ใครกระพริบตาก่อนแพ้

16 November 2018
1,247 VIEWS

พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ เปิดฉากฟาดเกือกไปแล้วทีมละ 12 นัด

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไม่เฉพาะพรีเมียร์ ลีก แต่เหมารวมตลอดประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ โน่นเลยที่มีทีมไร้พ่าย แพ้ไม่เป็น พร้อมหน้ากันถึง 3 ทีม

แชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ ชนะ 10 เสมอ 2

สองผู้ท้าชิงอย่างลิเวอร์พูล ชนะ 9 เสมอ 3 ส่วนเชลซี ชนะ 8 เสมอ 4 ด้วยช่องว่างห่างกันทีมละสองคะแนน

แต้มเบียดเป็นคอขวดเหมือนรถแย่งขึ้นสะพานช่วงเช้าๆ ชนิดไม่มีคันใดอยากพลาด

คงคล้ายสโลแกนนักดื่มยันหว่างว่าอ้วกไม่นับ หลับเป็นแพ้ แม่โทรตามห้ามกลับ

จะเพลี่ยงพล้ำเสมอคู่แข่ง ไม่ว่ากัน แต่อย่าถึงขั้นแพ้ เพราะอาจส่งผลถึงโมเมนตัม แรงเหวี่ยง

แต่ละสัปดาห์ มีโปรแกรมที่หลายคนแอบแช่ง เอ๊ย คาดหวังว่าบางทีมอาจจะเสียสถิติ แต่ก็หาไม่

ยังอึดและทนทานมาจนทุกวันนี้

ทั้่สามทีมผลัดเปลี่ยนสลับกันเจอของยาก สุ่มเสี่ยงต่อการแพ้ มาตั้งแต่ปลายกันยายน

งานยากในที่นี้ ระบุชัดๆ คือการเจอกันเองในแก๊งเฟอร์บี้ เอ๊ย บิ๊กซิกซ์

สัปดาห์ที่ 7- เชลซี เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

สัปดาห์ที่ 8- ลิเวอร์พูล เสมอ แมนฯ ซิตี้ 0-0

สัปดาห์ที่ 9 – เชลซี เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-2

สัปดาห์ที่ 10 – สเปอร์ส แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-1

สัปดาห์ที่ 11 – อาร์เซน่อล เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

สัปดาห์ที่ 12- แมนฯ ซิตี้ ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด  3-1

ดูจากโปรแกรม ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดจะเอาตัวรอดกันมาได้แบบพร้อมเพรียง

มองย้อนกลับไป ลิเวอร์พูล เกือบตกเหวข้างทางอย่างน้อยสองครั้่ง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงมาเป็นซูเปอร์ซับตีเสมอเชลซี ในนาทีสุดท้ายที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

และริยาด มาห์เรซ หวดจุดโทษข้ามคานท้ายเกมที่แอนฟิลด์

ส่วนเชลซี เกือบไม่ได้ไปต่อเช่นกัน ถ้าไม่มีลูกยิงทดเจ็บนาที 95 ของรอสส์ บาร์คลี่ย์ แบ่งแต้มในบ้านคัวเองจากแมนฯ ยูไนเต็ด

ดูสบายกว่าใครเพื่อนก็หนีไม่พ้นแมนฯ ซิตี้ เพราะผ่านเกมใหญ่มาแบบไม่ระบมเท่าไหร่ ตั้งแต่ต้นซีซั่นที่บุกชนะอาร์เซน่อล 2-0

เกมเคยแพ้ทางในฤดูกาลก่อนอย่างโดนถล่มยิงยับที่แอนฟิลด์ หรือแพ้คาบ้านต่อปีศาจแดง แต่ปีนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขี้ยวลากดิน พาทีมเก็บได้ 4 จาก 6 คะแนนเต็ม

มองไปข้างหน้า คิวแรกหลังโปรแกรมทีมชาติ เชลซี เจองานโหดกว่าใครในสามทีม เพราะไปเยือนสเปอร์ส ที่เวมบลีย์

ส่วนวีกออกสตาร์ตเดือนธันวาคม ลิเวอร์พูล มีศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่หนักทุกครั้งนอกเหนือการปะทะกับบิ๊ก-6

ต่อเนื่องทันทีด้วยแมตช์กลางสัปดาห์ ทั้งสามต้องออกนอกบ้าน เรือใบเยือนวัตฟอร์ด, หงส์บุกเบิร์นลี่ย์ และจอมแสบอย่างวูล์ฟส์ รับมือเชลซี

โปรแกรมแบบนี้ ถ้าในสถานการณ์ปกติ สามทีมหัวตารางน่าจะเอาตัวรอดไม่ยาก แต่การกรำศึกติดๆ กัน เตรียมตัวไม่ร้อยเปอร์เซนต์ และกุนซืออาจต้องโรเตชั่น ย่อมเปิดช่องให้โอกาสพลิกล็อก

แถมเชลซี กับ แมนฯ ซิตี้ ยังต้องไฝว้กันต่อหลังจากนั้นไม่กี่วัน

นาทีนี้ การขับเคี่ยวบนหัวตาราง ให้ความรู้สึกคล้ายทั้งสามทีมกำลังเล่นเกมจ้องตา ดวลว่าใครอึดกว่า จิตแข็งกว่า

คนที่เผลอกระพริบก่อนถือว่าแพ้

มันอาจไม่มีผลถึงขั้นจะตัดสินทีมแชมป์ในบั้นปลาย

แต่อย่างน้อย มันได้ในเรื่องของใจสำหรับทีมที่อึดกว่า ทนกว่า

แค่ลุ้นว่าแมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล หรือเชลซี ทีมไหนจะแพ้ก่อน ก็เชียร์สนุกเหมือนลุ้นแชมป์….