ทำไมการกลับมาพรีเมียร์ลีกของ ‘ยูงทอง’ จึงเป็นที่รอคอยของแฟนบอล | by SPORTDesk. Team

19 July 2020
241 VIEWS

ข่าวการคืนลีกสูงสุดของ ลีดส์ ยูไนเต็ด สร้างความยินดีปรีดาให้กับแฟนบอลมากมายแทบจะเรียกได้ว่าทั่วโลก ทั้งที่ส่วนมากในนั้นไม่ได้เชียร์ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ และหลายคนก็เป็นแฟนบอลของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่ปรับตลอดกาลของทีม ‘ยูงทอง’ ทีมนี้ ก็ยังเอาใจช่วยให้พวกเขากลับมายังลีกสูงสุดให้ได้อีกครั้ง และมันก็เพิ่งสำเร็จในวันเสาร์ที่ผ่านมา

ลีดส์ กลับมายังพรีเมียร์ลีกได้อีเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีด้วยฐานะแชมป์ของ เดอะ แชมเปียนชิพ เมื่อ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน พ่ายต่อ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในวันศุกร์ก่อนที่ เบรนต์ฟอร์ด จะเอาชนะ สโตก ซิตี ในวันเสาร์ ทำให้พวกเขาการันตีการเป็นแชมป์ของลีกรองเป็นที่เรียบร้อย และนั่นทำให้ฝันร้ายที่เหมือน โรลเลอร์ โคสเตอร์ นับตั้งแต่พวกเขาต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกมาในปี 2004 จบลงได้สำเร็จ

ในฐานะอดีตทีมยักษ์ใหญ่ที่มีแฟนบอลมากที่สุดทีมหนึ่งของอังกฤษ และเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน การตกชั้นของ ลีดส์ จึงเหมือนการหายไปของทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เชลซี, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ หรือ อาร์เซนอล ก็ว่าได้ และไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่แฟนบอลแม้จะเป็นทีมคู่อริอย่าง “ปีศาจแดง” เองก็ยังโหยหาที่จะได้เห็นพวกเขาอีกครั้งในลีกสูงสุด 

นอกจากนั้นแล้ว ชะตากรรมของ ลีดส์ ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต่อให้ไม่ได้เป็นแฟนของทีม ก็ยังต้องเอาใจช่วย เพราะตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ลีดส์ ต้องเจอกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด โดยในช่วงที่ย่ำแย่ที่สุด พวกเขาต้องไปดิ้นรนกระเสือกกระสนในระดับ ลีกวัน ซึ่งเป็นระดับที่รองจาก แชมเปียนชิพ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมด้วยที่พวกเขาต้องตกลงมาต่ำถึงระดับดิวิชั่น 3 เช่นนั้น ยาวนานถึง 3 ฤดูกาล หลังตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกไปได้เพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น โดยสาเหตุหลัก ๆ มาจากปัจจัยด้านการบริหาร และการเงินของทีมที่เป็นปัญหามาตลอด จนทำให้ทุกอย่างมันย่ำแย่ถึงขีดสุด

แต่การต้องลงไปเล่นในลีกวัน มันก็ยังมีข้อดี คือการที่พวกเขาได้ล้างไพ่เริ่มต้มใหม่อย่างแท้จริง และเป็นการล้างปัญหาทางการเงินที่ตกทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคของ ปีเตอร์ ริดสเดล, จอห์น แมคเคนซี, เทรเวอร์ เบิร์ช และ เกราร์ด คราสเนอร์ ที่มีมาก่อนหน้านี้อย่างหมดเกลี้ยงหลังได้ เคน เบตส์ เข้ามาเทคโอเวอร์เป็นเจ้าของใหม่ในปี 2005 และเขาก็พาทีมไต่เต้ากลับไปสู่ เดอะ แชมเปียนชิพ อีกครั้งได้สำเร็จ

ความไม่แน่นอนของ ลีดส์ เกิดขึ้นอีกครั้งช่วงปี 2013-17 ที่มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของอีกถึง 2 ครั้งก่อนมาลงตัวกับ อันเดรีย ราดริซซานี นักธุรกิจชาวอิตาเลียน ที่มีปณิธานแน่วแน่ในการพาทีมกลับขึ้นไปยังพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง โดยเขาเป็นคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ทีมมากมาย โดยเฉพาะการดึงกลุ่มทุน โฟร์ตีไนเนอร์ส เอ็นเตอร์ไพร์ส ที่เป็นมี เจ็ด ยอร์ก เจ้าของทีม ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส มาร่วมทุนได้สำเร็จทำให้ทีมมีสภาพคล่องทางด้านการเงินในช่วงต้นปี 2018 ก่อนที่กลางปี เขาก็ไล่ พอล เฮคกินบ็อตทอม ออกจากตำแหน่ง และตั้ง มาร์เซโล บรีลซา เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งกลายเป็น 2 เหตุการณ์สำคัญที่พาทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จในเวลาอีกเพียง 2 ปีต่อมา

บรีลซา ถือเป็นอีกเหตุผลหนึ่งก็ว่าได้ที่ทำให้หลาย ๆ คนเอาใจช่วยทีม “ยูงทอง” เพราะปีแรกของเขาในถิ่น เอลแลนด์ โรด หลาย ๆ อย่างไปได้ด้วยดี ลีดส์ ขึ้นรั้งจ่าฝูงได้ถึง 17 สัปดาห์ ก่อนไปพลาดการเลื่อนชั้นอัตโนมัติในช่วงท้ายฤดูกาล และต้องมาเพลย์ออฟพ่าย ดาร์บี เคาน์ตี ของแฟรงก์ แลมพาร์ด ทำให้ชวดการขึ้นชั้นไปอย่างน่าเจ็บใจ หลังจบเกมหลายคนคิดว่า บรีลซา คงไม่สามารถมาถึงจุดนี้ได้อีก แต่นั่นคือความคิดที่ผิด

นายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ เอาทุกความผิดพลาดในปีแรกของเขามาแก้ไข และไม่พลาดซ้ำ 2 อีก ในเมื่อการเพลย์ออฟทำให้ทีมของเขาไม่เข้ารอบในปีก่อน เขาก็ไม่เพลย์ออฟมันให้หมดเรื่องหมดราวไป ดังนั้นในฤดูกาลนี้ ลีดส์ จึงตั้งเป้าแค่ 2 อันดับแรกของ เดอะ แชมเปียนชิพ เท่านั้น และเมื่อพวกเขาลงมือทำมันอีกครั้งทั้งที่เพิ่งได้แผลสดมาหมาด ๆ ยิ่งทำให้ใครหลาย ๆ คนอยากเอาใจช่วยในความใจสู้นั้น และเมื่อพวกเขาทำมันสำเร็จ หลาย ๆ คนจึงร่วมยินดีด้วยแบบสุดหัวใจ

สำหรับแฟนทีมอื่น ๆ เหตุผลของการดีใจคงมีเท่านั้น แต่สำหรับแฟนผี นี่อาจจะเป็นเหตุผลอีกข้อคือการได้ขยี้คู่อริรายนี้ของพวกเขาอีกครั้ง และสำหรับแฟนบอลทั่วไปเราน่าจะได้เห็นความ “เดือด” ระหว่าง ‘ยูงทอง’ กับ ‘ปีศาจแดง’ ในฤดูกาลหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย ในเมืองคู่แค้นที่ไม่มีคำว่ารักจะได้มาเผชิญหน้ากันอีกหน แม้หลายคนจะคุ้นกับเกม ‘แดงเดือด’ มากกว่า แต่ต้องเรียนว่าความแค้นของชาว แลงแคสเตอร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ แมนเชสเตอร์ในปัจจุบัน และ ยอร์คเชียร์ ที่เป็นที่ตั้งของเมือง ลีดส์ นั้น มีมานานกว่าความแค้นของเมือง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ด้วยซ้ำไปเพราะมันต้องย้อนไปกว่า 500 ปี

นอกจากความเป็นอริจากเหตุการณ์สงครามกุหลาบแล้วการแข่งขันระหว่างเมืองของ แมนเชสเตอร์ และ ลีดส์ ในยุคปฏิวัติอุสาหกรรมก็แรงไม่แพ้ที่เกิดขึ้นระหว่าง แมนเชสเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล เลย ดังนั้นความเกลียดชังของ ลีดส์ กับ แมนเชสเตอร์ จึงเป็นเรื่องฝังรางลึกและเดือดทุกครั้งเมื่อทั้ง 2 ทีมเจอกัน โดยเฉพาะก่อนที่ ลีดส์ จะตกชั้นไป ยูไนเต็ด ยังทำการหักหน้าต่าง ๆ นา ๆ ด้วยการคว้านักเตะของ ลีดส์ ไปร่วมทีมด้วยราคาที่ ‘ถูกเกินควร’ โดยเฉพาะในกรณีของ เอริค คันโตนา ที่กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในตอนนั้นเลยทีเดียว

ดังนั้นไม่ว่ามองมุมไหนทั้งมุมแฟนของลีดส์ แฟนบอลทั่วไป และแฟนของศัตรู การที่ลีดส์ ขึ้นมาล้วนแต่เพิ่มสีสันให้กับพรีเมียร์ลีกได้ทั้งนั้น นั่นยังไม่นับว่า ด้วยศักดิ์ศรีคว่าเก่าแก่กว่าร้อยปี และ สนามคลาสสิกอย่าง เอลแลนด์ โรด เป็นสิ่งที่คู่ควรกับพรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งยวดด้วยแล้ว 

ไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลไหนที่ไม่ควรจะยินที่เมื่อ ลีดส์ กลับมายังพรีเมียร์ลีกอีกครั้งเจอได้เลย!