อยากให้โลก เปลี่ยนแกน

ความน่าตื่นเต้นของฟุตบอลโลกหนนี้คือ มาตรฐานการเล่นของทีมสมัยนี้ ไม่ว่าจะมาจากภูมิภาคไหนๆ ก็เหมือนกับจะ เขยิบเข้าใกล้กันมากขึ้น แตกต่างไปจากเดิมที่ ทีมจาก เอเชียจะเป็นแค่ทีมแจกแต้ม โดนซัดเอาๆ ไปเรื่อยๆ

ดูแล้วเป็นนิมิตหมายอันดี เพราะว่า ระยะหลังจะเห็นว่า ฟุตบอลโลก สามครั้งที่ผ่านมา มีแชมป์โลกที่เป็นยุโรป กันทั้งหมด และ สองในสามครั้งหลังสุด ก็กลายเป็นทีมยุโรปเข้าชิงกันเองเสียด้วย นั่นคือปี 2006 ที่อิตาลี พบกับ ฝรั่งเศส , 2010 ที่ สเปน พบกับ ฮอลแลนด์ จะมีครั้งทีแล้วที่ ยุโรปเป็นแชมป์จากการพบกันกับ อเมริกาใต้ แต่ก่อนหน้านั้น เยอรมันที่เป็นแชมป์โลก ก็ ขยี้ ทีมเจ้าภาพจากอเมริกาใต้อย่างบราซิลไป 7-1

ฟุตบอลโลกจะมีสีสันหรือหากว่า แชมป์จะมาจากทีมยุโรป เสมอ และทวีปอื่นรวมทั้งอเมริกาใต้เป็นเพียงไม้ประดับเท่านั้น ผมเชื่อว่า ความมีเสนห์ของมันคือการ ผลัดกัน เป็นแชมป์โลกจากภูมิภาคต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ยุโรป แข็งแกร่งขึ้น เป็นสิ่งที่ มันก็มีเหตุมีผลรองรับในเขิงสังคมวิทยาอยู่นะครับ

อดีต ยุโรป อนุญาติให้นักเตะจาก ภูมิภาคอื่นเข้ามาเล่นจำนวนจำกัด เพราะว่ามีโควต้าอยู่ แต่ต่อมา เริ่มต้นจา กรณี การเปิดพรมแดนสหภาพยุโรป ที่ทำให้นักเตะยุโรปกันเอง ย้ายถิ่นฐานกันได้ง่ายๆ เป็นอิสระ และตามด้วยการที่นักเตะ อเมริกาใต้ หรือแม้แต่ส่วนอื่นๆ ของโลก เข้าไปเล่นในลีกใหญ่ๆ ได้แบบไม่จำกัดจำนวน

ด้านหนึ่งคือนักเตะ ยุโรป และ ประเทศแม่เอง (เช่นอังกฤษ อิตาลี นี่เห็นชัดมากๆ) ไม่ได้มีพื้นที่ ได้ลับฝีเท่าเพราะว่า โดนนักเตะที่ฝีเท่าเด่นกว่าจากอเมริกาใต้ มา ยึดตัวจริง แต่อีกแง่หนึ่งคือ นักเตะจาก อเมริกาใตและพื้นที่อื่นๆ ในโลก ไม่ได้มีโอกาสเล่นร่วมกัน รวมสปิริตกันได้บ่อยเท่าที่ เคยเป็นมาในอดีต

แน่นอนว่าทุกอย่างมันมีข้อดีและข้อเสีย แต่ ในปัจจุบันจะเห็นว่า ทีมจากอเมริกาใต้ เหมือนกับจะมีมาตรฐานที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับยุโรป ทั้งที่หลายคนของพวกเขาคือตัวหลักในทีมต้นสังกัดกันทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะอย่างไร ฝันว่าวันหนึ่งไม่รู้ว่าด้วย ปัจจัยอะไร จะทำให้เราได้เห็น ทีมจากภูมิภาคอื่นๆ กลายมาเป็น แชมป์โลกอีกครั้งหนึ่ง และ ทำให้ ฟุตบอลของแต่ละภูมิภาค มีมาตรฐานที่สูสีกันมากขึ้นกว่าที่ ทุกอย่างจะถูกครอบงำด้วยยุโรปแต่เพียงทวีปเดียว

การเปิดพรมแดนเรื่องของตลาดนักเตะที่ทำให้นักเตะในภูมิภาคต่างๆ สามารถย้าย ถิ่นฐานไปหากินในพื้นที่อื่นได้สะดวกขึ้น

แน่นอนว่าใครๆก็อยากไปที่ยุโรป เพราะว่าจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และ สร้างเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักเตะ อเมริกาใต้เอง หรือแม้แต่นักเตะเอเชีย แอฟริกาเป็นต้น

อยากเอาอีกภาพมาซ้อน ครับ คือ เรื่องของ การพัฒนาธุรกิจของวงการกีฬา ที่ยิ่งวันจะกลายเป้นเรื่องของ เงินทองธุรกิจการเงินมากขึ้นทุกทีๆ  มันส่งผลต่อ ฟุตอลของแต่ละชาติไม่น้อย

เริ่มต้นจาก อิตาลี ทุกวันนี้ เราจะหานักเตะสัญชาติอิตาเลียนใน ทีม ระดับชั้นนำของอิตาลีได้ยากขึ้นๆ และมันก็นำมาสู่การที่ ทีมชาติอิตาลีอ่อนแอลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน ทั้งๆที่ ด้วยชาติพันธ์และเกียรติประวัติ พวกเขา พิสูจน์มาแล้ววว่า ชนชาติอิตาเลี่ยนคือชาติที่เตะฟุตบอลได้เก่งที่สุดชาติหนึ่งในโลก จนตอนนี้พวกเขาคิดว่า ควรจะนำเอากฏที่ว่า ต้องกำหนดจำนวนให้นักเตะสัญชาติอิตาเลี่ยนลงเล่น จำนวนอย่างน้อยที่สุดกี่คนหรือไม่

แต่ถือว่า อิตาลี ยังได้รับผลกระทบน้อยกว่า พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

อังกฤษขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็น ดินแดนแห่ง การลงทุนจากต่างชาติ เพราะเปิดเสรี และการลงทุนใน อังกฤษไม่ว่าจะธุรกิจใดๆ คือ การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนมหาศาล อยู่แล้ว ไมว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ตลาดการเงิน ฯลฯ

นับแต่ทศวรรษที่ 90 กลุ่มทุนต่างชาติมาลงทุนกับทีมฟุตบอลในอังกฤษ ดังจะเห็นว่า ทีมชั้นนำตอนนี้หายากที่มี กลุ่มทุนสัญชาติอังกฤษมาถือหุ้น และ การลงทุนและ สร้างความตื่นเต้นก็คือต้องลงเงินกับนักเตะแม่เหล็ก ที่ส่วนใหญ่ก็คือเป็นต่างชาติเข้ามาด้วย ผลก็ย่างที่เห็น ปัจจุบัน กำลังหลักของแต่ละทีม จะเป็นนักเตะต่างชาติกันเยอะมาก นั่นก็หมายถึง นักเตะ สัญชาติอังกฤษมีโอกาสลดลงในการทีจะได้เป็นตัวจริง แถมนักเตะอังกฤษเป็น ชาติที่ไม่ค่อยไปค้าแข้งต่างประเทศเสียด้วย (จะพบว่า ไม่มีนักเตะ สักคนใน ทีมชาติชุดฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ไปเล่นในลีกต่างประเทศ)

แต่ขณะเดียวกัน มันเปิดโอกาสให้ ชาติ ที่กำลังถือกำเนิดใหม่ เช่น แอฟริกัน หรือ เอเชีย มีโอกาส ไปหาประสบการณ์มากขึ้นใน ลีกชั้นนำอย่างยุโรปด้วย หากว่าเราเห็น นักเตะหลายๆคนใน ทีมชาติ ญี่ปุ่น เกาหลี ล้วนแต่ เก็บเกี่ยวประสบการมาในหลายลีกในยุโรป มาช่ำชองทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบุนเดสลีก้า พรีเมียร์ลีก เป็นต้น

เมื่อไปต่อจิ๊กซอว์ กับภาพที่พวกเขาเคยนำเข้านักเตะ ชั้นนำที่รีไทร์จาก ยุโรป ไปเป้นกำลังหลักในลีกตัวเองเพื่อถ่ายทอดประสบการณ่ ดูเหมือนทำให้พวกเขา แข็งแกร่งขึ้นทีละน้อยๆ เพราะการพัฒนา มันมาจากหลายๆมิติด้วยกัน

เรื่องพลวัตรทางสังคม การลงทุน มันมีผลต่อฟุตอลในมิติต่างๆ แน่นอน

สิ่งที่น่ามองคือ ในอนาคต (ที่คงเป็นอันไกล เพราะคงไม่ได้สามารปรับได้ อย่างฉับพลัน) แกนโลก จะเปลี่ยนสมดุล ไปทางไหนบ้างหรือไม่ จะมีสักวันไหมที่เอเชีย จะเป็นชื่อที่น่ากลัว ในวงการลูกหนังโลก เหมือนกับที่พวกเราค่อยๆ พัฒนากันมาทีละน้อยๆ