เราอาจจะต้องรอลุ้นการซื้อตัวในพรีเมียร์ลีกกันนานหน่อย | by SPORTDesk. Team

9 June 2020
62 VIEWS

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก กำลังกลับมาภายในวันที่ 17 มิถุนายน นี้ แต่แฟนบอลหลายคนกำลังมองไปยังช่วงซัมเมอร์หลังจบฤดูกาลกันแล้ว เพราะในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการติดต่อซื้อขายระหว่างสโมสรเกิดขึ้น และดีลที่เกือบจะกลายเป็นดีลแรกของพรีเมียร์ลีกอย่างการย้ายทีมของ ติโม แวร์เนอร์ ก็เกือบเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตลาดนักเตะในซัมเมอร์อาจจะต้องรอกันสักหน่อย หลังจากที่ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ กำลังพิจารณาอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้อง

รายงานล่าสุดระบุว่า ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ กำลังพูดคุยเพื่อย้ายตลาดซื้อขายนักเตะของลีกอังกฤษ ที่จะมีขึ้นในซัมเมอร์นี้ ออกไปเป็นช่วงระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 2 ตุลาคม เพื่อให้สอดคล้องกันสถานการณ์ของฟุตบอลที่จะปิดฤดูกาลลงในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจจะส่งผลดีต่อทั้งการแข่งขัน และ สโมสรต่าง ๆ ในการเฟ้นหาตัวผู้เล่นมาเสริมทัพ เพราะหากปล่อยให้ตลาดนักเตะ มีขึ้นในช่วงเวลาเดิมหลายสโมสรอาจจะต้องแบ่งบุคลากรทำงานเป็น 2 ชุด เพื่อดูแลในแต่ละส่วนที่ต่างกันไปก็ได้

กำหนดการณ์เดิมในการเปิดของตลาดนักเตะในฤดูกาลนี้อยู่ที่วันที่ 18 มิถุนายน นี้ ซึ่งเป็นเวลาเพียง 1 วัน หลังการกลับมาลงสนามอีกครั้งในศึกพรีเมียร์ลีก และสัปดาห์เดียวกับการรีเทิร์นของ เดอะ แชมเปียนชิพ หลังวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ฟุตบอลอังกฤษต้องถูกระงับลงมานานกว่า 3 เดือน ซึ่งนี่ค่อนข้างจะไม่เมกเซนส์อย่างยิ่ง ถ้าฟุตบอลต้องเตะไป และซื้อตัวไป ซึ่งอาจจะส่งผลต่อสมาธิของทั้งนักเตะ และ สโมสรอย่างที่ได้เรียนไปก่อนหน้านี้

นอกจากนั้น การปิดตลาดในช่วงสิ้นเดือนกันยายน ยังถือเป็นปัญหาเนื่องจากในตอนนั้นน่าจะเพิ่งเป็นช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีก หลายทีมอาจจะยังไม่มีนักเตะที่ลงตัวในหลายตำแหน่ง การไม่ได้ลองลงสนามก่อนซื้อผู้เล่นมาเสริมทีมในช่วงแรกของฤดูกาลเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ที่มีการเปลี่ยนวัน ปิด-เปิด ตลาดนักเตะ และทำให้ลีกโดนด่าระงมจากสโมสรสมาชิกเกือบทุกทีม เพราะการได้ทดลองเล่นดูก่อนราว 1-2 สัปดาห์ แล้วยังมีเวลาโค้งสุดท้ายในการซื้อนักเตะแบบสมัยก่อนนั้น ยังเป็นเรื่องที่หลายทีมเห็นว่าจำเป็นอยู่

ดังนั้น การเลื่อนวันปิดตลาดมาในวันที่ 2 ตุลาคม จะยังคงธรรมเนียมเดิมที่หลายสโมสรต้องการ คือวันปิดตลาดอยู่หลังวันเปิดฤดูกาลราว 1 เดือน เพื่อให้แต่ละสโมสรได้ลองทีม และลงสนามก่อนเพื่อหาจุดบุกพร่องและเสริมทีมในโค้งสุดท้ายของตลาดได้ในที่สุด ซึ่งจะนอกจากจะเป็นที่ถูกใจของสโมสรในอังกฤษแล้ว มันยังทำให้พรีเมียร์ลีก ไม่เสียเปรียบลีกอื่น ๆ ในเรื่องของการเร่งรัดช่วงเวลาของดีลด้วย

นอกจากนี้ การปิดตลาดวันที่ 2 ตุลาคม ยังสอดคล้องกับบรรดาลีกชั้นนำอื่น ๆ ในยุโรป ทั้ง ลีกเอิง และ กัลโช เซเรีย อา ที่ประกาศวันออกมาอย่างชัดเจนแล้ว และการเลื่อนวันเปิดตลาด จาก 18 มิถุนายน มาเป็น 1 สิงหาคม ยังทำให้หลายสโมสรไม่ต้องกังวลกับโอกาสที่พวกเขาจะต้องเสียสมาธิไปกับดีลต่าง ๆ จนพลาดในการทำผลงานช่วงท้ายฤดูกาลในศึกพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

ระยะเวลาช่วงเดือน สิงหาคม ถึง ตุลาคม น่าจะสอดคล้องกับลีกเอิง ที่เล็งจะประกาศใช้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาในการซื้อขายกับตลาดยุโรปเช่นกัน โดยการซื้อขายกันกับตลาดในประเทศนั้น เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา จากการยืนยันของ สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส หรือ แอฟแอฟแอฟ เนื่องจากฤดูกาลของพวกเขาจบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากคำสั่งยกเลิกในเดือนก่อนนั้นเอง

ขณะที่ใน กัลโช เซเรีย อา ได้คอนเฟิร์ม วันเปิดและปิด ตลาดนักเตะระหว่างประเทศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าอยู่ในระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นเวลาเพียงเดือนกับไม่กี่วันเท่านั้น แต่นั่นก็ยังเป็นเวลาในช่วง ๆ เดียวกันกับตลาดนักเตะในอังกฤษที่กำลังพิจารณาเป็นเวลาราว 1 เดือนด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทีมที่ต้องดีลกับสโมสรในอิตาลี อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, วูล์ฟแฮมป์ตัน และอื่น ๆ ด้วย ขณะที่ทาง ลาลีกา และ บุนเดสลีกา ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในเรื่องนี้ถูกยืนยันออกมาแต่อย่างใด

แนวคิดในการเปลี่ยนแปลงวันเปิด และ ปิด ตลาดนักเตะในคราวนี้เกิดมาจากคำแนะนำของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ที่ได้ออกมาพูดถึงแผนการ และปฏิทินฟุตบอลในช่วงก่อนหน้านี้ และส่วนหนึ่งสั้น ๆ ทาง จานนี่ อินฟานติโน ได้แนะนำให้แต่ละลีก เลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมเพื่อความสะดวกต่อทั้งองค์กร และ นักฟุตบอลที่จะสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ยากเย็น และตลาดนักเตะ ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ประธานฟีฟ่าหมายความถึงด้วย

อย่างไรก็ตาม การย้ายวันเปิดและปิดตลาดในคราวนี้ ก็เป็นเหมือนการเปลี่ยนวันเปิดตัวเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริงแล้ว หลาย ๆ สโมสรคงเดินหน้าเรื่องการเสริมทัพไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อย สังเกตได้จากบรรดาข่าวลือเรื่องการย้ายทีมที่เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เข้าเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา นั่นหมายความว่าในความเป็นจริงแล้ว สโมสรต่าง ๆ ในอังกฤษล้วนได้ประโยชน์ในเรื่องนี้

เพราะถ้าการตัดสินใจย้ายวันเปิด-ปิด ฤดูกาลได้รับการอนุมัติจริง ๆ แล้ว ก็เหมือนพวกเขาได้เวลาทำงานเพิ่มขึ้น และทีมงานจะเหนื่อยน้อยลง นี่ยังไม่นับว่าความกดดันจะน้อยลงตามไปด้วย แถมถ้าไอ้ที่ซื้อมาไม่เวิร์ก ยังมีรอบแก้ตัวในเดือน กันยายน ทั้งเดือนได้อีก

ไม่น่าแปลกใจเลย ถ้าเรื่องนี้ต้องเอาเข้าไปผ่านมติของสโมสรในพรีเมียร์ลีกแล้วมันจะผ่านได้ง่าย ๆ !