อะไรเปลี่ยน ‘ดาวิด ลุยซ์’ จากบ่อน้ำมันให้เป็นคนสำคัญของ ‘ปืนใหญ่’ | by SPORTDesk. Team

20 July 2020
132 VIEWS

ย้อนกลับไปในวันช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2019/20 การซื้อตัว ดาวิด ลุยซ์ มาร่วมทีมของ อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ จากเชลซี กลายเป็นเครื่องหมายคำถามจากแฟนบอลมากกว่านักค่าตัวแพงเป็นสถิติสโมสรอย่าง นิโกลาส์ เปเป ที่ย้ายมาจาก ลีลล์ ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์ ด้วยซ้ำไป ทั้งที่ค่าตัวของดาวเตะทีมชาติไอเวอรี โคสต์ แพงกว่าแนวรับบราซิเลียน ถึง 9 เท่าตัว แต่ส่วนหนึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าที่เป็นแบบนั้นเพราะฟอร์มของ ลุยซ์ ก็เริ่มจะมีลูก ‘เหวอ’ ให้เห็นบ้างแล้ว นี่ยังไม่นับว่าการย้ายมาจาก เชลซี ซึ่งเป็นคู่แข่งในลอนดอนด้วย จึงไม่แปลกที่แฟน ‘ปืนใหญ่’ จะตั้งแง่ไว้ก่อน

เมื่อฤดูกาลเริ่มต้นมา ฟอร์มของ ลุยซ์ ก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดไปเสียทีเดียว เพราะถึงแม้จะยังติดนิสัย ‘โฉงฉ่าง’ ทำให้โดนใบเหลืองบ่อยครั้งในช่วงแรกแต่ที่สำคัญและทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่ติดภาพความเป็น ‘บ่อ’ ของ ดาวิด ลุยซ์ ในฤดูกาลนี้ คือความผิดพลาดถึงตายในหลาย ๆ ครั้ง ที่มักนำมาซึ่งการเสียประตู หรือ ลูกที่จุดโทษในเกมสำคัญ ๆ และทำให้ทีม “ปืนใหญ่” ต้องพ่ายแพ้ในเกมนั้น ๆ กลายมาเป็นภาพจำของแฟน อาร์เซนอล ประกอบกับการตั้งแง่อยู่แล้วเนื่องจากนักเตะย้ายมาจากทีมคู่แข่งร่วมเมือง การโห่ใส่เขาจึงเริ่มขึ้นหลังจากความผิดพลาดไม่กี่ครั้ง

4 จังหวะที่ทำให้ ลุยซ์ ถูกมองจากแฟนบอลว่ากลายเป็นบ่อเริ่มจาก การไปดึงใส่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แบบน่าเกลียดในเกมกับ ลิเวอร์พูล ที่นำมาซึ่งลูกจุดโทษ ในช่วงต้นฤดูกาล ตามมาด้วย การเข้าบอลไม่ระวังใส่ โรแบร์โต เปเรย์รา ในเกมกับวัตฟอร์ด จนกลายเป็นลูกจุดโทษอีกครั้ง และอีก 2 จังหวะจุดโทษแถมใบแดง อย่างการไปเข้าโฉงฉ่างใส่ แทมมี อบราฮัม ในเกมพบเชลซี และ การไปดึงใส่ ริยาด มาห์เรซ ในเกมแรกหลังโควิด-19 กับ แมนฯ ซิตี (ซึ่งในเกมนั้น เขาพักบอลพลาดทำให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดไปยิงประตูได้ด้วย) ทั้งหมดนี้กลายเป็นภาพจำจนกระทั่งหลังจากเขาพ้นโทษแบนที่ได้รับในเกมพบ ซิตี หลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนไป

มิเกล อาร์เตตา ปรับมาใช่ระบบหลัง 3 คน ตั้งแต่เกมเอาชนะ นอริช ซิตี 4-0 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม คือเกมแรกที่ ลุยซ์ กลับมาหลังจากชดใช้โทษแบนจากเกมที่พ่าย แมนฯ ซิตี ครบ และนับจากนั้นมา เขาก็เล่นได้แข็งแกร่งราวกับเป็นคนละคนกับที่เล่าไปในย่อหน้าบนเลยทีเดียว โดยนับแต่นั้นมารวม 6 นัดในทุกรายการ อาร์เซนอล เสียไป 4 ประตู เมื่อมองจากตัวเลขอาจจะไม่ดี แต่ถ้ารู้ว่า 4 ประตูที่เสียคือการเสียให้ เลสเตอร์ ซิตี 1 ประตู, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2 ประตู และ ลิเวอร์พูล 1 ประตู ก็ต้องยอมรับว่า ยอดเยี่ยม

นอกจากนั้นแล้ว พวกเขายังเก็บคลีนชีตได้ถึง 3 จาก 6 นัด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นรวม 37 นัดในทุกรายการ พวกเขาได้คลีนชีตไปแค่ 9 เกมเท่านั้น ซึ่งนับเป็นอัตราวส่วนที่น่ามหัศจรรย์ และที่น่าประทับใจคือ ในเกมล่าสุดของ “ปืนใหญ่” ในเอฟเอ คัพ ลุยซ์ ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการอยู่ทุกที่ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี มีลุ้นทำประตู และช่วยให้ปืนใหญ่เก็บคลีนชีตจากสโมสรที่มีเกมบุกดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกได้อีกต่างหาก

หลังเกม ดาวิด ลุยซ์ พูดไว้ได้อย่างน่าประทับใจว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาพยายามอย่างหนักในการพัฒนา และนั่นทำให้ผลลัพธ์ออกมาดี

“มันก็เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล” ลุยซ์ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ต่อตัวเขาก่อนหน้านี้ “ผมเข้าใจว่าฟุตบอลมันเป็นเรื่องของการเอาชีวิตรอด

“ทุกวันคุณต้องออกไปป้องกันสิ่งที่แปลกใหม่ ผมต้องทำงานหนักในทุกวันหลังจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ผมพยายามทำงานอย่างสุขุม และ ทำงานให้หนักขึ้นเพื่อทีม

“เรามีเกมชิงชนะเลิศให้เล่นในฤดูกาลนี้ และ เราจะพยายาม และคว้าแชมป์ให้สโมสรเราให้ได้ เพราะว่า สโมสรของเราสมควรที่จะได้แชมป์”

มีการเปิดเผยสถิติหลังเกมของ ลุยซ์ ที่เอาชนะ แมนฯ ซิตี ซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจ และเรียกได้ว่าระดับ 5 ดาวอย่างปฏิเสธไม่ได้ สำหรับฟอร์มการเล่นของแนวรับวัย 33 ปี คนนี้ โดยเขา เอาชนะในการตัดลูกกลางอาการได้ 100%, เอาชนะในการปะทะแย่งบอลได้ทั้ง 100% เช่นกัน, มีสถิติในการเครียร์บอล 11 ครั้ง, ตัดบอล 4 ครั้ง, บล็อกจังหวะที่น่าเป็นประตูอีก 2 ครั้ง และที่สำคัญคือเขาไม่ทำฟาวล์ใครเลยตลอดเกม!

ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้เหตุผลที่น่าสนใจว่าทำไม ลุยซ์ ถึงกลายมาเป็นกองหลังที่เล่นดีได้ขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาคือจุดอ่อนของทีมอย่างยากจะปฏิเสธ โดย ริโอ มองว่า เป็นเพราะการได้มายืนเป็น เช็นเตอร์ ตัวกลางซึ่งคอยประครองเพื่อนๆ อีก 2 คนที่ยืนขนาดข้าง อาจจะเป็นงานถนัดกว่าของเขา

“ในเกมรับ เขา (ลุยซ์) ไม่มียืนผิดพลาดเลย ตอนที่เขาเล่นกองหลังสามคน เขาดูเป็นนักเตะที่ดีกว่าเดิมมาก เขาก็เคยทำแบบนั้นมาแล้วภายใต้การคุมทีมของ (อันโตนิโอ) คอนเตที่เชลซี” ริโอ กล่าว

“คุณจะมีความปลอดภัยมากขึ้น เมื่อมีกองหลังอีกสองคนอยู่ข้าง ๆ และเมื่อคุณเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ มันยังช่วยลดช่องว่างระหว่างกันได้ด้วย

“มันช่วยให้เขาทำงานง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้ลดคุณค่าอะไรในตัวเขาลงไป เขายอดเยี่ยมมากในวันนี้”

อีกความเห็นที่น่าสนใจมาจาก อดีตตำนานแนวรับทีมปืนใหญ่อย่าง โทนี อดัมส์ ที่มองว่า ลุยซ์ เล่นได้ดีขึ้นเพราะเขาไม่โดนแฟนบอลของตัวเองคอยจับตาและโห่ใส่ในจังหวะที่เขาผิดพลาด ซึ่งมันเป็นการลดความกดดันที่เขาได้รับลงไป และเมื่ออยู่ในภาวะผ่อนคลาย หลาย ๆ อย่างก็ดีขึ้น

“ผมต้องพูดว่า ฟอร็มการเล่นของ ดาวิด ลุยซ์ กลายเป็นปรากฎการณ์ไปแล้ว” อดีตกัปตันทีม ‘ปืนใหญ่’ กล่าว “ผมเคยวิจารณ์เขาในหลาย ๆ ครั้งก่อนหน้านี้นะ และผมก็คิดว่าคนส่วนมากก็เคยกันหมด

“ผมต้องให้เครดิตเขา ในเวลาที่เขาควรได้รับมันบ้าง ตอนนี้เขาทำงานอย่างกระตือรือร้น และมุ่งมั่นมาก ๆ

“ผมคิดว่า การไม่มีแฟนบอลในสนาม ช่วยเขาได้เพราะว่าในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมองว่าแฟน ๆ ไม่ได้หนุนหลังเขาสักเท่าไหร่ และผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับมือกับมันได้อย่างไรเหมือนกัน”

แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลไหนก็ตาม ตอนนี้ ลุยซ์ ได้กลายเป็นคีย์แมนในทีมของ อาร์เตตา ไปแล้ว โดยในฤดูกาลนี้เขาลงเล่นไปแล้ว 28 นัดในพรีเมียร์ลีก และมีแค่ 2 คนในทีม คือ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง กับ แบรนด์ เลโน เท่านั้นที่ลงสนามมากกว่าเขา ซึ่งหลังจากนี้จะไม่น่าแปลกใจเลย ถ้าเราจะเห็นเขาเป็นตัวหลักในฤดูกาลหน้า และสำหรับแฟน ‘ปืนใหญ่’ ต้องหวังว่า เขาจะอยู่ใน ‘ร่างนี้’ ต่อไปนาน ๆ