนคำสั่งแบบเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริง ตัวเลือกการเป็นโมฆะยังถือเป็นเสียงข้างน้อยของบรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีก ตามรายงานล่าสุดของสื่อที่เชื่อถือได้อย่าง ดิ อินดีเพนเดนต์ เพราะถึงแม้พวกเขาไม่อยากเล่นต่อก็จะต้องเล่นต่อจนจบ เพราะพรีเมียร์ลีกไม่ได้เป็นลีกที่ไม่ได้เกี่ยวโยงและตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง พวกเขามีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่บางทีเจ้าของทีมจะเข้าใจ และตัวเลือกให้ลีกเป็นโมฆะนั้น แทบจะเป็นทางที่มีความเป็นไปได้ริบหรี่ในตัวเลือกที่เหลืออยู่เลยทีเดียว

ต้องเข้าใจก่อนว่า ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผูกโยงกับเงินมูลค่ามหาศาล เป็นจำนวนเงินที่กล่าวได้ว่าต่อให้ไม่อยากเตะก็ต้องเตะให้จบจริง ๆ โดยจากการประเมินของ เดลีเมล พวกเขาเชื่อว่า พรีเมียร์ลีก ทั้ง 20 สโมสร อาจจะต้องเสียค่าชดเชยถึง 1.2 พันล้านปอนด์ หรือราว 48,620 ล้านบาท ถ้าหากพวกเขาไม่สามารถบริหารลีกให้จบได้ในฤดูกาลนี้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ทั้ง สกาย สปอร์ตส์ และ บีที สปอร์ต จะทำประกันความเสียงเผื่อไว้ในกรณีที่พรีเมียร์ลีก แข่งขันไม่จบอยู่แล้วเป็นเงินมูลค่าราว 762 ล้านปอนด์ หรือราว 20,874 ล้านบาท ก็ตาม

นี่เป็นตัวเลขที่ลีกอื่น ๆ ในยุโรปอาจจะถือว่าโชคดีและมีตัวเลือกมากกว่า เพราะจำนวนเงินเอาประกันตรงนี้ มันมากกว่ามูลค่าการคุ้มครองของ กัลโช เซเรีย อา อิตาลี, ลาลีกา สเปน หรือ บุนเดสลีกา เยอรมนี ทำให้บรรดาลีกเหล่านี้ ไม่ต้องเสียอะไรเพิ่มเติม หากพวกเขาตัดสินใจสั่งให้การแข่งขันในฤดูกาลนี้เป็นโมฆะ แต่คำสั่งดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้กับพรีเมียร์ลีก ที่มีมูลค่าลีกมากกว่าเงินเอาประกันที่วางเอาไว้

ด็อกเตอร์ ปีเตอร์ โรเฮลมันน์ นักวิเคราะห์มูลค่าทางการตลาดของกีฬา เชื่อว่า มูลค่าความเสียหายรวมทั้ง 20 สโมสรที่เกิดขึ้นจะพุ่งสูงถึง 1.2 พันล้านปอนด์ ถ้าหากพรีเมียร์ลีกแข่งไม่จบฤดูกาล โดยเขามองว่า ไม่ว่าจะแข่งขันจบหรือไม่ ฤดูกาลนี้จะมีความเสียหายเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่มันมีส่วนต่างกันอย่างน่าใจหายสำหรับพรีเมียร์ลีกที่แข่งขันจบ และแข่งจันไม่จบ

“’ตัวเลขนี้คือความหายนะอย่างแท้จริง มูลค่ารวมของมันคือตัวเลขที่หายไปจากค่าผ่านประตู, ค่าใช้จ่ายในสนาม, ค่าสูญเสียสปอนเซอร์, เงินโบนัสทีม, ค่าของทีมระลึกและอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดด้วย” ด็อกเตอร์ โรเฮลมันน์ กล่าว

ในทางกลับกัน ถ้าหากพรีเมียร์ลีกหาทางแข่งขันให้จบฤดูกาลนี้ได้ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม นักวิเคราะห์ชาวเยอรมันเชื่อว่าตัวเลขความเสียหายจะลดลงเกือบ 10 เท่า จาก 1.2 พันล้านปอนด์ หรือราว 48,620 ล้านบาท เหลือเพียง 170  ล้านปอนด์ หรือราว 6,888 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นความเสียหายจากความเชื่อมั่นแฟนบอลในการเข้ามาดูบอลในสนามและมูลค่าในการจัดการตั๋วผีเท่านั้น แต่ที่พวกเขาจะได้คืนมาคือมูลค่าจากการถ่ายทอดสดทางทีวี และ สปอร์เซอร์ ที่จะช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ได้ไม่ยาก

ความเสียหายมหาศาลที่อาจจะเกิดขึ้นมันคือมูลค่าที่เกินกว่าทั้ง 20 สโมสรจะรับไหวถ้ามีการยกเลิกการเตะและให้ฤดูกาลเป็นโมฆะ ดังนั้นทางเดียวที่พวกเขาจะไม่ต้องเสียหายขนาดนั้นคือการปิดประตูตายเรื่องการยกเลิกฤดูกาลเสีย และเมื่อวันพฤหัสบดืที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก, อิงลิชฟุตบอลลีก หรือ อีเอฟแอล และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือ พีเอฟเอ เพิ่งคุยกันถึงเรื่องนี้ไปและทั้งหมดก็เห็นตรงกันว่า การยกเลิกฤดูกาลไม่ใช่ตัวเลือกที่พวกเขาอยากจะทำมากนัก เมื่อต้องพิจารณาตัวเลขที่กล่าวไปด้านบน

นั่นหมายความว่า ต่อให้พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะกันได้หลังเดือนมิถุนายน และเวลาการเตะจะไปส่งผลกระทบกับฤดูกาลใหม่ พวกเขาก็ต้องเลิกเส้นทางนั้น ซึ่งต่อให้พวกเขาต้องเตะเกมที่เหลืออีก 84 แมตช์ ภายในเดือนเดียว หรือ 3 แมตช์ ใน 120 ชั่วโมง ก็ไม่มีตัวเลือก ยังไงก็ต้องทำตามนั้น ทางออกเดียวที่จะทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่าน้อยที่สุดคือการก้มหน้าก้มตาเตะให้ครบตามโปรแกรม แล้วฤดูกาลหน้าค่อยมาหาทางชะลอผลที่เกิดขึ้นจากฤดูกาลนี้แทนเท่านั้น

หลังจากวันที่ 3 เมษายน อะไร ๆ ก็จะชัดเจนขึ้น ทั้งเรื่องวัน-เวลา ที่กลับมาลงสนาม และ ตารางการแข่งขันใหม่ เพราะทั้ง อีเอฟแอล, พีเอฟเอ และ พรีเมียร์ลีก จะนัดกลับมาประชุมกันอีกครั้งในวันนั้น โดยตัวเลือกตอนนี้ คือการให้เตะในสนามปิดโดยไม่มีคนดู และจำกัดสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาความปลอดภัย และ สุขอนามัยไม่ให้โควิด-19 ระบาดไปมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะออกมาจากการประชุมในสัปดาห์หน้า จะเป็นเพียงมาตรการฉุกเฉินเท่านั้น และมันจะถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในครั้งนี้เพียงครั้งเดียว หลังจากนี้ทางพรีเมียร์ลีก, สมาคมฟุตบอล, อิงลิชฟุตบอลลีก และ สมาคมนักเตะอาชีพ รวมไปถึงผู้ถือสิทธิ์ถ่ายทอดสด อาจจะต้องมานั่งจับเข่าคุยกันครั้งใหญ่ เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกันไม่ให้มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นในอนาคต

แต่แน่นอน พวกเขาต้องผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ก่อนด้วย!