เจดอน ซานโซ ทำไมจึงต้องเล่นดีกว่านี้ เพราะไม่ฟิต หรืออะไรกันแน่?

1 June 2020
135 VIEWS

จุดที่ฟุตบอลต้อง concern ให้มาก คือ เรื่อง match fitness ของผู้เล่นที่กลับมาแข่ง competitive game เพราะโดยการประมาณการเทียบกับเวลาที่มี 5-6 สัปดาห์ก่อน “รีสตาร์ต” สภาพผู้เล่นน่าจะพร้อมเกือบ 100%

เกิน 90% หรือน่าจะถึง 95% แน่นอนครับหากเทียบตามสูตร fitness training กับระยะเวลาได้เตรียมตัวประมาณ 1 เดือนเศษ ๆ ไม่นับข้อดี คือ การกักตัว 2 เดือนนักเตะไม่ได้ไปไหน แต่ซุ่มซ้อมส่วนตัวตามโปรแกรมอยู่บ้าน

ทว่า พอยต์ที่ต้องมอง คือ ความฟิตสำหรับการกลับมารีสตาร์ตโค้งสุดท้ายหลังพักโควิด-19 นั้นค่อนข้างแตกต่างจากการเตรียมตัวก่อนเปิดฤดูกาลเพื่อแมตช์ระหว่างซีซั่นตามปกติ เพราะเกมค่อนข้างถี่ ปริมาณแมตช์มากในเวลาเวลาน้อย

โจทย์การเตรียมตัวจึง “ซับซ้อน” ขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อการันตีทั้งความ “ฟิต” เพื่อจะได้สามารถวิ่ง 10 กิโลเมตรอัพแต่ละนัด, สปีด, วิ่งเปลี่ยนทิศทาง ฯลฯ ไปจนถึง ความอดทนของร่างกาย และกล้ามเนื้อ

บุนเดสลีกา จึงมีกฎเปลี่ยนตัวได้ 5 คนใน 1 แมตช์เพื่อพยุงรักษาสภาพร่างกายนักเตะที่กลับมาตรงนี้ให้ “สมบูรณ์” ที่สุด และเหนือสิ่งอื่นใด คือ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

เนื่องจากแมตช์เยอะ เวลาน้อย ยังหมายถึงเวลา “ฟื้นตัว” recovery time หลังแมตช์แข่ง ก่อนแมตช์ใหม่ก็น้อยเช่นกัน

แต่ก็อย่างที่เห็นนะครับจาก “เคสดอร์ทมุนด์” เออร์ลิง ฮาลันด์ เจ็บไปแล้วไม่ได้ลงนัดนี้ ขณะที่เอมเร ชาน เพิ่งจะกลับมาเป็นตัวจริงเช่นเดียวกับ เจดอน ซานโช ที่ต่างฝ่ายต่างเด่นก่อนพักเบรก pandemic ทว่าไม่มีความฟิตเพียงพอจะกลับมาเป็นตัวจริงใน 3 นัดแรก – ตามรายงานจากสื่อ

ส่วนพาเดอร์บอร์น ตกชั้นแน่ ๆ เกมนี้จึงไม่น่ามีประเด็นใด ๆ แม้นัดแรกเสือเหลืองจะโดน “ทักแรง” ทีมน้องใหม่ออกนำ 3-0 ก่อนจะไล่ตีเสมอ 3-3 ในที่สุด แต่เกมนี้ไม่ควรมีปัญหาใด ๆ

มองมุมหนึ่งก็น่าเสียดายอยู่ตรงที่ พาเดอร์บอร์น ซึ่งขึ้นชั้น 2 ซีซั่นติด ๆ กันมาบุนเดสลีกามีสไตล์การเล่นที่ดี หรือคือ พยายามเล่นกับบอล ครองบอล แต่โอกาสที่สร้างสรรค์ได้ไม่สามารถ “จบสกอร์” ได้มากพอในเกมรุก

ขณะที่เกมรับก็ไม่ใช่ทีมรองบ่อนแนว ๆ “รับต่ำ” ง่อย ๆ ธรรมดา แต่ดันไลน์ 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟขึ้นมาพอประมาณให้เกม compact และใช้แนวรุก กับมิดฟิลด์ “เพรสซิ่ง” คู่แข่ง เช่น ทำให้ดอร์ทมุนด์ ไม่ได้เล่นง่ายแบบปลอกกล้วย เช่นกัน

15 นาทีแรกมีความน่าสนใจ และแสดงให้เห็นบางภาพความจริงว่า พาเดอร์บอร์น มีโอกาสดีกว่า แต่ คริสโตเฟอร์ อัดเย่ หลุดไปยิงแล้วจบไม่ลง คือ ตัวอย่างไม่ดีมีให้เห็นตลอดซีซั่นจนอันดับจึงจมบ๊วย และมีสตอรี่ ออฟ เดอะ ซีซั่น กระเสือกกระสนแบบนี้ (อัดเย่ มีโอกาสยิงถึง 3 ครั้งในครึ่งแรก)

ผมเองไม่ได้ตาม หรือไม่เคยดูพาเดอร์บอร์น เล่นมาก่อนเลย แต่ก็เห็นอีกภาพความจริงว่า เล่นได้แบบนี้นี่เองทำให้รีสตาร์ทมายังไม่แพ้ใคร แต่ลูกทีมของ สเตฟเฟน เบาม์ดาร์ท ก็ทำได้แค่เสมอรวด 3 เกมรวด

แน่นอนว่า ดีไม่พอจะหนีตาย!

ข้างฝ่ายดอร์ทมุนด์ มีปัญหาในแดนหน้า เพราะไม่มีใครเล่นแทน ฮาลันด์ ไล่จาก โจวานนี เรย์น่า ดาวรุ่ง USA วัย 17 ปียังไม่พร้อมลองวิชา, มาร์โก้ รอยซ์ ยังไม่หายบาดเจ็บ ดังนั้นชอยส์ของ ลูเชียน ฟาฟร์ จึงไม่เหลือใครนอกจากเข็น ซานโช ลงมาร่วมเล่นกับ จูเลียน บรันด์ท และธอร์กาน อาซาร์

บรันด์ท เหมือนหน้าต่ำ เชื่อมเกมระหว่างไลน์ ขณะที่ซานโช กับอาซาร์ สลับกันจู่โจมที่ว่างแดนบนโดยชานเติมสนับสนุนจากแถวสอง

ตลอดครึ่งแรก 45 นาที ซานโช่ นักเตะที่ทุกคนจับตามอง ยังไม่โดดเด่น เพราะจับบอลจังหวะแรกมีพลาด และส่งบอลเสียหลายหน กับ body language ไม่ดีนัก

ผมเองไม่อยากจะ scouting และประเมินซานโช่ ในเกมนี้ เพราะได้พูดเยอะแล้วจากนัดที่ผ่านมา 45 นาทีหลังกับบาเยิร์น และนัดนี้ทุกอย่างยังไม่ดีขึ้น หรือเปลี่ยนแปลง

เฉพาะอย่างยิ่ง “ภาษากาย” และความพยายามขณะไม่มีบอลอยู่กับตัวเองยังน้อยเกินไปในครึ่งแรกที่จบ 0-0

ข้อแก้ตัวเดียวให้ซานโช คือ “หัวเรื่อง” วันนี้เรื่อง “ฟิตเนสส์” ว่า ยังไม่ถึง

อย่างไรก็กับการยิง “แฮตทริก” ประตูที่ 15, 16 และ 17 ได้ในครึ่งหลัง ถือว่า น่าจะช่วยด้านกำลังใจให้เจ้าหนูวัย 20 ปีไม่มากก็น้อย

(กับพาเดอร์บอร์นที่เล่นครึ่งหลังคนละม้วนกับครึ่งแรก และประตู 1-6 แทบไม่เหลือกองหลังสักคนเล่นรับ)

แต่กับซานโช่นั้น ยังไม่พอ เพราะอีกแค่ 5 นัดจะหมดฤดูกาลเท่านั้นกับโอกาสได้เล่น ได้แสดงฝีเท้าก่อนหมดซีซั่นแล้วจะย้ายไม่ย้ายทีม ยังไงซานโช ก็ต้อง “เค้นพลัง” มากกว่านี้

เพราะคู่แข่งคงไม่หมูสุด ๆ เหมือนฟอร์มครึ่งหลัง พาเดอร์บอร์น

สุดท้ายครับ ตัวอย่างจาก เจดอน ซานโซ่ กับความฟิต และวิธีการเล่น (นักเตะสไตล์ใช้สปีด) กับการกลับมารีสตาร์ทฟุตบอลลีก และอีก 2-3 ผู้เล่นดอร์ทมุนด์ อย่าง เอมเร ชาน (ฟิตช้า), เออร์ลิง ฮาลันด์ (เจ็บ) น่าจะเป็นอีกบทเรียนให้กับพรีเมียร์ลีก, ลาลีกา และกัลโช่ เซเรียอา ได้ศึกษาสำหรับการเตรียมทีมในช่วงนี้ก่อนจะกลับมาแข่งจริงกลางเดือน มิ.ย.

คิดเห็นกันอย่างไรครับ?

พอใจไหมกับฟอร์มครึ่งหลังของ เจดอน ซานโช ซึ่งสร้างความแตกต่างให้กับผลการแข่งขันได้!