ลาลีกาสนุกขึ้น…เมื่อเรอัล มาดริด-บาร์ซ่านัดกันแพ้

27 September 2018
183 VIEWS

เกิดอะไรขึ้นกับเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า 2 ทีมยักษ์ใหญ่ที่นัดกันแพ้แบบพร้อมใจกันในแมตช์กลางสัปดาห์ ซึ่งเป็นแมตช์เดย์ที่ 6 ของลาลีกา สเปนในฤดูกาลนี้…

ขอเริ่มต้นเรื่องราวสุดพลิกล็อกแบบฉบับฟุตบอลแดนกระทิงดุ กันที่สนาม Estadio Municipal de Butarque ของเลกาเนสกันก่อน โดยก่อนเริ่มคิกออฟ ลูกทีมของเมาริซิโอ เปเยกริโน่ อดีตนักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า อยู่ในอันดับสุดท้ายของตารางคะแนน มีเพียง 1 คะแนนเท่านั้น แถมพอเริ่มต้นแมตช์นี้ ยังเป็นฝ่ายตกเป็นรองบาร์เซโลน่าไปก่อนด้วย จากลูกยิงสุดสวยของเฟลิเป้ คูตินโญ่ ในครึ่งแรก …แต่ครึ่งหลังกลายเป็นหนังคนละม้วน เมื่อเลกาเนสได้ 2 ประตูรวด และมีประเด็นเยอะขึ้นมาอีกสำหรับประตูชัย 2-1 ในนาทีที่ 53 ของออสการ์ โรดริเกวซ ซึ่งลูกนี้เกิดจากความผิดพลาดไปเต็มๆสำหรับการสกัดบอลไม่เด็ดขาดของเคราร์ด ปิเก้ และประตูชัยของเลกาเนสยังได้มาหลังจากพังประตูตีเสมอไปได้แค่ 68 วินาทีเท่านั้นอีกด้วย

นั่นแปลว่า สมาธิของแนวรับบาร์ซ่า ยังไม่เข้าที่เข้าทาง “สติยังหลุดอยู่” และสุดท้ายเลกาเนสก็ฉกฉวยชิงจังหวะอันได้เปรียบในจุดนี้ได้ และอีกจุดหนึ่งที่กลายเป็น “จุดอ่อน” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือในตำแหน่งแบ็กซ้าย ซึ่งเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เลือก โธมัส แฟร์มาเล่น ลงเล่นแทนจอร์ดี้ อัลบา และสุดท้ายมันก็ส่งสัญญาณว่า “ไม่เวิร์ก” และต้องเอาอัลบากลับลงมาในฐานะตัวสำรองท้ายเกม แต่สุดท้ายมันก็ไม่ทันการณ์

…เวลาผันผ่านไปแค่ 3 วัน บาร์ซ่าของบัลเบร์เด้ ทำแต้มหล่นหายไปถึง 5 คะแนน เพราะเมื่อวันอาทิตย์ก็เสมอกับกิโรน่า 2-2 มาอย่างน่าเจ็บใจ แล้วนี่ยังต้องปราชัยนัดแรกในฤดูกาลอีก

“มันไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ผมจะสรรหาคำอธิบายใด ๆ ได้เลย…เราพบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะสร้างโอกาสจบสกอร์ และเลกาเนสก็เล่นเกมรับแบบเต็มรูปแบบเมื่อพวกเขาขึ้นนำ”

“นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดี เราไม่ได้คาดคิดว่าจะเจอกับสถานการณ์แบบนี้ แต่เราก็ยังมีเกมสำคัญที่จะดวลกับแอธ.บิลเบา ในวันเสาร์รออยู่ โดยที่เราจะได้เล่นต่อหน้าแฟน ๆในคัมป์ นู เราจำเป็นต้องฉุดให้ตัวเองลุกขึ้นมาให้ได้”

นอกจากนี้ ก็ยังมีประเด็นร้อนในโลกโซเชี่ยล เลือกการจัดทัพในแนวรุกด้วย เพราะมูเนียร์ เอล ฮัดดาดี้ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงก่อนหลุยส์ ซัวเรส และเมื่อผลการแข่งขันไม่ได้เป็นไปตามที่คิด เออร์เนสโต้ บัลเบรเด้ จึงให้ความเห็นว่าทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของเขาในการตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว…

แถม นัดนี้ ลีโอเนล เมสซี่ ฉลองการเล่นให้บาร์ซ่าเป็นนัดที่ 700 แต่งานฉลองครั้งนี้ก็ดูจะกร่อยๆลงไป จากการที่ทีมต้องแพ้แบบพลิกล็อกนั่นเอง…

…ตัดภาพข้ามฟากมาที่สนาม ราม่อน ซานเชส ปิซฆวน รังเหย้าของเซบีย่า ลูกทีมของปาโบล มาชิน เรียงหน้าไล่ถล่มเรอัล มาดริดแบบไม่ไว้หน้า 3-0 และทั้ง 3 ประตูของเซบีย่า เกิดขึ้นในครึ่งแรกทั้งหมด จากอังเดร ซิลวา นาทีที่ 17 และ 21 และ วิสซาม เบน เยดเดอร์ นาที 39

หากเก็บสถิติย้อนหลังในยุค 2000s เป็นต้นมา แมตช์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เรอัล มาดริดต้องตามหลังคู่แข่งไกลสุดกู่ ด้วยจำนวนสกอร์ห่าง 3 ประตู ทั้งที่ยังไม่จบครึ่งแรก เป็นครั้งที่ 3 ต่อจากครั้งแรก คือเมื่อ 13 เมษา 2003 เรอัล มาดริดตามหลังเรอัล โซเซียดาด ในครึ่งแรก 1-4 , ครั้งที่ 2 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2003 เรอัล มาดริดตามหลังเซบีย่าในครึ่งแรก 4-0 และครั้งที่ 3 ก็คือเหตุการณ์ ที่เพิ่งจบลงไปสดๆร้อน ๆ นั่นเอง

แมตช์นี้ เรอัล มาดริดของฆูเลน โลเปเตกี จัดชุดใหญ่เต็มสูบ ขาดไปแค่ดานี่ คาร์บาฆาล และ อิสโก้ เท่านั้น แต่คนอื่นๆที่เหลืออยู่กับยังดู เหนือกว่าเซบีย่าทุกขุมกำลัง…แต่สุดท้ายผลการแข่งขันที่ออกมากลับกลายเป็นว่า ราชันชุดขาว ต้องกลายเป็น “ราชันชุดขาด”

ฆูเลน โลเปเตกี กุนซือมาดริดยอมรับว่าเสียดายกับโอกาสที่จะขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะมาพลาดท่าแพ้ เหมือนๆกับบาร์ซ่า ในวันเดียวกันนั่นเอง …และนี่ถือเป็นการนัดกันแพ้ของเรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ในวันเดียวกัน นับตั้งแต่ 4 มกราคม ปี 2015 อีกด้วย

จากนี้ไป โลเปเตกี ขอกลับมารวบรวมสมาธิ นำพาเรอัล มาดริด สู้ในเกมต่อไป ซึ่ง เรอัล มาดริด จะเปิดบ้านซานติอาโก้ เบอนาบิว พบกับ แอต.มาดริด คู่รักคู่แค้นร่วมเมือง ในวันเสาร์นี้

“การแข่งขันลีกมันยังอีกยาวไกล เราจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเกมต่อไป เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในฟุตบอลลีกสเปน และมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งกับเรา ตอนนี้เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่สำคัญกับเกมในบ้านอีก 3 วันข้างหน้า”โลเปเตกีเปิดใจ

สถานการณ์ “สะดุด” พร้อมๆกันของเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า ดูแล้วจะเป็นผลการดีของแฟนๆที่ลุ้นให้ลาลีกามีความสูสีมากขึ้น เพราะใคร ๆ ก็คงอยากดูเกมยาว ๆ เอาให้สนุกเข้มข้นไปตลอดทั้งฤดูกาล ขณะเดียวกัน แอต.มาดริด ผู้ไล่ล่า ดูท่าว่าจะกำลังแสยะยิ้มอยู่อย่างมีเลศนัย เพราะตอนนี้ “ตราหมี” เหลือช่องว่างตามหลัง 2 ผู้ยิ่งใหญ่ เหลือแค่ 2 คะแนนเท่านั้น…