การประกาศศักดาในการกลับมาของ ‘ราชาแห่งแห่งเมลเบิร์นปาร์ค’

ยอโควิช
2 February 2020
122 VIEWS

ย้อนกลับไปในสมัยที่วงการเทนนิสยังมี Big 4 อย่าง โนวัค ยอโควิช, ราฟาเอล นาดาล, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ แอนดี เมอร์รีย์ แชมป์แกรนด์สแลม 4รายการ อาจจะมีโควตาของแต่ละคนที่ค่อนข้างลงตัว แม้จะไม่ได้ผูกขาด แต่ก็พอจะบอกได้ว่า ในสนามไหน ใครเป็นตัวเต็งกว่าคนอื่น ๆ จนกระทั้งมาสู่ยุค Big 3 เพราะ เมอร์รีย์ หลุดวงโคจรไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ภาพการเป็นจ้าวสนามของแกรนด์สแลม ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

แน่นอน เมลเบิร์น ปาร์ค บ้านของ ออสเตรเลียน โอเพ่น เหลือแค่นักเทนนิส 2 คนเท่านั้น ที่ก้าวขึ้นมาแย่งชิงถ้วย นอร์แมน บรูกส์ ชาเลนจ์ คัพ คือ ‘โนเล’ และ ‘เฟ็ดเอ็กซ์’ ซึ่งผลัดกันได้แชมป์มาตลอดทศวรรษหลัง นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ชื่อของแชมป์แกรนด์สแลมแรกของปีมีแค่ 2 คนเท่านั้น

แต่ในระยะหลัง ด้วยวัยที่โรยราของจอมเก๋าจากสวิส เป็นโอกาสให้ ยอโควิช ขึ้นมาผงาด และในปีนี้ก็เช่นกัน แม้จะออกสตาร์ตรอบแรกได้อย่างมีคำถาม เพราะนักหวดมือ 2 ของโลกในตอนนั้นที่กำลังจะขึ้นมาเป็นมือ 1 ของโลกในวันจันทร์นี้ ต้องออกแรงเหนื่อยกว่าที่ควรในการล้ม แยน เลนเนิร์ด สตรัฟฟ์ จากเยอรมนี แบบมีเหนื่อย 3-1 เชต แต่หลังจากนั้นเขาชนะแบบไม่เสียเชตให้ใคร แม้แต่ในรอบรองชนะเลิสที่พวกับ เฟเดอเรอร์ ก็ตาม

ในรอบชิงชนะเลิศ ยอโควิช ต้องรับมือกับคู่แข่งอย่าง โดมินิค ธีม ที่ล้ม ราฟาเอล นาดาล มือ 1 ของโลกจากสเปนลงไปในรอบ 8 คนสุดท้าย และเอาชนะ ชาช่า ชเวเรฟ ในรอบรองชนะเลิศมาชิงแชมป์แกรนด์สแลมแรก เป็นครั้งที่ 3

จะว่าไป ธีม เป็นนักหวดที่อาภัพพอสมควร เขาเข้าชิงเทนนิสแกรนด์สแลมรวมครั้งนี้มา 3 ครั้ง และ 2 ครั้งก่อนหน้านี้เขาต้องไปเจอกับ “เจ้าที่” อย่างการไปชิง เฟรนซ์ โอเพ่น ใน โรลังด์ การ์รอส กับ ราฟา นาดาล ซึ่งเป็นแมตช์อัพที่ขนาดในกลุ่ม Big 3 เองยังบอกว่า “เหนื่อย” มาครั้งนี้ เขาก็ต้องมาเจอกับ “เจ้าที่” อย่าง ยอโควิช ใน เมลเบิร์น ปาร์ค

แต่นักหวดวัย 26 ปี ก็ทำได้ดีเกินคาด เขาไล่ต้อนแชมป์เก่ามาถึงจุดที่พลาดอีกไม่ได้แล้วเพราะหลังจบ 3 เชต เขานำ 2-1 แน่นอน ถ้ามันไม่ได้แข่งระบบ 3 ใน 5 เขาคงคว้าสแลมแรกไปแล้ว แต่พอมันใช้ระบบ Best of 5 มันยังเปิดโอกาสให้ ยอโควิช ที่ดู “หมด” แล้วหลังพ่ายในเชตที่ 3 กลับมาได้อย่างเหลือเชื่อ และจากความผิดพลาดแค่เซตละหน ในเชตที่ 4 และ 5 ก็เพียงพอให้นักหวดวัย 32 ปี ฉกฉวย และ ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ในท้ายที่สุด

6-4. 4-6, 2-6, 6-3 และ 6-4 คือสกอร์ทั้ง 5 เชตตามลำดับ และเกมนี้ใช้เวลาแข่งขันกัน 4 ชั่วโมงถ้วนพอดี 

สุดท้ายแล้ว กลายเป็น ยอโควิช ที่ได้รับถ้วย นอร์แมน บรูกส์ ชาเลนจ์ คัพ จากมือของ มาราส ซาฟิน และนี่เป็นครั้งที่ 8 แล้ว ที่เขาได้ชูถ้วยเงินบริสุทธ์ใบนี้ต่อหน้าแฟน ๆ ใน ร็อด เลเวอร์ อารีนา ซึ่งนั่นเป็นสถิติในการคว้าสแลมรายการนี้มากที่สุดกว่าใครในประวัติศาสตร์ เขาเหนือกว่า ทั้ง รอย เอมเมอร์สัน และ เฟเดอเรอร์ ที่ตามมาที่ 2 ถึง 2 สมัย

ในอีกมุมหนึ่ง เขาคว้าสแลมรวม 17 รายการ ตามหลัง นาดาล ที่มี 19 สมัย อยู่ 2 ถ้วย และตาม เฟเดอเรอร์ อยู่แค่ 3 ถ้วยเท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ถ้าปีนี้ เขาพีคมากพอที่จะกวาดทุกสแลมที่เหลือได้ ทั้ง วิมเบิลดัน, โรลังด์ การ์รอส และ ยูเอส โอเพ่น เขาจะกลายเป็นคนที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดร่วมกับ เฟเดอเรอร์ ทันที่

เหนืออื่นใด ความพิเศษของปีนี้ คือเป็นปีที่มีการจัดแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ นั่นหมายความว่า ตอนนี้ “โนเล่” คือนักเทนนิสชายเพียงคนเดียวที่มีโอกาสคว้าเกียรติยศสูงสุดอย่าง “โกลเด้น สแลม” มาครองได้ด้วย

แต่นั่น ยังดูเป็นเรื่องของอนาคตที่ยาวไกล สำหรับในวันพรุ่งนี้ “โนเล่” จะหลับมาสู่ บัลลังก์ มือ 1 ของโลกอีกครั้ง และมันจะเป็นการครองมือ 1 ของโลกสัปดาห์ที่ 276 ซึ่งห่างจาก พีต แซมพราส ที่ครองมือ 1 ของโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ปค่ 10 สัปดาห์เท่านั้น และไม่แน่ เราอาจจะเห็นเขา ขึ้นไปจี้สถิติการครองมือ 1 ของโลกยาวนานที่สุดของ เฟเดอเรอร์ ที่ 310 สัปดาห์ ในปีนี้เลยก็ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับว่า “ราชาแห่งเมลเบิร์นปาร์ค” คนนี้ จะไปแผลงฤทธิ์ที่อื่นได้ด้วยหรือไม่!