เมื่อ อารอน แรมซีย์ อาจจะกลับมาลอนดอนอีกครั้งในฐานะ…”ศัตรู” ของ อาร์เซนอล | by SPORTDesk. Team

14 June 2020
649 VIEWS

เป็นเวลากว่า 100 ปี นับตั้งแต่ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ พบกับ อาร์เซนอล ครั้งแรกในวันที่ 4 ธันวาคม 1909 โดยในวันนั้น ทั้ง 2 สโมสรยังเป็นแค่ฝั่งตรงข้ามกันธรรมดาไม่ได้มีความจงเกลียดจงชังกันอย่างที่เป็นในทุกวันนี้ แต่เรื่องราวมันเกิดขึ้นในปี 1913 เมื่อทีม “ปืนใหญ่” ย้ายจากลอนดอนใต้ ขึ้นไปอยู่ที่ ลอนดอนเหนือ เกม นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี ก็เริ่มมีขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และความเป็นคู่รักคู่แค้นและคู่ปรับของ “ปืนใหญ่” กับ “ไก่ทอง” ไม่เคยหายไปอีกเลย

แม้จะมีประวัติการเกลียดขี้หน้ากันกว่า 100 ปี จนคนรุ่นแรกที่หมั่นใส้กันน่าจะเสียชีวิตไปหมดแล้วในปัจจุบัน แต่ความเป็นอริกันนั้นยังถูกส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น และมันส่งผลไปถึงวัฒนธรรมของสโมสร ที่นักเตะของพวกเขาทั้ง 2 ทีมแทบจะไม่ยอมย้ายไปใส่เสื้อของฝั่งตรงข้าม ฝั่งสีแดงก็ไม่ยอมจะย้ายไปใส่สีขาว ส่วนนักเตะเสื้อสีขาวก็ไม่อ้อนวอนงอขอไปเพื่อใส่เสื้อของทีมอริสีแดง นั่นเองทำให้ประวัติศาตร์กว่า 100 ปี มีเพียงแค่ 15 นักเตะเท่านั้น ที่ได้ค้าแข้งกับทั้ง 2 สโมสร และมีเพียง 8 คนที่ได้ลงเล่นให้ทั้งสองทีมในเกม ดาร์บีแห่งลอนดอนเหนือ

เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ เป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่เป็นทั้ง 1 ใน 15 นักเตะที่ได้ค้าแข้งกับทั้ง 2 สโมสร และยังเป็น 1 ใน 8 คนที่ได้ลงเล่นให้สังสองทีมในเกม ‘นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี’ อีกด้วย แต่นับจากปี 2015 ที่กองหน้าโตโกออกมาจากทีม “ไก่เดือยทอง” ก็ไม่มีใครอีกแล้วจบจนปัจจุบันที่จะใส่เสื้อทั้งสีแดง และ ขาว หรือ ขาว และ แดง ได้อีก จนกระทั้งล่าสุด อาจจะมีอีกคนหนึ่งที่อาจจะได้รับโอกาสนั้น

อารอน แรมซีย์ ตกเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจาก ท็อตแนม ในการดึงตัวเขามาร่วมทีมในฤดูกาลหน้าด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาลเป็นอย่างน้อย หลังเขาไม่มีที่ลงกับทีมยูเวนตุส และ “ม้าลาย” เอง ก็อยากจะหาทางปล่อยเขาออกไปจากทีมเช่นกัน และปัจจุบันก็เหมือนว่า กองกลางทีมชาติเวลส์ได้รับความสนใจจากหลากหลายสโมสร แต่คงไม่มีสโมสรไหนทำให้ฮือฮาได้เท่ากับ “ไก่เดือยทอง” อีกแล้ว เพราะถ้าเขาย้ายทีมไปยัง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียมจริง เขาจะกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 16 ที่ได้ใส่เสื้อของทั้ง อาร์เซนอล และ ท็อตแนม และมีโอกาสเป็นนักเตะคนที่ 9 ที่ได้ลงเล่นในเกม นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี ให้ทั้ง 2 ทีมอีกด้วย

เรื่องราวความต้องการแยกย้าย อาจจะเกิดมาตั้งแต่วันแรกที่ ‘เบียงโคเนรี’ ยอมจ่ายสัญญาที่ให้ค่าเหนื่อยมหาศาลถึง 400,000 ปอนด์ หรือราว 15.5 ล้านบาทต่อสัปดาห์แก่กองกลางทัพมังกรแดงแล้วก็ได้ เพราะเมื่อได้สัญญาแพงแล้วไม่ได้ลงสนาม มันก็ดูไม่คุ้มค่าที่จะลงทน แต่จุดแตกหักมันเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา เพราะแม้จะเป็นสโมสรที่รวยที่สุดในอิตาลี แต่พวกเขาก็ต้องลำบากเช่นกัน และเงิน 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์นี้ก็กลับมาทำร้ายพวกเขาในช่วงวิกฤติ

แม้จะมีรายงานว่า สโมสรไม่ต่ำกว่า 4 แห่ง สนใจติดต่อกับทีม “ม้าลาย” เพื่อดึงดาวเตะวัย 29 ปี ไปร่วมทีมแบบยืมตัวในฤดูกาลหน้า แต่การกลับอังกฤษ ดูจะเป็นสิ่งที่ แรมซีย์ ต้องการมากที่สุด และข้อเสนอที่จะได้เล่นกับทีมระดับ ท็อตแนม ซึ่งมีดีกรีเป็น ‘บิ๊ก 6’ ในพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่ข้อเสนอที่ย่ำแย่เลย ดังนั้นเขาจึงไม่อยากปฏิเสธทางเลือกนี้…อันที่จริงต้องบอกว่า เขาสนใจมันมากกว่าข้อเสนออื่นใดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นในวันนี้พรุ่งนี้ เพราะต่อให้นักเตะอยากไปแค่ไหน แต่ก็ยังมีรายละเอียดอีกมากมายต้องถกกัน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่ว่า “ใครจะจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะ” แน่นอนว่า ยูเว่ ต้องการผลักภาระนี้ไปให้กับทีมที่ต้องการยืมตัวนักเตะเป็นธรรมดา แต่เงินจำนวน 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ บางทีก็อาจจะมากเกินไปต่อให้เป็นทีมระดับ สเปอร์ส ก็ตาม ดังนั้นอาจจะต้องใช้เวลาอีกมากในการพูดคุยเรื่องนี้ แล้วนี่ยังไม่นับว่า ตลาดนักเตะของอังกฤษ ก็ยังไม่ยืนยันวันเปิด-ปิด ที่แน่นอนด้วย แม้จะมีการ ‘เคาะ’ กันคร่าว ๆ มาแล้ว

ตลอด 11 ปี กับอาร์เซนอล นับตั้งแต่ย้ายมาจาก คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ในปี 2008 เขาลงสนามไปถึง 369 นัด และ ยิงไป 64 ประตูให้ทีมฝั่งสีแดง โดยในวันที่เขาเตรียมตัวจะจากไปเขายังจากลากับแฟนบอลด้วยน้ำตา แต่การกลับมาครั้งนี้ เขาอาจจะได้รับเสียงก่นด่า มากกว่าเสียงปรบมือให้กำลังใจในวันที่เขาต้องกลับไปที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม ก็ได้ หากเขาย้ายมาร่วมงานกับ ท็อตแนม จริง ๆ

แต่การได้ลงสนาม 24 นัดในเซเรีย อา ฤดูกาลที่ผ่านมา และยิงไป 4 ประตู แม้จะไม่ใช่สถิติที่เลวร้าย ทว่าตัวตนของเขากับทีมแชมป์เก่า เซเรีย อา นับวันยิ่งจางลงไปเรื่อย ๆ เพราะล่าสุดในเกม โกปปา อิตาเลีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่พวกเขาเสมอกับ เอซี มิลาน 0-0 กองกลางเวลส์ ไร้ที่ยืนไปแล้วในทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี โดยชื่อของเขาไม่ได้อยู่แม้แต่ในรายชื่อนักเตะสำรองด้วยซ้ำ

ถ้าในเกมกัลโช เซเรีย อา ที่กำลังจะมาถึงในสุดสัปดาห์หน้า ชื่อของเขายังหายไปจากทีม “ม้าลาย” การเลือกจะไปอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วจริง ๆ ก็ได้ และทางเลือกในการไปร่วมงานกับท็อตแนม ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดที่เขามีในตอนนี้ แม้ว่าเขาจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม…