พรีเมียร์ลีกจะเจออะไรในวันที่กลับมาแข่งขัน

28 March 2020
24 VIEWS

ถึงตอนนี้ ฟุตบอลต่าง ๆ รวมถึงกีฬาทั่วโลกมีอันว่าต้องระงับการแข่งขันกันไปหมด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลีกรอง ๆ ลงไปจนถึงลีกทู จะไม่กลับมาทำการแข่งขันจนกว่าจะถึงวันที่ 30 เมษายนเป็นอย่างน้อย หลังวิกฤติโควิด-19 เล่นงานสหราชอาณาจักรอย่างหนัก หนังจนถึงขนาดที่ว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ หรือ นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ยังติดไวรัสนี้กันไปเลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ใคร ๆ ก็อาจจะเป็นป่วยจากไวรัสนี้ก็ได้ทั้งหมด

การที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกตั้งเป้าหมายว่าจะกลับมาเปิดฤดูกาลหลังจากวันที่ 30 เมษายน ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะกลับมาเตะกันในสุดสัปดาห์แรกของเดือน พฤษภาคม เสียทันทีเลยทีเดียว เพราะพวกเขาอาจจะต้องรอดูสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ว่าจะทุเลาลงหรือไม่อย่างไร เพราะถ้าในหนึ่งเดือนข้างหน้าสถานการณ์ยังไม่บรรเทาเบาบางลงจากที่เป็นอยู่ โอกาสที่พรีเมียร์ลีก และ ลีกรอง ๆ ลงไปจะกลับมาเตะกันได้ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานออกมาว่า ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ กับ พรีเมียร์ลีก อยากให้ลีกเตะกันแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน นี้ เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาที่ตามมาทางกฎหมายและสัญญาจ้างนักเตะ ที่ทั้งหมดจะถูกระบุให้หมดสัญญาในวันสิ้นเดือนมิถุนายน และถึงแม้สโมสรจะทำการพูดคุยเพื่อต่อสัญญาระยะสั้นกับนักเตะออกไปได้ แต่มันก็ต้องไปกระทบปฏิทินของฤดูกาลใหม่ที่ถูกวางไว้อยู่ดี ดังนั้นหลายฝ่ายจึงอยากตัดจบฤดูกาลก่อนหมดเดือนที่ว่า และนั่นเองที่ทำให้การประกาศให้ฤดูกาลเป็น โมฆะ เข้ามามีบทบาทถ้าหากพวกเขาไม่สามารถแข่งขันกันจนจบได้จริง ๆ

จนถึงตอนนี้ สโมสรตั้งแต่พรีเมียร์ลีกไล่ลงไปจนถึงลีกทู ยังเหลือเกมให้แข่งขันกันอีกราว 10 เกม และถ้าฟุตบอลยิ่งกลับมาเตะกันช้าเท่าไหร่ โอกาสที่โปรแกรมจะหนักขึ้นและถี่ขึ้นก็มาเท่านั้น ในเมื่อเส้นตายถูกขีดไว้แล้วว่าพวกเขาอยากจะให้ทุกอย่างจบก่อนหมดเดือน มิถุนายน

ยกตัวอย่างในแง่ดีว่า ถ้าพรีเมียร์ลีกกลับมาเล่นได้อีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน แต่ละสโมสรต้องเล่นเฉพาะพรีเมียร์ลีกให้จบภายใน 30 มิถุนายน นั้นหมายความว่า พวกเขาจะต้องเล่นเฉพาะในฟุตบอลลีกเฉลี่ย 3 เกม ใน 120 ชั่วโมง นั่นยังไม่รวมฟุตบอลถ้วยอย่าง เอฟเอ คัพ ที่ยังเตะกันไม่จบ และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ที่อาจจะกลับมาเปิดสนามกันอีกครั้งถ้าสถานการณ์ดีขึ้นจริง ๆ 

การขยายเวลาการแข่งขันไปถึงเดือน กรกฎาคม หรือ ยืดออกไปอีก 1 เดือน ก็อยู่ในข่ายที่ อิงลิช ฟุตบอลลีก, เอฟเอ และ พรีเมียร์ลีก นำมาพูดคุยกันแต่มันจะถูกนำมาใช้จริง ๆ ในกรณีที่จำเป็นมาก ๆ เท่านั้น เพรานี่หมายถึงปัญหาที่ตามมาสำหรับนักเตะที่หมดสัญญากับทีม และยังรวมไปถึงเวลาเตรียมทีม และ พักผ่อนสำหรับนักเตะในการเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ที่ลดลง ทั้งยังมีเรื่องการตลาดในการซื้อขายนักเตะที่ต้องดีลกับลีกต่าง ๆ ทั่วยุโรป ซึ่งตัวเลือกนี้จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างช้าไปหมด

และหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ เอฟเอ ประกาศให้ลีกที่ต่ำกว่า เนชั่นแนล ลีก นอร์ธ และ เซาธ์ เป็นโมฆะในฤดูกาลนี้ นั่นยิ่งเป็นการเปิดทางให้การเป็น “โมฆะ” คือหนึ่งในตัวเลือกที่จะเป็นไปได้หากสุดท้ายแล้วลีกไม่สามารถกลับมาเตะได้ทันในช่วงต้นเดือน มิถุนายน ซึ่งพวกเขาอาจจะต้องตัดสินใจแบบนั้นกันจริง ๆ เพราะตอนนี้มีรายงานว่า หลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก พร้อมยกมือให้ลีกเป็นโมฆะ มากขึ้นกว่าวันแรกที่พวกเขาตัดสินใจระงับการแข่งขัน เพราะเกรงว่า ตารางการแข่งขันที่เหลือจะส่งผลกระทบไปถึงฤดูกาลต่อไป

จนถึงตอนนี้ มีเกมพรีเมียร์ลีกค้างสต๊อกในเดือน มีนาคม ถึง เมษายน อยู่ 54 แมตช์ และถ้าการระงับการแข่งขันยังยาวไปถึงเดือนพฤษภาคม จะมีเกมถูกเลื่อนไปอีก 30 แมตช์ เป็น 84 แมตช์ ที่จะต้องลงเล่นกันในเดือน มิถุนายน ซึ่งนั่นยังส่งผลถึงทาง สกาย และ บีที สปอร์ต ด้วยในการปรับโปรแกรมการถ่ายทอดสดเกมที่เหลือซึ่งอยู่ในมือของพวกเขา หลังพวกเขาประมูลมาได้ และถูกดองเอาไว้จากสถานการณ์โควิด-19

พรีเมียร์ลีก เองก็ต้องการที่จะให้มีการแข่งขันให้จบฤดูกาล เพื่อให้สัญญาที่พวกเขาทำไว้กับเครือข่ายทีวีทั้ง 2 เจ้าลุล่วงไปโดยสมบูรณ์ ซึ่งสัญญาทั้งหมดที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการทีวีอังกฤษประมูลได้ไปนั้น มีมูลค่ารวมถึง 3 พันล้านปอนด์ การที่ถ้าพรีเมียร์ลีกแข่งขันไม่จบฤดูกาล ก็จะส่งผลกระทบในวงกว้างและเป็นลูกโซ่ขึ้นมาเป็นระดับ โดยบรรดาสมาชิกของช่องทีวี อาจจะต้องการขอคืนเงิน ส่งผลให้ ทั้ง สกาย และ บีที ต้องมาตามบี้ต่อ พรีเมียร์ลีก อีกที ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ผู้บริหารลีกสูงสุดของอังกฤษ ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอย่างที่สุด

ถึงตอนนี้ อาจจะยังมีเวลาให้ทั้งพรีเมียร์ลีก เอฟเอ และ อีเอฟแอล ในการตัดสินใจทางเลือกที่จะตามมา และรอดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้เราก็ปฏิเสธกันไม่ได้แล้วว่า การยกเลิกฤดูกาลกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่อาจจะเกิดขึ้นได้แล้ว แม้ทุกฝ่ายอาจจะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นั้นมากที่สุดก็ตาม