ทำไมเป๊ปแพ้ทางคล็อปป์?

5 October 2018
1,920 VIEWS

ว่ากันว่าในโลกนี้ มีกุนซือคนเดียวที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลัวการเผชิญหน้าด้วยมากที่สุดไม่ว่าเกมระดับไหน นัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก หรือบอลการกุศลอบต.

ตนนั้นคือเจอร์เก้น คล็อปป์ คู่ต่อกรในศึกชิงเก้าอี้จ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก วันอาทิตย์นี้ 

สถิติชัดเจนว่าคล็อปป์ ถือเป็นหอกข้างแคร่ของกุนซือชาวสเปน กับการได้ชัยชนะมากกว่า แม้ว่าเมื่อเทียบศักดินาและฐานะกันแล้ว ทุกทีมภายใต้เป๊ป ทั้่งใหญ่กว่า ยาวกว่า เอ๊ย รวยกว่า และขุมกำลังดูจะเพียบพร้อมกว่า

เป๊ป คุมบาเยิร์น มิวนิค ส่วนคล็อปป์ นั่งเก้าอี้ที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 

เป๊ป ย้ายมาคุมแมนฯ ซิตี้ ขณะคล็อปป์ กำลังปัดฝุ่นกวาดหยากใย่ในแอนฟิลด์ 

แต่สถิติเฮดทูเฮด อดีตนายใหญ่บาร์เซโลน่า กลับเพลี่ยงพล้ำเสียท่าให้คล็อปป์ มากถึง 57 เปอร์เซนต์ คือแพ้ถึง 8 จาก 14 นัด ขณะที่เอาชนะได้แค่ 5 หน และเสมออีกหนึ่งที่เหลือ 

ตัวเลขเปอร์เซนต์ทิ้งขาดกระจุยอันดับสองอย่างโชเซ่ มูรินโญ่  ที่ชนะเป๊ป เพียง 5 จาก 21 ครั้่ง หรือคิดเป็น 24 เปอร์เซนต์เท่านั้น

ไม่ต้องพูดถึงอันดับรองลงไปอย่างอาร์แซน เวนเกอร์ (ชนะ   3 จาก 14=21%), มานูเอล เปเยกรินี่ (ชนะ 2 จาก 11=18%) หรือเมาริซิโอ โปเชตติโน่ (ชนะ 2 จาก 13=15%) 

ง่ายๆ ว่าในบรรดากุนซือที่เคยเจอมาอย่างน้อย 10 ครั้่งในชีวิต เจอร์เก้น คล็อปป์ คือคนเดียวที่ชนะเป๊ป ได้เกินครึ่ง หรือ 50 เปอร์เซนต์

คนอื่นที่เหลือทั้่งหมด ยังชนะไม่ถึงควอเตอร์ หนึ่งในสี่ หรือ 25 เปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ 

ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น หรือคู่นี้จะเป็นงูเหลือมกับเชือกกล้วย คือเจอเมื่อไหร่ก็แพ้ทาง ไม่ถูกโฉลกกัน

ตอนจับฉลากรอบก่อนรองฯ ยูฟ่า แชมเปี้่ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว และหวยออกที่ลิเวอร์พูล ต้องไฝ้วกับแมนฯ ซิตี้ ปรากฏว่าเป๊ป ถึงกับหน้าเสีย ยอมรับกับทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช โดยถูกกล้องของอเมซอนบันทึกภาพไว้มาทำเป็นซีรีส์สารคดี All or Nothing 

“กูกลัวพวกมันว่ะ” ถ้าแปลแบบดิบๆ ก็ว่าอย่างนั้่น

“พวกแมร่งโคตรอันตราย กูพูดจริงๆ นะ” เป๊ป ย้ำปิดท้าย

นี่สะท้อนว่าแค่การเจอกับเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็กัดกร่อนความมั่นใจของเป๊ป ไปเรียบร้อยไม่มากก็น้อย และผลลัพธ์ที่ออกมา แมนฯ ซิตี้ ของเขาโดนอัดหมดรูสู้ที่แอนฟิลด์ 0-3 ประตูสู่รอบตัดเชือกแทบล็อกกลอนปิดตายตั้งแต่ 90 นาทีแรก 

แม้เกมแก้มือในบ้าน เรือใบสีฟ้าปลุกความหวังของแฟนๆได้รวดเร็วด้วยการขึ้นนำภายในสองนาที แต่กลายเป็นทีมเยือนที่ค่อยๆ กลับสู่เกม และยิงแซงชนะไปอีก 2-1 

เป๊ป อาจไม่พอใจกับการทำงานของทีมผู้ตัดสิน แต่เขาไม่มีทางปฏิเสธว่าลิเวอร์พูลคือผู้ชนะอย่างแท้จริงในศึก “แบตเทิ่ล ออฟ บริเตน” 

มันก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าเพราะอะไร ทำไม คล็อปป์ ถึงเอาชนะเป๊ป  ได้บ่อย แถมโดยมาก มันคือเกมสำคัญ มีเดิมพันเช่นบอลถ้วย

ไม่ว่าจะเป็นการเจอกันครั้่งแรกในศึกเยอรมัน ซูเปอร์ คัพ ดอร์ทมุนด์ ของคล็อปป์ กะซวกบาเยิร์น ของเป๊ป ไป 4-2

เคยชนะในรอบตัดเชือกฟุตบอลเดเอฟเบ โพคาล 2015 ด้วยการยิงจุดโทษ

และชนะทั้่งไปกลับในแชมเปี้่ยนส์ ลีก รอบแปดทีม ฤดูกาลก่อน

คำตอบน่าจะเพราะว่าในขณะที่เป๊ป กริ่งเกรงหวาดกลัวคล็อปป์ แต่คล็อปป์ กลับรู้สึกตรงกันข้าม

คล็อปป์ ไม่เคยกลัวเป๊ป อย่างที่กุนซือคนอื่นๆ ในโลก บางทีอาจกลัวจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เครียดจนไมเกรนขึ้น

กุนซือส่วนมาก เวลาถึงคิวดวลฝีมือกับเป๊ป มักมัวแต่คิดหาทางเพื่อหยุดฟุตบอลของกุนซือรายนี้

เป็นธรรมดาว่าใครเจอบาเยิร์น หรือต้องเล่นกับแมนฯ ซิตี้ แวบแรกคงต้องคิด “ทำอย่างไรถึงจะไม่เสียประตู” 

และไม่ใช่ทุกทีมที่จะมีอะไหล่พอให้ต่อกรเหมือนคลอปป์ ตอนอยู่ดอร์ทมุนด์ หรือลิเวอร์พูล เวลานี้

ฉะนั้น แท็คติกของทีมโดยมาก หนีไม่พ้นพยายามถอยมาอุด ปิดพื้นที่หน้าบ้าน ปล่อยให้ทีมของเป๊ป ครองบอลเกือบฝั่งเดียว 

ฤดูกาลที่แล้ว แมนฯ ซิตี้ ถึงมีค่าเฉลี่ยครองบอลสูงปรี๊ดแตะนัดละ 72 เปอร์เซนต์ และหาโอกาสจบสกอร์ 17  ครั้่งต่อเกม 

แต่คล็อปป์ ไม่ตั้งต้นโจทย์ด้วยคำถามว่า “ทำอย่างไรถึงจะไม่เสียประตู” 

เขาเปลี่ยนโจทย์ใหม่มาถามว่า “ฟุตบอลของกวาร์ดิโอล่า มีจุดอ่อนตรงไหนให้ทะลวงเอาประตู” 

คล็อปป์ เป็นกุนซือที่ชอบตวามเสี่ยง รักความท้าทาย นั่นถึงเป็นที่มาของแท็คติก “เกเก้นเพรสซิ่ง” เอาไว้ฆ่าทีมที่เน้นครองบอล ด้วยการบีบสูง แย่งบอลในแดนคู่แข่ง และเปิดเกมรุกสายฟ้าแลบโดยที่คู่แข่งไม่ทันได้จัดระเบียบแนวรับ

เขาสู้กับเป๊ป ในแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไฟกับไฟ ไม่รับลึก ยอมเสี่ยงถ้าแมนฯ ซิตี้ ต่อบอลดี ย่อมมีโอกาสหลุดยาวทั้งยวง

แต่คล็อปป์ รู้ว่าแผนของเขาคุ้มค่าที่จะแลก….