เมื่อ โกเร็ตซกา เปลี่ยนเวลาให้กลายเป็นพลังใน 2 เดือน | by SPORTDesk. Team

16 June 2020
373 VIEWS

ช่วงที่โควิด-19 เล่นงานชาวไทยอย่างหนักราว 1-2 เดือนก่อน เชื่อว่าหลายคนคงได้รับประสบการณ์ Work From Home กันมาบ้าง และหลายคนก็ดีใจที่ได้เวลาเยอะขึ้น โดยจากผลสำรวจปรากฏว่า เว็บไซต์ให้บริการดูหนัง หรือ คอนเทนต์ออนไลน์ อย่าง เน็ตฟลิกซ์ และรวมถึง ยูทูป (และ พรฮับ อิอิ) ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และยอดใช้บริการจากผู้ใช้ชาวไทยเป็นเวลาต่อวันก็เพิ่มขึ้นด้วย เพราะไม่รู้จะทำอะไร

สำหรับคนธรรมดาอย่าง เรา ๆ ท่าน ๆ การฆ่าเวลาด้วยสื่อบันเทิง ก็คงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม และอาจจะได้ความรู้เพิ่มเติมด้วย ทว่าในมุมของนักฟุตบอล หลายคนต้องพยายามรักษาความฟิตที่บ้านของพวกเขาซึ่งไม่ใช่สถานที่ที่เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมสรรพ ก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่พวกเขาต้องรักษาร่างกายไว้เพื่อให้พร้อมสำหรับการลงสนามมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แต่กับบางคน แค่รักษาความฟิต…อาจน้อยเกินไป

ลีออน โกเร็ตซกา เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเปลี่ยนแปลงไปในแง่บวกหลังโควิด-19 ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปชนิดที่ ‘แค่มองก็รู้’ เขาล่ำขึ้น มีกล้ามเนื้อทั้งร่างมากขึ้น ซึ่งถ้าจะบอกว่า เหมือนคนละคนจากช่วงก่อนที่บุนเดสลีกาจะปิดฤดูกาลเพราะโรคระบาด ไปเลยก็ว่าได้ และนั่นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยที่จะใช้เวลาในช่วง 2 เดือนเพื่อขุนตัวเองให้มีกล้ามเนื้อเพิ่มขนาดนั้น แถมเขายังอยู่แต่ที่ ‘บ้าน’ ซึ่งก็อาจจะไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือในการเล่นเวทมากมายเท่าที่ยิมในสนามซ้อมของสโมสรแน่นอน

ก่อนหน้านี้ โกเร็ตซกา ผอมเพรียวและว่องไวโดยเขาตั้งใจจะใช่ความปราดเปรียวเป็นจุดเด่นในการทำเกม ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดีมาตั้งแต่อยู่ที่ ชาลเก 04 แล้ว แต่เมื่อต้องเพิ่มกล้ามเนื้อนั่นทำให้ความว่องไวที่มีจะหายไปโดยปริยาย แต่ความแข็งแกร่ง และการเข้าปะทะที่เคยเป็นจุดอ่อนของเขาก็ถูกกลบฝังเสียมิด นั่นทำให้เขาอันตรายขึ้นในกรอบเขตโทษ และมันช่วยให้เขามีส่วนร่วมทั้งการทำเกม และการทำประตูเพิ่มมากขึ้น

“ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจขนาดนั้นนะสำหรับผม” คริสตอปห์ คราเมอร์ กองกลางของ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดาวเตะวัย 25 ปี “เขาเป็นนักกีฬาที่มหัศจรรย์อยู่แล้ว แถมตอนนี้ก็กลายเป็น ‘ไอ้โหด’ ในกรอบเขตโทษไปแล้วด้วย”

การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรูปร่าง และ สไตล์การเล่นของ โกเร็ตซกา ส่งผลที่ชัดเจนต่อรูปเกม และ ผลงานของเขาอย่างแท้จริง โดยก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำเพิ่มน้ำหนักตัวเอง ในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 โกเร็ตซกา ลงสนามไปทั้งสิ้น 15 นัด ยิงไป 3 ประตู และ แอสซิสต์ไปอีก 5 ครั้ง โดยปัญหาสำคัญที่เขาต้องเผชิญหน้าเมื่อเป็นนักเตะที่ใช้ความปราดเปรียวคล่องแคล่วในการเล่นคืออาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกลับกล้ามเนื้อ ทั้งที่ แฮมสตริง และ ต้นขา รวมไปถึงส่วนอื่น ๆ โดยมันทำให้เขาต้องพักรักษาตัวถึง 9 นัดในช่วงก่อนลีกระงับไป

เมื่อเขากลับมาและแปลงร่างเป็นพี่ล่ำ โกเร็ตซกา ยิงประตูไปแล้ว 3 ประตู และมี 3 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 6 นัด นั่นหมายความว่า เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้ว เขามีส่วนกับประตูในทุกเกม ไม่ว่าจะในฐานะคนยิง หรือ คนจ่าย และที่น่าประทับใจกว่านั้น คือทั้ง 6 นัด ตั้งแต่บุนเดสลีกากลับมาลงสนามกัน โกเร็ตซกา ลงสนามไปเกิน 70 นาที ทุกเกม และมีถึง 4 เกม ที่เล่นจนครบ 90 นาที โดยไม่มีอาการบาดเจ็บมารบกวนเลยแม้แต่น้อย นั้นหมายความว่า การเสริมสร้างกล้ามเนื้อของเขาในครั้งนี้ มันกลบจุดอ่อนความ “เปราะบาง” ของเขาไปแล้วด้วยหรือเปล่า?

อดีตดาวเตะ “ราชันสีน้ำเงิน” พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของเขสไว้ได้อย่างน่าสนใจ และน่าจะอธิบายได้พอสมควรว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ในคราวนี้

“การปะทะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ นั่นไม่เพียงแต่สำหรับผมเท่านั้น แต่มันจำเป็นสำหรับผู้เล่นทุกคนในสนามด้วย” เขากล่าวหลังจากที่ลงสนามในนักล่าสุด และทำประตูได้

“มันเป็นเหมือนความท้าทายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผมในวันนี้ ดังนั้น สุดท้ายแล้ว มันก็แค่ขึ้นอยู่กลับว่าคุณมีความปรารถนาที่จะชนะมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่

“เป็นเรื่องดีเสมอ เมื่อคุณได้รับคำชม ผมยินดีที่ทำประตูได้ แม้จะเป็นในช่วงเวลาท้ายเกม และนั่นจะอนุญาตให้เราเป็นแชมป์ได้ในวันอังคารนี้ ถ้าเราทำตามเป้าหมายของเราได้สำเร็จ”

นอกจากจะเป็นผลดีกับตัวของเขาเองกับทีม “เสือใต้” แล้ว ความเปลี่ยนแปลงของ โกเร็ตซกา ยังอยู่ในสายตาของผู้จัดการทีมชาติเยอรมนี อย่าง โอลิเวอร์ เบียร์ฮอฟฟ์ ซึ่งกำลังจับตาดูสิ่งที่เกิดขึ้นในบุนเดสลีกาตอนนี้อย่างใกล้ชิดด้วย

“มันดีมากที่ได้เห็นนักเตะอย่าง ลีออน โกเร็ตซกา หรือ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของพวกเขาขึ้นมาในอีกจุดที่สูงกว่าได้ และ มันเป็นเหมือนการชาร์ตแบคเตอรีให้พวกเขาในตอนนี้ เพื่อที่จะได้โชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ได้ทำประตู และได้มีส่วนร่วมกับเกมที่สำคัญ” อดีตกองหน้า เอซี มิลาน กล่าว

พัฒนาการของ เลออน โกเร็ตซกา เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าประทับใจสำหรับคนที่ใช่เวลาว่าง 2 เดือนเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง และทำได้อย่างสำเร็จอย่างงดงาม

มาถึงตรงนี้ แม้หลาย ๆ คนอาจจะต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ และไม่ได้มีเวลาว่างเหมือนช่วงโควิดที่ผ่านมาแล้ว แต่เราก็อาจจะจัดเวลาว่าง เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้น เหมือนที่ดาวเตะเยอรมันผู้นี้ ชี้ให้เห็นแล้วว่าการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์นั้น…มันดีแค่ไหน!