เมื่อ “กุหลาบแดง” กระชาก “ราชันย์สีดำ” ลงจากบัลลังก์ หรือนี่จะเป็นสัญญาณของรักบี้ยุโรป!?

ทีมรักบี้ ทีมชาติอังกฤษ
27 October 2019
355 VIEWS

ครั้งสุดท้ายที่ทีม “ออลแบล็กส์” ทีมรักบี้ทีมชาตินิวซีแลนด์ พ่ายแพ้ในศึกรักบี้ชิงแชมป์โลก ต้องย้อนไปในปี 2007 วันที่ 17 ตุลาคม และหลังจากนั้นมา พวกเขาก็ไม่เคยแพ้ในการเล่นชิงแชมป์โลกอีกเลย จนกระทั้งวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่พวกเขาพ่ายต่อ “เรดโรส” ทีมรักบี้ทีมชาติอังกฤษ 7-19 ในรอบรองชนะเลิศ ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นเวลายาวนานกว่า 12 ปีเลยทีเดียว

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของการลงจากบัลลังก์ของทีมที่ครองความยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนานอย่าง ออลแบล็กส์ แล้ว ทีมชาติอังกฤษ ยังถูกพูดถึงในกระแสการนำรักบี้ยุโรป กลับมาอยู่บนความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วย

โลกของรักบี้ ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยเส้นศูนย์สูตร ทีมใต้เส้นศูนย์สูตร ประกอบด้วยทีมอย่าง ออสเตรเลีย, อาร์เจนตินา, แอฟริกาใต้ และพี่เบิ้มอย่าง นิวซีแลนด์ ขณะที่ทีมในโซนเหนือ ส่วนใหญ่จะเกาะกลุ่มอยู่ทางยุโรปตะวันออก โดยมีทีมอย่าง ไอร์แลนด์, เวลส์, สก็อตแลนด์, ฝรั่งเศส, อิตาลี และพี่ใหญ่ในบรรดาทีมเหล่านี้คือ อังกฤษ

เมื่อดูจากชื่อชั้น สำหรับคนที่ตามรักบี้มาบ้างก็คงจะรู้ดีว่า ทีมจากซีกโลกใต้ ผลัดกันครองความยิ่งใหญ่มาตลอด พวกเขาผลัดกันขึ้นมาเป็นแชมป์โลก แม้จะมีอยู่ครั้งเดียว ที่อังกฤษ แทรกตัวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกได้เมื่อปี 2003 ก็ไม่พ้นโดนค่อนขอดว่า “เตะจนได้แชมป์” จากการที่พวกเขามี จอนนี วิลคินสัน เป็นตัวทำสกอร์หลักในครั้งนั้น

แต่มาในรักบี้ชิงแชมป์โลกครั้งนี้ มันต่างกันออกไป ถึงแม้เขาจะไปยืนรอในรอบชิงฯ แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในปี 1991, 2003 และ 2007 แต่เส้นทางคราวนี้ของอังกฤษแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยในปี 1991 เส้นทางก่อนมาเข้าชิงฯ ต้องผ่าน ฝรั่งเศส และ สก็อตแลนด์, ขณะที่ ปี 2003 พวกเขาผ่าน เวลส์ และ ฝรั่งเศส ส่วนปี 2007 พวกเขาผ่าน ออสเตรเลีย และ ฝรั่งเศส

จะเห็นว่า ตลอดเส้นทางการเข้าชิงชนะเลิศของอังกฤษ 5 จาก 6 แมตช์ เป็นการผ่านทีมจากยุโรปด้วยกัน และมีแค่ครั้งเดียวที่ผ่านทีมจากซีกโลกใต้ ซึ่งคือ ในรอบ ก่อนรองชนะเลิศในปี 2007 แมตช์เดียวเท่านั้น แต่ในปีนั้น พอพวกเขาไปเจอทีมจากซีกโลกใต้ที่ “แข็ง” จริง ๆ อย่าง “สปริงบ็อก” ก็ บ่อท่า พ่ายไป 15-6 

ทว่าในรักบี้ชิงแชมป์โลกคราวนี้ พวกเขาต้องเจอบททดสอบจากทีมซีกโลกใต้มาแล้ว 2 ทีม และมันเป็นการชนะแบบ “เหนือกว่าอย่างชัดเจน” ทั้ง 2 แมตช์ ทั้งในเกมที่ถล่ม “วอลลาบีย์” 40-16 ที่ โออิตะ สเตเดียม และเกมทุบเอาชนะ “ออลแบล็กส์” ที่ โยโกฮามา สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นเหมือนการประกาศศักดาเหนือทีมจากซีกโลกใต้ ที่มองรักบี้ยุโรปว่าเป็นรองมาตลอดได้อย่างยอดเยี่ยม

นอกจากนี้ “เรดโรส” ยังมีโอกาส ‘กวาดเรียบ’ เหนือ “บิ๊ก 3” ของโลกด้วย ถ้า แอฟริกาใต้ ผ่าน เวลส์ มาได้ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะแข่งขันกันในวันอาทิตย์นี้ 

และถ้าแมตช์ระหว่าง “เรดโรส” กับ “สปริงบ็อก” เกิดขึ้นจริง แล้ว อังกฤษ เอาชนะไปได้ในรอบชิงชนะเลิศ มันจะเป็นการประกาศศักดาอย่างชัดเจนของทีมจากซีกโลกเหนือ และ บรรดารักบี้ยุโรป ว่า ถึงเวลาที่จะออกมาจากเงาของเหล่าทีมจากแดนใต้แล้ว

ส่วน “เทพนิยายกุหลาบแดง” จะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น เรายังมีเวลาลุ้นกันอีก 1 สัปดาห์!

เกร็ดน่าสนใจ

  • อังกฤษเคยได้แชมป์โลกครั้งเดียวในปี 2003 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ
  • รักบี้ชิงแชมป์โลก จัดขึ้นมา 8 ครั้ง มีทีมเป็นแชมป์ 4 ทีม ได้แก่ นิวซีแลนด์ 3 สมัย, ออสเตรเลีย 2 สมัย, แอฟริกาใต้ 1 สมัย และอังกฤษ
  • นั่นหมายความว่า 87.5% ของแชมป์ มาจากซีกโลกใต้
  • ก่อนอังกฤษจะชนะ นิวซีแลนด์ เมื่อวานนี้ ทีมสุดท้ายที่ชนะพวกเขาในรักบี้ชิงแชมป์โลกได้ คือ ฝรั่งเศส