เมื่อกฎไม่ศักดิ์สิทธิ์ ก็ถึงเวลาที่นักเตะอังกฤษต้องปกป้องตัวเองจากการเหยียดผิว

แทมมี อับราฮัม
9 October 2019
340 VIEWS

“ถ้ามันเกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่งของเรา มันก็เหมือนเกิดขึ้นกับเราทั้งทีม แฮร์รี เคน บอกเสมอว่า ถ้าเราไม่มีความสุข ถ้านักเตะในทีมไม่มีความสุขที่จะเล่น เราทั้งหมดจะเดินออกจากสนามด้วยกัน”

แทมมี อับราฮัม เปิดเผยถึงมาตรการตอบโต้การเหยียดผิวของแฟนบอลในสนาม หลังจากที่นักเตะอังกฤษ ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ในช่วงหลัง

ย้อนกลับไปในเมื่อเดินมีนาคม ในเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือกที่อังกฤษ บุกเอาชนะ มอนเตรเนโกร 5-1 นักเตะผิวสีของทีมชาติอังกฤษหลายคน อาทิ แดนนี โรส, คัลลัม ฮัดสัน โอดอย และ ราฮีม สเตอร์ลิง ถูกแฟน ๆ เจ้าบ้านมีพฤติกรรมเหยียดผิวใส่อย่างชัดเจน

แม้หลังจากนั้น มอนเตรเนโกร จะโดนยูฟ่า เล่นงานด้วยการไม่ให้คนดูเข้าสนามในเกมกับโคโซโว แต่ดูเหมือนบทลงโทษเหล่านี้ ไม่ได้รุนแรงพอ และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่นัก 

ปัญหาการเหยียดสีผิวยังมีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ แถบประเทศยุโรปตะวันออก อาทิ เซอร์เบีย, มอนเตรเนโกร, โคโซโว, บัลแกเรีย และพบได้มากกว่าหากเทียบกับโซนฝั่งตะวันตกอย่าง สเปน, ฝรั่งเศส เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ 

อังกฤษ มีคิวเล่นเกมยูโร 2020 รอบคัดเลือก ในช่วงฟีฟ่า เดย์ สัปดาห์นี้ 2 นัด ในการพบกับ สาธารณะรัฐเช็ก และ บัลแกเรีย ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงเรื่องการเหยียดสีผิว แต่อาจจะเป็นโชคดีที่พวกเขาจะไม่ต้องงัดมาตรการตอบโต้ที่คิดไว้มาใช้ในเกมนั้น เพราะ บัลแกเรีย เพิ่งโดนยูฟ่า แบนไม่ให้แฟนบอลเข้าชมเกม จากการเหยียดผิวในเกม ยูโรปา ลีก ก่อนหน้านั้น 

แต่ถึงอย่างนั้น มาตรการตอบโต้กับปัญหาเหล่านี้จากฝั่งนักเตะ ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องคิดกันไว้ เพื่อสามารถเอาออกมาใช้ได้อย่างทันที ถ้ามีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น

“เราได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องนั้น (การรับมือการเหยียดผิว)” กองหน้าดาวรุ่งของเชลซี กล่าว “แฮร์รี เคน ได้ถามพวกเรา และยืนยันว่า ถ้ามีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น เราจะมีข้อปฏิบัติ 3 ขั้นตอน 

“ถ้ามันเกิดขึ้นจริง เราจะบอกให้มีการเตือนก่อน อาจจะมาจากโฆษกสนามหรืออะไรก็ตาม ถ้ายังไม่หยุด เราจะหยุดเกมเกมชั่วคราว และตัดสินใจกันในทีมกับบรรดาสตาฟฟ์

“ถ้าเราคุยกันแล้วตัดสินใจที่จะหยุดเล่นเกมถาวร เราจะไม่แคร์ว่าสกอร์เท่าไหร่ ถ้าเราไม่แฮปปี้กับมัน เราก็จะหยุดเล่น และจะไม่อยู่บนสนามนั้นอีก”

นี่อาจจะเป็นเพียงแค่วิธีการเบื้องต้นของทีมชาติอังกฤษ ที่อาจจะถูกนำออกมาใช้สักวันในอนาคต ตราบเท่าที่การเหยียดผิวยังมีอยู่ในโลกฟุตบอล

การต้องมาหาทางรับมือกับปัญหากันเองของเหล่านักเตะแบบนี้ มันสะท้อนความล้มเหลวในการจัดการกับปัญหาการเหยียดผิวของ ยูฟ่า อย่างชัดเจน และแสดงให้เห็นว่า การลงโทษด้วยการเตะในสนามเปล่าที่ไร้แฟนบอล ไม่ได้แก้ไขในพฤติกรรมที่แท้จริง

มันอาจจะถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง และแข็งกร้าวกว่านี้ออกมา

หรือว่า จะต้องรอให้นักเตะ วอล์กเอาต์กันเองก่อน ถึงจะได้ฤกษ์แก้ปัญหานี้กัน?