World Cup Diary: Day 6

20 June 2018
36 VIEWS

– ฮาเมส โรดริเกวซ มีส่วนร่วมจาก 8 ใน 10 ประตูหลังสุดของโอลอมเบีย จากการยิง 6 แอสซิสต์ 2 แต่ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ (แถมลงมาแล้วก็ทำอะรไม่ได้)

– เอจิ คาวาชิมะ กลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ลงเล่นให้ทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก ด้วยวัย 35ปี กับ 91 วัน

– ใบแดงของ คาร์ลอส ซานเชซ หลังผ่านไป 2 นาที 56 วินาที เป็นใบแดงที่นานที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ต่อจากใบแดงของ โจเซ่ อัลแบร์โต้ บาติสต้า ในเกมที่ อุรุกวัย พบ สก็อตแลนด์ ในฟุตบอลโลกปี 1986 ด้วยเวลา 54 วินาที

– มีประตูจากฟรีคิกโดยตรงไปแล้ว4 ประตู ในการแข่งขัน 15 นัดแรกของฟุตบอลโลกคราวนี้ ซึ่งมากกว่า ฟุตบอลโลก 2014 ทั้งทัวร์นาเมนต์ ถึง 2 ลูกไปแล้ว

– ฮวน ควินเตโร่ เป็นผู้เล่นคนแรกของโคลอมเบีย ที่ยิงได้ในฟุตบอลโลก 2 ครั้งต่างปีกัน โดยเขายิงในฟุตบอลโลก 2014 มาก่อนด้วย

– ประตูที่ 2ของ ยูยะ โอซะโกะ มาจากการแอสซิสต์ของ เคสึเกะ ฮอนดะ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะเอเชียคนแรก ที่แอสซิสต์ได้ในฟุตบอลโลก 3 ทัวร์นาเมนต์ ต่างครั้งกัน

– นอกจากนี้ “เคะจัง” ยังมีส่วนร่วมถึง 6 จาก 8 ประตูหลังสุดของทีมชาติญี่ปุ่น โดย ยิง 3 จ่าย 3 เลยทีเดียว

– ญี่ปุ่น ได้ประตูจากลูกเตะมุมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังเตะมาทั้งหมด 18 เกม

– ด้วยชัยชนะเหนือโคลอมเบีย2-1 ทำให้ญี่ปุ่น เป็นชาติแรกของเอเชีย ที่เอาชนะทีมจากอเมริกาใต้ ได้สำเร็จ โดยก่อนหน้านี้ 17 ครั้งที่ทีมจากเอเชีย เจอกับทีมจากอเมริกาใต้ มีสถิติ แพ้ 14 เสมอ 3

– นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทีมจาก อเมริกาใต้ อย่างน้อย 4 ทีม (บราซิล, อาร์เจนตินา, เปรู, โคลอมเบีย) ไม่ชนะในเกมประเดิมสนามฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ปี1974

– จากความพ่ายแพ้เมื่อคืน ทำให้โปแลนด์ ออกสตาร์ตในฟุตบอลโลกได้ห่วยสุดๆ ต่อไป โดยพวกเขา ชนะเพียงครั้งเดียว จาก 8 ครั้งที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกนัดประเดิมสนาม คือในปี 1974ที่ชนะอาร์เจนตินา 3-2 แต่นอกจากนั้นอีก 7ครั้ง เสมอ 3 แพ้ 4

– ความพ่ายแพ้เมื่อคืน ทำให้โปแลนด์ รักษาคลีนชีตไม่ได้เป็นนัดที่ 9 ติดต่อกัน โดยครั้งสุดท้ายที่ทำได้ คือในฟุตบอลโลก 1986 ที่ชนะ โปรตุเกส 1-0

– ธิอาโก้ โชเน็ค กลายเป็นผู้เล่นโปแลนด์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูตัวเองในการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย

– เซเนกัล เป็นชาติเดียวใน 8 ประเทศของทวีปแอฟริกา ที่ได้มาเล่นในฟุตบอลโลก ที่เก็บชัยชนะได้สูงถึง 50% โดยพวกเขาชนะ3 จาก 6 แมตช์ ที่ลงเล่นในฟุตบอลโลก

– ในครึ่งแรกของเกม รัสเซีย พบ อียิปต์ โม ซาลาห์ ได้สัมผัสบอล 19 ครั้ง น้อยที่สุดในบรรดาผู้เล่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูของทัพมัมมี่

– อาร์เต็ม ซูบา ขึ้นดวลลูกกลางอากาศ กับผู้เล่นอียิปต์ 18 ครั้ง มากที่สุดในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ โช แจ จิน ของเกาหลีใต้ ในปี 2006

– มีการทำเข้าประตูตัวเองไปแล้วในฟุตบอลโลก2018 ในตอนนี้ถึง 5 ประตู ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในฟุตบอลโลกทั้งหมด รองจากบอลโลกปี 1998 ครั้งเดียวเท่านั้น โดยครั้งนั้นมีการทำเข้าประตูตัวเองถึง6 ครั้ง

– รัสเซีย ยิงประตูในฟุตบอลโลกคราวนี้ไปแล้ว 8 ประตู มากกว่าประตูที่พวกเขาทำในฟุตบอลโลก 2 ครั้งก่อนหน้านี้รวมกันเสียอีก โดยก่อนหน้านี้ พวกเขาทำรวมกัน 6 ลูก

– รัสเซีย ทำไป 8ประตู ในฟุตบอลโลก 2 เกมแรกทำให้พวกเขายิงมากที่สุดในฐานะทีมเจ้าภาพ นับตั้งแต่ อิตาลี ในปี 1938 ที่ทำไป 8 ลูกเช่นกัน

– โม ซาลาห์ เป็นนักเตะคนที่3 ที่ทำประตูให้อียิปต์ ในฟุตบอลโลก ต่อจาก อับเดลราห์มาน ฟาวซี่ ในปี 1934 และ แม็กดี้ อาเบ็ด เอล กานี่ ในปี 1990

– การยิงประตูของลูกโทษของซาลาห์ ทำให้ ในฟุตบอลโลก 4 ครั้งหลังสุด มีชื่อของนักเตะรางวัลรองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีก ยิงประตูในฟุตบอลโลกทุกครั้ง ไล่มาตั้งแต่ เธียร์รี่ อองรี ในปี 2006, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบ้า ปี 2010, หลุยส์ ซัวเรซ ปี 2014 และ ซาลาห์ ในปีนี้

– 8 ประตูของรัสเซีย เป็นจำนวนเทียบเท่ากับที่สเปน ยิงได้ ในฟุตบอลโลก 2010 ทั้งทัวร์นาเมนต์ ซึ่งในปีนั้น สเปน เป็นทีมที่คว้าแชมป์โลกด้วย