เมื่อ เซเรีย อา กลับมาเพื่อหาแชมป์ในสนามจากความ ‘ทรหด’!

2 June 2020
101 VIEWS

ถ้าใครมองว่าการกลับมาของพรีเมียร์ลีกที่จะเล่นกันทั้งหมด 92 เกม ใน 39 วัน เป็นเรื่องสุดโหดแล้ว กัลโช เซเรีย อา ขอเสนอมิติใหม่ในการกลับมาเตะกัน 123 นัด ใน 37 วัน…ใช่ วันน้อยกว่า แต่จำนวนเกมที่ต้องเล่นมากกว่าเกือบ 30% ดังนั้นคงจะไม่แปลกเกินไปที่เราจะขึ้นหัวเรื่องว่าลีกอิตาลีจะใช้ความทรหดในการพิสูจน์แชมป์ มากพอ ๆ กับการพิสูจน์ฝีเท่าในสนามกันเสียแล้ว เพราะนี่เรียกได้ว่า “โหดสัสอัซซูรี” ก็คงไม่ผิดนัก

การเล่น 123 เกมใน 37 นัด นั่นหมายความว่า พวกบรรดาสโมสรใน เซเรีย อา จะต้องลงสนามกันอย่างน้อย 2 เกมต่อสัปดาห์ติดกันนานกว่า 1 เดือน เพื่อเล่นเกมที่เหลืออีกราว 12-13 นัดให้ลุล่วง โดย ดีเดย์ในการกลับมาของ เซเรีย อา คือวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเซเรีย อา จะเล่นกันไปจนถึง 3 สิงหาคม แต่จะเล่นนานกว่านี้ไม่ได้ เนื่องจากเดือน 8 จะเป็นคิวของฟุตบอลสโมสรยุโรปนั่นเอง

เซเรีย อา เปิดเผยว่า การกลับมาของพวกเขาในคราวนี้ จะเล่นกัน 2 ช่วงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยช่วงแรกนับเป็นช่วงสุดสัปดาห์ จะประกอบด้วยเกมในวัน เสาร์ อาทิตย์ และ จันทร์ ซึ่งอีกช่วงคือเกมกลางสัปดาห์ จะมีขึ้นต่อเนื่องในวันอังคาร พุธ และ พฤหัสบดี นั่นหมายความว่า ประชาชนในอิตาลีจะมีฟุตบอลดูถึง 6 วันต่อสัปดาห์ ยกเว้นเพียงวันศุกร์เท่านั้น ทว่าในทางกลับกันแต่ละทีมต้องแข่งขันกันราว 2 นัดต่อสัปดาห์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การกลับมาของ เซเรีย อา ในครั้งนี้ จะมีเกมที่เตะในช่วง เที่ยงคืนครึ่ง และ 02:45 นาที ตามเวลาที่บ้านเราในประเทศไทยเป็นหลัก ทั้งเกมกลางสัปดาห์ และ สุดสัปดาห์ โดยที่ในบางครั้ง พวกเขาจะแทรกเกมที่เตะในช่วง 22:15 น. มาบ้างในบางโอกาส แต่ก็ไม่ได้ลงวันว่าจะต้องมีเกมในเวลานี้ประจำในช่วงวันไหน ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะเวลาในช่วงหน้าร้อนของอิตาลี จะทำให้อากาศในประเทศมีอุณหภูมิที่สูงเกินไป และอาจจะส่งผลต่อนักเตะได้

โดยเกมตกค้าง 2 คู่ ระหว่าง โตริโน พบ ปาร์มา กับ เฮลลาส เวโรนา พบ กายารี จะถูกเอามาแข่งขันกันตั้งแต่มันเดย์ใน คืนวันจันทร์ที่ 20 ต่อวันอังคารที่ 21 มิถุนายน เป็น 2 คู่แรก โดย เกมที่ โอลิมปิโก ตูริน จะเริ่มก่อนในเวลา เที่ยงคืนครึ่ง และ อีกคู่จะตามมาในเวลา 02:45 น. ขณะที่วันอังคารต่อมาก็มีเกมใหญ่ทันทีทั้ง อตาลันตา พบ ซาสซูโอโล และ อินเตอร์ มิลาน พบ ซามพ์โดเรีย หลังจากนั้นก็จะแข่งขันกันยาว ๆ จนไปพักกันครั้งแรก ในคืนวันที่ 26 ต่อเช้าวันที่ 27 มิถุนายน

โดยเกมสำคัญที่จะมีผลต่อการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ จะมีขึ้นในคืนวันที่ 20 ต่อเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม เวลา 02:45 น. ซึ่งจะเป็นการพบกันระหว่าง ยูเวนตุส กับ ลาซิโอ ที่สนามอาลิอันซ์ สเตเดียม ในตูริน โดยตอนนี้สถานการณ์ของทั้ง 2 ทีมเรียกได้ว่าสูสีกันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทั้งคู่แข่งเท่ากันที่ 29 นัด “ม้าลาย” มี 63 คะแนน นำ “อินทรีฟ้าขาว” แค่คะแนนเดียวเท่านั้น ทำให้ “เบียงโคเซเลสเต” มีโอกาสที่จะหยุดการคว้า ‘สคูเต็ดโต’ ติดต่อกันของ “เบียงโคเนรี” หลังจากได้มา 8 ฤดูกาลติดอยู่

ความน่าสนใจอีกอย่างของการกลับมาในศึก เซเรีย อา หลังจาก โควิด-19 อยู่ที่การวางตารางตารางการแข่งขัน โดยจะสังเกตุว่า แม้จะมีเกมที่เล่นกันหลัก ๆ เพียง 2 ช่วงเวลา คือ เที่ยงคืนครึ่ง และ 02:45 นาที แต่จะมีเกมที่เล่นพร้อมกันน้อยมาก เมื่อเทียบกับในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่ลีกอิตาลีจะมีเกมเตะพร้อมกันในช่วงราว 21:00 น. ของวันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทยราว 4-5 เกมเลยทีเดียว

เลกา เซเรีย อา ยังไม่ได้แถลงถึงเหตุผลใรการไม่วางให้เกมเตะในลักษณะเดิม แต่ก็พอเข้าใจได้ว่า การกลับมาเล่นในครั้งนี้ เป็นการกลับมาในฤดูร้อน หลายสนามน่าจะมีอุณหภูมิที่ร้อนแรงในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอยู่ที่ราว บ่าย 3 โมงของอิตาลี นอกจากนี้การที่ให้เกมเตะไม่พร้อมกัน จะช่วยให้แฟนบอลไม่ต้องเลือกดูเกม และจะทำให้เรตติ้งของการถ่ายทอดสดน่าจะออกมาดีกว่าให้เกมอยู่ในเวลาเดียวกัน

ขณะที่ โคปปา อิตาเลีย กลายเป็นฟุตบอล “ลูกเมียน้อย” ไปในทันทีที่มีการประกาศวันลงแข่งขัน โดยตอนนี้ ฟุตบอลถ้วยอิตาลี เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ เลกที่ 2 ซึ่งหมายความว่า จะมีเกมที่จำเป็นต้องเตะกันอีกแค่ 3 นัดเท่านั้นก็จะได้แชมป์ประจำฤดูกาลนี้ สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี เลยตัดปัญหาด้วยการ “เตะให้มันจบ ๆ ไป” ก่อนที่ เซเรีย อา จะเปิดฤดูกาล ซึ่งอาจจะส่งผลเสียกับทั้ง 4 ทีมที่ต้องเล่นในถ้วยนี้มากกว่าผลดี

โดยเกมเลก 2 ระหว่าง ยูเวนตุส พบ เอซี มิลาน ที่เลกแรกเสมอกันมา 1-1 และ นาโปลี พบ อินเตอร์ มิลาน ที่เลกแรก เสมอกันมาด้วยสกอร์เดียวกับคู่แรก จะต้องลงสนามในวันที่ 14-15 มิถุนายนนี้ ตามเวลาประเทศไทย โดยยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนออกมา ขณะที่เกมในรอบชิงชนะเลิศ จะไปแข่งขันที่ โอลิมปิโก กรุงโรม ในวันที่ 18 มิถุนายน ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งเป็นเวลาเพียง 3 วันก่อนฤดูกาลเปิด

อินเตอร์ มิลาน มีโอกาสจะต้องเล่นเกม 3 นัด ใน 8 วัน หากพวกเขาเข้าชิงชนะเลิศได้ ส่วน เอซี มิลาน และ ยูเวนตุส ถ้าทีมใดทีมหนึ่งได้เข้าชิง จะต้องเล่น 3 นัดใน 10 วัน และ นาโปลี อาจจะโชคดีที่สุดถ้าได้เข้าชิง เพราะพวกเขามีเวลาพักจากรอบชิงชนะเลิศ (กรณีเข้าไปได้) จนถึงเกมแรกของ เซเรีย อา ถึง 6 วันด้วยกัน

ดังนั้น ตารางที่กระชั้นชิดแบบนี้ นอกจากจะต้องใช้ฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมในเกมฟุตบอลแล้ว พวกเขายังต้องใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์ที่สุด ต้องเค้นสมองจากทีมสตาฟฟ์โค้ชในการวางแผนการซ้อมและพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้ทีมกายภาพเพื่อให้นักเตะที่เหนื่อยล้าสะสมเกิดอาการบาดเจ็บให้น้อยที่สุด และต้องวัดกันถึงทีมโภชนาการที่จะต้องช่วยให้นักเตะได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดเพื่อนเอาไปใช้ในเกมที่ถี่ขนาดนี้

แบบนี้อาจจะพูดได้ว่า เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ไม่ได้วัดกันแค่ฝีเท้าเท่านั้น มันยังวัดความ “ทรหด” และความพร้อมของแต่ละทีมใน “ทุกหน่วยงาน” ด้วย