เมื่อไรการ “เหยียด” จะหมดไปจากโลกฟุตบอล ?

3 December 2018
211 VIEWS

หากใครที่ติดตามชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากัปตันทีมในพรีเมียร์ลีก พร้อมใจกันสวมใส่ปลอกแขน สัญลักษณ์ของหัวหน้าทีม ด้วยลาย ‘สีรุ้ง’ เพื่อเข้าร่วมการรณรงค์ต่อต้านการเหยียดบุคคลที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ เพื่อสื่อถึงการสนับสนุนโครงการดังกล่าว บรรดาสโมสรต่างๆ ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีพื้นหลังในโซเชียลเน็ทเวิร์กเป็นสีรุ้ง รวมไปถึงการสวมปลอกแขนกัปตันทีม และการผูกเชือกรองเท้าสตั๊ดด้วยสีรุ้ง

สำหรับแคมเปญรณรงค์ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสื่อถึงการสนับสนุนบรรดา เลสเบี้ยน, เกย์, ไบเซ็กชวล และพวกผ่าตัดเปลี่ยนเพศ ให้มีความเท่าเทียมกันในสังคมโลก และให้ได้มีที่ยืนในสังคม

โดยบรรดาทีมในศึกพรีเมียร์ลีกได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์เรื่องนี้ ของ องค์กรการกุศล LGBT (Lesbian, Gay, Bisexual and Transgender) ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบรรดาผู้เล่นของหลาย ๆ สโมสร รวมถึงผู้ตัดสินทั้ง 10 รายที่ลงทำหน้าที่ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โลกของปี 2018 ได้เดินทางมาไกลจากอดีตกาลมากแล้ว…เดินทางมาไกลเกินกว่าโลกใบเก่า ที่มีการเหยียดเพศ หรือ เหยียดเชื้อชาติ รวมถึงการเหยียดผิว เหยียดชาติพันธุ์…

เพราะทุกคนที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ มีความเท่าเทียมกัน มีความเป็นมนุษย์ มีเลือดมีเนื้อ มีความเป็นคน โดยเท่าเทียมกัน … ไม่ควรมีความคิดที่ว่า ฉันสูงส่งความเธอ เธอต้อยต่ำกว่าฉัน จากเรื่องผิว-เพศ-ชาติกำเนิด อีกต่อไปแล้ว…

สำหรับเรื่องนี้ ถือเป็นแคมเปญที่ดี ที่น่ายกย่องเชิดชู และสแตนดิ้ง โอเวชั่นให้ พรีเมียร์ลีก ที่แสดงจุดยืนทางสังคมได้ดี ภาพลักษณ์ที่เหมาะสมในโลกปัจจุบัน และมีความเป็น ‘หัวก้าวหน้า’

แต่อย่างไรก็ตาม ในเกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็กลับกลายว่า มีเรื่องด่างพร้อย เกี่ยวกับการ ‘เหยียด’ ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะในเกมลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ ระหว่าง อาร์เซน่อลกับสเปอร์ส ซึ่งเป็นคู่รักคู่แค้นอาฆาตกันมานานในแถบลอนดอนเหนือ เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น และถือเป็นเรื่องนน่าละอาย สำหรับสังคมโลกยุค 2018 เนื่องจากมีแฟนบอลไก่เดือยทอง บางคนโยน ‘เปลือกกล้วย’ ลงมาในสนาม ในจังหวะที่ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง ยิงจุดโทษเข้าไปให้ปืนใหญ่นำ 1-0 นาทีที่ 10 ก่อนที่จบเกมอาร์เซน่อลจะคว้าชัยชนะ 4-2

สำหรับการโยนกล้วยลงมา มันถือเป็นคำผรุสวาทที่หยาบคายร้ายแรง โดยนัยยะคือ โอบาเมยอง ไม่ใช่คนแต่เป็นสัตว์ที่พวกเขาโยนอาหารให้ แม้ในจังหวะนั้น โอบาเมยอง กองหน้าทีมชาติกาบองจะทำตัวไม่เหมาะสม และหาเห่าใส่หัวแท้ ๆ เพราะวิ่งไปดีใจหน้าแฟนบอลไก่เดือยทอง แต่ในฐานะที่มีความเป็นคนเท่ากัน มันไม่ควรมีการ “โยนกล้วย” ให้ใครต่อใครอีกต่อไปแล้ว

สำหรับเหตุการณ์นี้ ภายหลังตำรวจได้มีการจับคุมแฟนบอลสเปอร์สบางส่วน โทษฐานที่โยนกล้วยลงมาในสนาม และในขณะเดียวกัน โฆษกของสเปอร์สแถลงการณ์ประนามในการกระทำของแฟนบอลกลุ่มดังกล่าว และจะแบนไม่ให้เข้าสนามต่อไปในอนาคตด้วย

การเหยียดผิว หรือ Racism นับได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ ด้วยเหตุผลทั้งปวงในโลก เพราะมันคือพฤติกรรมที่น่ารังเกลียด อันมาจากพื้นฐานจิตใจที่คล้ายเป็นบัวในตม

และกับคำถามว่า เมื่อไรการ “เหยียด” จะหมดไปจากโลกฟุตบอล ? …มันย่อมมีคำตอบรออยู่ในอนาคตอยู่แล้ว ตราบใดที่ทุกฝ่ายช่วยกันรณรงค์ เรื่องความเท่าเทียมกันของเพศ-ผิว-เชื้อชาติ-รูปลักษณ์

อย่างน้อยตอนนี้ก็เริ่มต้นแล้ว…อย่างน้อยๆก็อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง และมีเส้นชัยรออยู่ …แม้จะช้า แต่ว่าก็ได้เริ่มเดินทางแล้ว ไม่วันใดวันหนึ่ง มันย่อมไปถึงปลายทางแน่นอน

สำหรับ เรื่องนี้ทุกคนช่วยกันได้ แค่เริ่มต้นที่จิตใจของเรา…จากนั้นมันจะค่อยๆ งอกงามและแพร่พันธุ์สู่คนรอบข้าง

…แล้ว เรื่องการ “เหยียด” ทั้ง เพศ-ผิว-เชื้อชาติ-รูปลักษณ์ และอื่นๆ จะค่อยๆสลายหายไป…