World Cup Diary: Day 4

18 June 2018
21 VIEWS

– คอสตาริกา ส่งทีมลงสนามเมื่อเย็นวานนี้ ด้วยค่าเฉลี่ยทีมที่แก่ที่สุดในฟุตบอลโลก ด้วยจำนวน 29 ปี 346 วัน ทำลายสถิติเดิมของ เอกวาดอร์ ที่ทำไว้ที่ 29 ปี 345 วัน ในปี 2006 ลงไปได้สำเร็จ

– ประตูจากฟรีคิกของ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ที่ยิงให้เซอร์เบีย เป็นประตูจากฟรีคิกลูกที่ 3 ในฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเท่ากับประตูจากฟรีคิกของฟุตบอลโลก 2014 ทั้งทัวร์นาเมนต์ไปแล้ว

– แต่ใน 5 เกมหลังสุดในฟุตบอลโลกของคอสตาริกา รวม 510 นาที พวกเขาเพิ่งเสียประตูจากฟรีคิกของโคลสรอฟ เป็นลูกที่ 4 เท่านั้น

– คอสตาริกา ไม่สามารถยิงประตูในเกมกระเดิมสนามฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติซาสตร์ โดยก่อนหน้านี้ 4 ครั้ง ในปี 1990, 2002, 2006 และ 2014 พวกเขายิงไปรวมทั้งสิ้นถึง 8 ประตู จาก 4 นัดเปิดสนามฟุตบอลโลก

– เยอรมนี เก็บชัยชนะได้ตลอด 7 ครั้งหลังสุดในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก แถมยังยิงได้รวมถึง 20 ประตู ในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 4 ครั้งหลังสุดด้วย ก่อนจะมาถูกหยุดสถิติในเกมนี้

– ตรงกันข้าม เม็กซิโก ก็ยืดสถิติไร้พ่ายในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลกออกไปเป็น 6 ครั้งพวกเขาชนะ 5 เสมอ 1 ในเกมเปิดสนามบอลโลก 6 ครั้งหลังสุด

– หลายคนบอกว่า เยอรมนี ชุดนี้ “เด็กเยอะ” แต่ในความจริง 11 ตัวจริงชุดนี้อายุเฉลี่ย 27 ปี 310 วัน ซึ่งแก่ที่สุดนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2002 รอบชิงชนะเลิศกับ บราซิล เลยทีเดียว

– เยอรมนี มีโอกาสทำประตูถึง 26 ครั้งในเกมนี้ โดยปราศจากประตู ซึ่งทีมสุดท้ายที่มีโอกาสมากมายเช่นนี้แล้วไม่มีประตูคือ โปรตุเกส ในปี 2006 เกมพบกับอังกฤษ

– เฮียวิ่ง โลซาโน่ ยิงประตูแรกในฟุตบอลโลก โดยใชโอกาสเพียงครั้งเดียว ก่อนหน้านี้เขาเคย 4 ประตู จากการยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนคอนคาเคฟ มาแล้ว…แน่นอนมากๆ

– นอกจากนี้ ประตูของ โลซาโน่ ยังหยุดสถิติยาวนาน 563 นาทีของเยอรมนี ที่ไม่เคยตกเป็นฝ่ายตามหลังใครลงได้สำเร็จอีกด้วย

– ราฟาเอล มาร์เกวซ ลงเล่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นสมัยที่ 5 ทำสถิติมากที่สุดตลอดกาล เทียบเท่า อันโตนิโอ การ์บาฆาล ของเม็กซิโก กับ โลธาร์ มัทเธอุส ของเยอรมนี เรียบร้อยแล้ว

– กิลเยร์โม่ โอชัว ทำไป 9 เชฟ ในเกมกับเยอรมนี ซึ่งกลายเป็นนักเตะ เม็กซิกัน ที่เชฟเยอะที่สุดในเกมเดียว นับตั้งแต่ปี 1966

– นี่เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์เท่านั้น ที่ เยอรมนี แพ้ในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก โดยครั้งเดียวก่อนหน้านี้ ที่พวกเขาแพ้ในเกมเปิดสนาม เกิดขึ้นในปี 1982 โดยเป็นการแพ้ต่อ แอลจีเรีย และครั้งนั้น พวกเขาเข้าไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศเลยทีเดียว

– นี่ยังเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ที่แชมป์เก่าหาชัยชนะไม่เจอนับตั้งแต่ ปี 2010 ที่ อิตาลี เสมอ อุรุกวัย 1-1, 2014 สเปนก็แพ้ต่อ เนเธอร์แลนด์ 1-5

– กาเบรียล เฮซุซ ออกสตาร์ตฟุตบอลโลกเกมเมื่อคืนด้วยวัย 21 ปี 75 วัน กลายเป็นนักเตะบราซิลที่เด็กที่สุดที่ได้ลงสนามในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ กาก้า ในฟุตบอลโลกปี 2002

– นับตั้งแต่ปี 1966 บราซิลยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษมากที่สุดในฟุตบอลโลก ถึง 37 ประตู มากกว่าทีมอื่นที่ตามมาถึง 11 ลูกด้วยกัน

– สตีเว่น ซูแบร์ มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 6 ประตูของสวิตเซอร์แลนด์ ตลอด 6 นัดหลังสุด เขายิง 4 แอสซิสต์ 2 ใน 6 ประตูที่ว่ามา

– อันที่จริงแล้ว ประตูของ ซูแบร์ เป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกของสวิตเซอร์แลนด์ ในเกมนี้ด้วย

– 12 ครั้งหลังสุด ที่บราซิลโดนยิงประตูตรงกรอบ กลายเป็นประตูถึง 10 ลูก โดยมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ที่ผู้รักษาประตูเชฟได้

– เนย์มาร์ โดนทำฟาวล์ในเกมเมื่อคืนไปถึง 10 ครั้ง โดยผู้เล่นคนสุดท้ายที่โดนทำฟาวล์มากกว่าเขาต้องย้อนไปถึงปี 1998 ในฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็น อลัน เชียร์เรอร์ กองหน้าของอังกฤษ ที่โดนตูนีเซียตัดฟาวล์ถึง 11 ครั้ง ในเกมเดียว

– บราซิล ชนะแค่ครั้งเดียว ในฟุตบอลโลก 7 ครั้งหลังในการพบกับทีมจากยุโรป โดยอีก 6 นัดมีสถิติ เสมอ 2 แพ้ 4 โดยครั้งเดียวที่พวกเขาชนะทีมจากยุโรปคือการคว่ำโครเอเชีย ในปี 2014 ด้วยสกอร์ 3-1