ชัยชนะของเชลซีเหนือซิตี้สำคัญอย่างไร?

9 December 2018
1,045 VIEWS

ในที่สุดทีมที่เก่งและแกร่งจนดูแทบไม่มีความหวังสำหรับทีมอื่นที่จะเอาชนะได้อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็มีอันต้องพ่ายแพ้เป็นเกมแรกของฤดูกาลจนได้

โดยเชลซีกลายเป็น “ฮีโร่” ของหลาย ๆ ทีมในกลุ่มบนของตารางที่สามารถล้ม “ธานอส” แห่งวงการฟุตบอลอังกฤษได้เป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ตลอดเกม 90 นาทีที่เดอะบริดจ์ ทีมของเมาริซิโอซาร์รี่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าของบางสิ่งที่สำคัญ

หลายนัดที่ผ่านมาเชลซีถูกตั้งคำถามเยอะครับในเรื่องที่ว่าทีมชุดนี้ดีพอที่จะแข่งวิ่งมาราธอนในการลุ้นแชมป์ซึ่งปีนี้ดูแล้วยากและหินกว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาหรือไม่เพราะเราเริ่มได้เห็นการสะดุดได้เห็นพวกเขาถูกหยุดและถึงขั้นเป็นสิงโตที่ถูกถอนขนจนล่อนจ้อนในเกมที่พบกับสเปอร์ส

นักเตะเทพ ๆ อย่างจอร์จินโญ่โดนตั้งคำถามเช่นเดียวกันกับ เอ็นโกโล ก็องเต้และ เอเดน อาซาร์

มากกว่าในรายละเอียดบุคคล “แคแรคเตอร์” ของทีมก็เป็นสิ่งที่น่าสงสัย

ซาร์รี่ติดใจในเรื่องของ “ทัศนคติ”​ ของทีมมากที่สุดหลังจากที่พวกเขาแพ้วูล์ฟส์ ที่ โมลินิวซ์เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่ผมคิดว่าวันนี้เขาได้รับคำตอบจากลูกทีมและน่ายินดีแทนที่เป็นคำตอบที่เขาอยากได้ยิน

นักเตะเชลซีวันนี้สู้ตายเรียกว่าถวายชีวิตเพื่อที่จะเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้

แง่หนึ่งพวกเขาก็อยากได้ชัยชนะและ 3 คะแนนเพื่อต่อทุนความหวังเอาไว้ลุ้นความสำเร็จในระยะยาวไม่ว่าจะเป็นแชมป์หรืออย่างน้อยการทำอันดับท็อปโฟร์เพื่อไปแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งในปีที่การแข่งขันรุนแรงอย่างมาก

อีกแง่หนึ่งที่สำคัญกว่าคือพวกเขาเองก็อยากตอบใจตัวเองว่าสุดท้ายแล้วพวกเขา “เอา” แค่ไหนกับการแข่งขันในฤดูกาลนี้

ถ้าเอาหมายถึงก็ต้องสู้เต็มที่ล้มซิตี้ให้ได้นั่นจะเป็น “คำตอบ” ที่ชัดเจน

แต่ถ้าไม่เอาก็ปล่อยไปเล่นไปแกน ๆ ตามเรื่องตามราว 

คำตอบจากนักเตะเชลซีคือพวกเขา “เอา”​ ขอสู้ไปให้สุดทางสู้แบบสิงห์

ดังนั้นถึงซิตี้จะโหมใส่เหมือนพายุสีฟ้าในช่วงต้นเกมจนเชลซีเองก็รวนเรเซไปเซมาอยู่เยอะแต่สุดท้ายก็ต้านเอาไว้ได้

และมากกว่านั้นคือยิงประตูขึ้นนำได้ก่อนจากคนที่ไม่มีใครคาดคิดอย่าง เอ็นโกโล ก็องเต้

ประตูนี้สำคัญต่อเชลซีครับเพราะทำให้เกมเข้าทางพวกเขาและหลุดจากการบงการของซิตี้ในเวลาเดียวกันสุดท้ายซิตี้ซึ่งเกมนี้ไม่มี เควิน เดอ บรอยน์ และเซร์จิโอ อเกวโร่ ก็จำใจยอมรับสภาพว่าพวกเขากลับมาในเกมนี้ไม่ได้

ลูกโหม่งของดาวิด ลุยซ์ ฝังพวกเขาทั้งเป็นในวันนี้

สิ่งที่น่าสนใจในเกมนี้มากกว่าเรื่องชั้นเชิงฝีเท้าแท็คติกส์เทคนิคคือเรื่องของ “จิตใจ”

วันนี้เราได้เห็นว่านักเตะเชลซีใจใหญ่กว่าทั้ง ๆ ที่เป็นรองแทบทุกอย่าง

ขณะที่ซิตี้เป็นอีกครั้งที่พวกเขาแสดงให้เห็นว่าหากเจอกับทีมที่ใจใหญ่กว่าต่อให้เป็นต่อก็แพ้ได้

และที่คิดตามคือซิตี้สะดุดวันนี้จะส่งผลในระยะยาวหรือไม่? เพราะมันเคยมีช่วงเวลาที่พวกเขาเคยโกยแต้มเป็นว่าเล่นแต่เมื่อสะดุดก็หลุดยาวได้เหมือนกัน

ตรงนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไป

แต่ที่แน่ ๆ ชัยชนะของเชลซีในเกมนี้ไม่ได้มีความหมายแค่นี้

มันมีความหมายถึงการกำหนด “รูปร่าง” และ “ทิศทาง”​ ของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

เพราะก่อนหน้านี้เราคิดไม่ออกว่าซิตี้จะแพ้ได้อย่างไร? และหากวันนี้พวกเขาไม่แพ้อีกสถานการณ์ก็อาจดำเนินไปในแบบที่พวกเขาโกยแต้มหนีไปเรื่อยๆโดยที่คู่แข่งอาจจะท้อและหมดแรงกันไปเอง

แต่เมื่อแพ้เป็นประตูจึงเปิดออกทุกทีมมองเห็นความเป็นไปได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นลิเวอร์พูลที่กลายเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในเวลานี้, เชลซีผู้ชนะในวันนี้, อาร์เซนอลที่ยังแรงไม่หยุดและสเปอร์สที่เป็นหนึ่งในทีมมาตรฐานสูงสุด

โดยเฉพาะกับลิเวอร์พูลที่ผมบอกได้เลยว่าเกมแดงเดือดในสัปดาห์หน้าพวกเขาต้องชนะสถานเดียวหากต้องการจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ให้ได้

เพราะมันคือการ “ประกาศ” ที่สำคัญเป็นวันที่พวกเขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้เห็นว่าเมื่อโอกาสมาถึงแล้วพวกเขาดีพอที่จะคว้ามัน

สถานการณ์มันใกล้เคียงถึงจุดที่ว่าความเป็นความตายในแชมเปี้ยนส์ลีกกลายเป็นเรื่องรองเลยด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดีทีมที่เป็นผู้ชนะคนสุดท้ายโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรเลยในเกมนี้คืออาร์เซนอล

เมื่อสถิติ “ไร้พ่าย” ของพวกเขายังมีโอกาสจะเป็นของพวกเขาอยู่ในวันนี้

ยกเว้นเสียแต่ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ทำสิ่งที่พิเศษมากๆให้เกิดขึ้นแบบนั้นก็ต้องยอม