เราจะดูอะไรใน ‘ฟอร์มูลาอี’ ฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึง?

ฟอร์มูลาอี

อาจจะยังทำเรตติง แซง ‘ฟอร์มูลาวัน’ สำหรับศึก ‘ฟอร์มูลาอี’ แต่ต้องยอมรับว่า กระแสของการแข่งขันยานยนต์ทางเรียบแบบรักโลกรายการนี้ “จุดติด” และได้รับความสนใจมากขึ้นในทุก ๆ ปี โดยในปีนี้ ศึก “เอฟอี” จะเปิดฉากขึ้นในในวันพรุ่งนี้แล้ว และเพื่อเป็นการทางลัดสำหรับผู้ที่สนใจ บทความนี้อาจจะเป็น “คู่มือฉบับย่อ” สำหรับคนที่อยากรู้ อยากดู และ อยากเริ่มติดตามในฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแรก

ฤดูกาลใหม่ของ ฟอร์มูลาอี จะมีการแข่งขัน 14 เรซ ใน 12 เมือง บน 4 ทวีปใหญ่ทั่วโลก และใช้เวลาการแข่งขันยาวนาน 9 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พอ ๆ กับ ฟอร์มูลาวันเลยทีเดียว โดยในปีนี้ จะมีทีม “ยักษ์ใหญ่หน้าใหม่” เข้ามาเพิ่มอีก 2 ทีม โดยที่กล้าการันตีว่าเป็นยักษ์ใหญ่ ทั้งที่เพิ่งมาเข้าร่วมเป็นปีแรก เพราะทั้งสองทีม เป็นค่ายรถยนต์มหาอำนาจที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือ เมอร์ซีดีส และ พอร์สช์ 

สิ่งที่ทำชื่อเสียงและสร้างความแตกต่างให้ ฟอร์มูลาอี ดูดีกว่า ฟอร์มูลาวัน คือเรื่องของพลังงานสะอาด และการลดคาร์บอน ฟุตปรินต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อการนั้นพวกเขามีการบังคับให้มีการใช้แบตตารีที่มีการชาร์ตพลังงานใหม่เข้าไปได้แบบ 100% รวมไปถึง ยาง และ เครื่องยนต์ ก็มีข้อกำหนดเรื่องการรีไซเคิลอย่างเข้มงวด และที่สำคัญคือเรื่องของการเดินทางเพื่อชมการแข่งขันซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด พวกเขาก็แก้ปัญหาด้วยการรณรงค์ให้แฟน ๆ เดินทางมาด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยเลือกสนามที่เดินทางสะดวก และ ไม่มีการจัดที่จอดรถส่วนตัวไว้รองรับเพื่อเป็นการ “กึ่งบังคับ” แฟน ๆ ที่มาเข้าชมไปในตัว

ในแง่ของการแข่งขัน ก่อนหน้านี้ เอฟอี โดนติงเรื่องของพลังงานที่ทำให้รถยนต์สิ่งได้ในระยะที่สั้นเกินไป ทำให้การแข่งขันไม่สนุกเท่าที่ควร ทว่านับตั้งแต่ปีก่อน ที่พวกเขาเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เจน 2 ที่ทำให้แบตเตอร์รีใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม และส่งผลให้การแข่งขันสนุกและเร้าใจ จนทำให้ค่ายยานยนต์ยักษ์ใหญ่สนใจที่จะร่วมวงเข้ามาแจม เพราะเห็นโอกาสจากตลาดที่ยังเปิดกว้าง และการต่อยอดเครื่องยนต์ไฟฟ้า เพื่อเอาไปใช้ในการผลิตรถยนต์ทั่วไปได้ด้วย

นอกจากนี้ ลูกเล่นในการแข่งขันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ เพราะ ฟอร์มูลาอี มีกฎ “แฟนบูสต์” และ “แอตแทค โหมด” ซึ่งทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการแข่งขันมากกว่าแค่นั่งดู โดยกิจกรรม แฟนบูสต์ จะเปิดให้แฟน ๆ โหวตคะแนนผ่านแอพให้นักขับที่ชื่นชอบ โดยคนที่ได้ผลโหวตมากที่สุด จะได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็เพียงพอที่จะให้เร่งความเร็วแซงคู่แข่งในระยะสั้น ๆ ได้ ขณะที่ แอตแทค โหมด จะเป็นการเพิ่มความเร็วให้กับผู้แข่งขัน หลังจากพวกเขาขับผ่านพื้นที่พิเศษบนแทร็ค ซึ่งถูกดีไซน์มาเป็นพิเศษ และจะคาดเดาไม่ได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ตรงไหน ซึ่งกฎข้อนี้ ส่งผลต่อผลแพ้ชนะในหลายสนามของปีก่อนด้วย

การเข้าร่วมของทีม เมอร์ซีดีส กับ พอร์สช์ ทำให้ ฟอร์มูลาอี ในฤดูกาลใหม่จะมีทีมทั้งหมด 13 ทีม โดย 11 ทีมเดิม มีดังนี้ ดีเอส เทคซีตาห์ ทีมแชมป์เก่านำทัพโดย ฌอง อีริค เวอร์เญ แชมป์โลกคนล่าสุด โดยอันดับ 2 ปีก่อน คือทีม เอาดี นอกจากนี้ยังมีทีม เอนวิชัน เวอร์จิน, นิสสัน อีแดมส์, อันเดรตติ บีเอ็มดับเบิลยู, มหินทรา เรซซิง, พานาโซนิค จากัวร์, เวนตูรี, จีออกซ์ ดรากอน และ นิโอ 

โดย ฟอร์มูลาอี จะเกิดสนามที่ ดิริยาห์ ใน ซาอุดิ อาระเบีย ใน 2 สนามแรกวันที่ 22-23 พฤศจิกายนนี้ และแข่งขันกันยาวนานจนไปปิดฤดูกาล ใน 2 สนามสุดท้ายที่ ลอนดอน วันที่ 25-26 กรกฎาคม 2020

เกร็ดน่าสนใจ

  • คาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เริ่มต้นตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งาน จนกระทั่งถึงการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน โดยทำการคำนวณออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์
  • ฟอร์มูลาอี ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 6 โดยก่อนหน้านี้ ฌอง อีริค เวอร์เญ จากทีม เทคซีตาห์ เป็นแชมป์เก่ามาแล้ว 2 สมัยซ้อน
  • การเข้าร่วมของทีม พอร์สซ์ และ เมอร์ซีดีส ทำให้ตอนนี้มีทีมสัญชาติเยอรมันมากที่สุดใน ฟอร์มูลาอีก ถึง 3 ทีมแล้ว นอกจาก 2 ทีมใหม่ อีกทีมคือ ทีมเอาดี นี่เอง


MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,323 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,917 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,091 ครั้ง

RELATED POSTS

Thought

ซาลาห์ (ยัง) ไม่น่าห่วง

มาริโน่

ก่อนเกมพรีเมียร์ ลีก นัดที่ 6 กับเซ้าธ์แฮมป์ตัน นักข่าวถามเจอร์เก้น คล็อปป์ เรื่องฟอร์มของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวซัลโวปีก่อน เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ ลีก แทบทุกสถาบัน

Story

ปิเก้ลากระทิง : ถึงเวลาหรือว่ารอยร้าวยากประสาน

SPORTDesk. Team

เคราร์ด ปิเก้ กองหลังทีมชาติสเปน เป็นนักเตะระดับท็อปของโลกคนล่าสุดที่เลือกโบกมือลา หันหลังให้กับทีมชาติของตัวเอง ทั้งที่เขาเพิ่งอายุ 31 ปีเท่านั้น ซึ่งถ้าหากว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์และหลักสถิติตัวเลข ณ ปัจจุบัน นักเตะอย่าง  ปิเก้ ยังสามารถเล่นให้ “ลา โรฆา” ได้อีก 2-3 ปี

Story

เหตุผลคนไม่ยอมแก้เกมของ มูรินโญ่

SPORTDesk. Team

ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดอยู่เหมือนกัน ในโลกฟุตบอล ณ ปี 2018 ที่ทีมทีมหนึ่งจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแท็กติกส์ในเกมด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองลงไปพลิกเกมเลย ทั้งที่เป็นฝ่ายตกเป็นรองฯ เพราะเมื่อกติกาฟุตบอลเปิดโอกาสให้เปลี่ยนผู้เล่นสำรองได้ถึง 3 คน แต่สุดท้าย โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนฯยูไนเต็ดเลือกที่จะไม่ส่งตัวสำรองคนใดลงสนามเลย ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านแพ้ยูเวนตุส 0-1 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก