มีอะไรซ่อนอยู่ในชัยชนะ 6 นัดติดของเชลซี

แฟรงก์ แลมพาร์ด

ไม่บ่อยนักที่ทีมจากกรุงลอนดอน จะมาลงสนามพร้อม ๆ ในวันเดียวแบบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ถึงแม้ 5 ทีมจากเมืองหลวงจะเตะในวันเดียวกัน หากแต่มีแค่สโมสรเดียว ที่ได้ 3 คะแนนจากเกมเมื่อวานนี้ และนั่นคือพลพรรค เชลซี ของ แฟรงก์ แลมพาร์ด

นอกจากเรื่องราวในเกมที่มีอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ การได้ลงสนามเป็นตัวจริงเกมแรกของ รีช เจมส์, การกลับมาเยือนรังเก่าของ แกรี เคฮิลล์ รวมไปถึงการทำประตูอย่างต่อเนื่องของ คริสเตียน ปูลิซิช และ แทมมี อับราฮัม แล้ว เหนือสิ่งอื่นใด ที่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้คือความยอดเยี่ยมในการเก็บชัยชนะ 6 นัดรวดของพวกเขา แม้ในช่วงแรกของฤดูกาล จะออกสตาร์ตได้ไม่ดีนักก็ตาม

บางทีสถิติเก่า ๆ ก็เป็นเรื่องตลก เพราะสมัยเป็นนักเตะ แฟรงก์ แลมพาร์ด มีสถิติที่ไม่ค่อยดีนักกับ คริสตัล พาเลซ โดยครั้งสุดท้ายที่เขาเจอกับทีมจากลอนดอนใต้ในฐานะผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัดของเขาในตอนนั้น พ่ายไป 1-2 แม้จะย้อยกลับไปอีกในการเจอกันครั้งสุดท้ายตอนใส่เสื้อสีน้ำเงินครามของ เชลซี สถิติก็ไม่เปลี่ยน เมื่อจอห์น เทอร์รี ทำเข้าประตูตัวเองทำให้ทีมของเขาพ่ายไป 0-1

แต่ชัยชนะในฐานะกุนซือครั้งแรกเหนือทีม “ปราสาทเรือนแก้ว” ทำให้ แฟรงก์ แลมพาร์ด เป็นผู้จัดการทีมชาวอังกฤษคนที่ 7 และเป็นคนแรกในรอบกว่า 7 ปี ที่พาทีมของตัวเองเก็บชัยในพรีเมียร์ลีกได้ติดกันอย่างน้อย 6 นัด โดยกุนซือเลือดผู้ดีคนสุดท้ายที่ทำได้ต้องย้อนไปในเดือน เมษายน ปี 2012 สมัยที่ อลัน พาร์ดิว คุมทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยในเดือนนั้น พาร์ดิว ได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนด้วย ส่วน แลมพาร์ด จะได้ไหมนั้น ต้องมารอดูกันต่อไป

แลมพาร์ด พาทีมเก็บชัยได้ติดต่อกัน 6 นัด ทั้งที่ทีมของเขา มีอายุเฉลี่ยแค่ 24 ปี 88 วัน ซึ่งเป็นทีมชุดที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การสตาร์ตตัวจริงของสโมสร และยังเป็นทีมชุดที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่มีการจัด 11 ตัวผู้เล่นลงสนามในฤดูกาลนี้ของทุกทีมด้วย

เจ้าของสถิติยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลของทีม “สิงห์บลูส์” กล้าให้โอกาสนักเตะอายุน้อยหลายคน โดยเฉพาะ แทมมี่ อับราฮัม และ เมสัน เมาท์ สองผู้เล่นที่เขายืนกรานส่งลงสนามตั้งแต่ต้นฤดูกาล และไม่ยอมเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ แม้จะได้รับคำวิจารณ์ในช่วงแรกที่ทั้งคู่ยังเล่นไม่เข้าที่เข้าทาง จนทำให้นักเตะทั้ง 2 กลายเป็นกำลังหลักของทีมไปแล้วในตอนนี้

ตรงกันข้ามกับ แทมมี่ และ เมาท์ เพราะ “แลมพ์” ตัดสินใจดร็อป คริสเตียน ปูลิซิช ทันทีที่เขาเห็นว่าดาวรุ่งอเมริกันยังไม่พร้อม และเป็นเวลากว่า 1 เดือน ที่อดีตดาวเตะดอร์ทมุนด์ ทำได้แค่ดูเพื่อนลงสนาม แต่เมื่อได้โอกาส เพลย์เมกเกอร์ ที่ถูกมองว่าเป็นตัวตายตัวแทนของ เอเด็ง อาซาร์ ก็ระเบิดฟอร์ม ทำให้จนถึงตอนนี้ เขายิงไปแล้ว 5 ประตู จาก 3 นัดหลังในพรีเมียร์ลีก และมีถึง 5 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ ใน 14 นัดหลังที่ลงสนาม

ขณะที่พวกผู้เล่นประสบการณ์ อาทิ รอส บาร์คลีย์, เอเมอสัน พัลไมรี และ จอร์จินโญ ก็ฟอร์มดีขึ้นผิดหูผิดตา โดยเฉพาะมิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี ที่ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนภายใต้การทำทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี จนโดนมองว่าเป็น “ลูกรัก” ก็กลับกลายมาเล่นอย่างแข็งแกร่ง และมีชั้นเชิง กลายเป็นผู้ปิดทองหลังพระชั้นยอดไปเสียอย่างนั้น

ทั้งหมดนี้ คงพอจะอธิบายได้ว่า ชัยชนะ 6 นัดรวดของเชลซี ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือ มาแบบไม่ตั้งใจ เพราะทั้งหมดทั้งมวลก็เห็นอยู่ว่า สถิตินี้…

ได้มาเพราะฝีมือ ล้วน ๆ

เกร็ดที่น่าสนใจ

  • ความพ่ายแพ้นัดสุดท้ายในลีกของ เชลซี คือความพ่ายแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล 1-2
  • นัดหน้าหลังเบรกทีมชาติ ทีมของ แลมพาร์ด จะต้องเจอกับ แมนฯ ซิตี้
  • นี่เป็น ลอนดอน ดาร์บี เกมที่ 100 ของ พาเลช พอดี พวกเขามีสถิติในการเจอทีมลอนดอน คือ ชนะ 23 เสมอ 23 แพ้ 54


RELATED POSTS

Story

การตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของ ไซนีส ซูเปอร์ ลีก

SPORTDesk. Team

ไวรัสโคโรนา เล่นงานสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างหนัก และทางการแดนมังกรก็หาทางควบคุมอยู่ ซึ่งลีกจีนก็มีการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเช่นกัน

Thought

#footballlife ยากที่สุด คือ “ชนะใจ” ตัวเอง

ไข่มุกดำ

จำแมตช์ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย: บราซิล กับเบลเยียม ได้นะครับที่ “ติเต้” ประกาศรายชื่อนักเตะ 11 คนล่วงหน้า 1 วัน แบบมั่นใจในวันแถลงข่าว

Thought

อังกฤษแพ้เชคไม่ใช่ถึงกับวัน “สิ้นโลก” แต่เล่นแบบนี้คือ “สิ้นใจ”

ไข่มุกดำ

เกิดอะไรขึ้นในเกมที่อังกฤษ พ่ายแพ้ต่อ สาธารณรัฐเช็ก 1-2 ซึ่งเป็นการแราชัยครั้งแรกในรอบ 10 ปี “ไข่มุกดำ” ได้รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดมาให้แล้ว ติดตามกันได้เลย