“เบอร์ 10 (ครึ่ง)” ที่อังกฤษรอคอย

วีคนี้ถึงคิว “ฟีฟ่าเดย์” แต่บอลลีกบ้านเราจะกลับมาเตะอีกครั้งหลังหยุดไปประมาณ 1 เดือนเพื่อหลบให้กับ เอเชียนเกมส์ 2018 ที่จริง ๆ ก็จบไปนานแล้ว

ทีมชาติอังกฤษ “ไฮไลต์” อยู่ที่การกลับมารวมตัวกันครั้งแรกนับจากฟุตบอลโลกที่รัสเซียของ แกเร็ธ เซาธ์เกต และเด็ก ๆ ที่เตรียมเตะ 2 เกมทั้ง ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก และเกมกระชับมิตรธรรมดา

เนชั่นส์ ลีก จะเจอกับสเปน หลังเที่ยงคืนวันเสาร์ เวลา 01.45 ตามด้วยคืนวันอังคาร ตี 2 กับสวิตเซอร์แลนด์

ในส่วนตัวผู้เล่น ราฮีม สเตอร์ลิง และอดัม ลัลลาน่า “ถอนตัว” ออกไปเพราะบาดเจ็บ ขณะตัวที่ถูกกล่าวขวัญถึงจะเป็น “ตัวสด ๆ” อย่าง ลุค ชอว์ ที่กลับมาติดอีกครั้งหลังขาหักไป

เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ เซนเตอร์ฮาล์ฟเบิร์นลีย์ เชื้อสายโปล, โจ โกเมซ ที่กำลังเล่นได้ดีกับลิเวอร์พูล หรือล่าสุด มาร์คัส เบ็ตติเนลลี่ นายทวารจากฟูแล่ม ที่ถูกเรียกเข้ามาภายหลังตาม อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี โกล์เซาแธมป์ตันที่ก็ “ใหม่” อันแสดงให้เห็นถึงผู้เล่นในตำแหน่งนี้ที่ขาดแคลนในอังกฤษ

ในส่วนที่ไม่ถูกเรียก และถือว่า “ฮือฮา” อยู่เหมือนกัน คือ แอชลีย์ ยัง ไม่นับ โจ ฮาร์ต นายด่านสถิติติดทีมชาติ 75 ครั้ง ตอนนี้เล่นให้เบิร์นลีย์ และกำลังทำผลงานดีขึ้นพร้อม ๆ มีเสียงเรียกร้องให้กลับมาติดทีมชาติ

อื่น ๆ ผมถือว่า “เฉย ๆ” ไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรนักกับทีมชุดนี้ที่เตรียมเตะ 2 นัดกับสเปนที่เวมบลีย์ และสวิส ที่คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ทั้งนี้ แม้จะมีชื่อใหม่ ๆ หรือดาวรุ่ง ติดทีมชุดนี้ แต่ก็แอบมีคน “ผิดหวัง” อยู่เนือง ๆ ตามธรรมเนียมว่า ไม่เคยมีอะไรถูกใจแฟน ๆ ทั้ง 100%

โอเครว่า “ดาวรุ่ง” เทรนท์ อาร์โนลด์, โกเมซ, รูเบน ลอฟตัส-ชีค ยังคงถูกเรียก ไม่นับชื่อใหม่ ๆ อย่าง แม็คคาร์ธี, เบ็ตติเนลลี หรือทาร์คอฟสกี้

ทว่า แฟน ๆ บางส่วนก็อยากเห็น ฟิล โฟเดน (แมนฯซิตี้), เจดอน ซานโช่ (ดอร์ทมุนด์) หรือไรอัน เซสเซญอง (ฟูแล่ม) เพิ่มเข้ามาอีก

เพื่อให้ “โอกาส” นักเตะดาวรุ่งมากยิ่งขึ้นไปอีก

ทว่า ท่ามกลางข่าวการประกาศตัวตั้งแต่พฤหัสบดีที่ 30 ส.ค.จนมีคนถอนตัวเพราะเจ็บไป อะไรไป และเรียกมาใหม่ โน่น นี่ นั่น หรือกระแสอยากได้คนโน้นคนนี้ไม่จบสิ้น

ข่าวเล็ก ๆ แต่ “แอบเด่น” ข่าวหนึ่งได้แทรกตัวขึ้นมา และอย่างน้อย “โดนใจ” ผม

เจมส์ แมดดิสัน ดาวเตะดาวรุ่ง “ตัวฮอต” อีกคนของวงการฟุตบอลอังกฤษถูกเรียกไปติดทีมชาติชุดยู-21 ที่จะเตะหลังเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี เวลา 01.45 กับทีมกังหันสีส้ม เนเธอร์แลนด์

เรียกได้ว่า เป็นนักเตะจากชุดยู-21 ปี “คนเดียว” ที่ตกเป็นข่าวในช่วงเวลาเดียวกับนักเตะทีมซีเนียร์

เจ้าหนู เจมส์ แมดดิสัน คือ ใคร?

แมดดิสัน คือ 1 ในนักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุดของลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลที่แล้ว 2017/18 ควบคู่กับผู้เล่นอย่าง ไรอัน เซสเซญอง (ฟูแล่ม), รูเบน เนเบส (วูลฟ์ส), เดวิด บรู๊คส์ (เชฟฯยูไนเต็ด)

เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก หากจะจำกัดความ “กว้าง ๆ” จากทีมนอริช ซิตี้ ที่แม้จะอายุ 21 ปี และอยู่ในข่าว “ดาวรุ่ง” แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับมีความสำคัญ และน่าจับตาเทียบเท่า หรือไม่ต่างจากนักเตะทุกคนในลีกพระรอง

“โชคดี” ที่สุดสำหรับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ควักกระเป๋า 22 ล้านปอนด์ตัดหน้าเซาแธมป์ตันมาได้หวุดหวิด เพราะแมดดิสัน เลือกจะมา คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

จริง ๆ แล้วตอนเดือน มกราคม มีข่าวทีมใหญ่ทั้ง ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล สนใจนักเตะรายนี้เช่นเดียวกับแฟนบอล, แมวมอง, เจ้าหน้าที่สโมสรต่าง ๆ ที่ “แอบย่อง” มาแคร์โรว์ โร้ด เพื่อส่องฟอร์ม แมดดิสัน

สถิติฤดูกาลที่ผ่านมากับนอริช “น่าทึ่ง” เพราะทำได้ 14 ประตู กับ 8 assists จากมิดฟิลด์ และเป็นนักเตะที่โดนฟาล์วมากเป็นอันดับ 2 ในลีกพร้อม ๆ กับสร้างสถิติสร้างสรรค์โอกาสทำประตูในเดือน ม.ค.ได้ถึง 54 ครั้ง (ข้อมูล leicestermercury.co.uk) มากว่าใครในพรีเมียร์ลีก และทุกลีกหลักยุโรป

ตัวเลขการทำประตู และอายุ ทำให้ถูกนำมาเปรียบกับ เดเล่ อัลลี, assist เหมือน คริสเตียน เอริคส์เซ่น

ทักษะการเลี้ยง และใช้เท้ากับบอลถูกเปรียบกับ อดัม ลัลลาน่า

ลูกฟรีคิก? เช่น ยิงนาทีสุดท้ายตอนถูกยืมตัวไปอเบอร์ดีน อัดใส่ เรนเจอร์ส ถูกเปรียบกับ เดวิด เบคแคม รวมถึงความสามารถในการผ่านบอลยาว

จริง ๆ ยังมีอีกหลายทีม เช่น ไบร์ทตัน, เอฟเวอร์ตัน และสเปอร์ส ให้ความสนใจ เพียงแค่เจ้าตัวไปได้รับบาดเจ็บหัวเข่าท้ายฤดูกาลก่อนจนพักประมาณ 2 เดือน และหายก่อนตลาดนักเตะปิดต้นเดือน ส.ค.ไม่กี่สัปดาห์

อย่างไรก็ดี จากฟอร์มตั้งแต่ “ตัวจริง” นัดเปิดสนามวันศุกร์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะตัวทำเกมของทีมจิ้งจอกสยามจนถึงเกมใหญ่ล่าสุดกับ ลิเวอร์พูล

แมดดิสัน ดู “เติบโต” เกินวัยสมกับผ่านสมรภูมิ ตัวจริง ทีมชุดใหญ่ของโคเวนตรี้, อเบอร์ดีน, นอริช และเลสเตอร์ ต่างจากนักเตะดาวรุ่งส่วนใหญ่ที่มักโตขึ้นมา “ตามทรง” กับอคาเดมี และเล่นทีมรุ่นต่าง ๆ ตามวัยของสโมสร

ทว่า แมดดิสัน ไปไหนต่อไหนเริ่มจากโคเวนตรี้ ตั้งแต่อายุยังน้อย

ครับ ตามประสบการณ์ทำข่าวฟุตบอลอังกฤษมายาวนานเข้าปีที่ 24 ผมต้อง “ยอมรับ” ว่า อังกฤษผลิตนักเตะทรงแบบนี้ให้เห็นไม่บ่อย

เอาแค่ทักษะการผ่านบอลด้วยข้างเท้า “ด้านนอก” แบบธรรมชาติ หรือตำแหน่งในการรับบอล ออกบอล หรือไปกับบอลด้วยความกล้ามั่นใจ กับทักษะการเปิดบอลทุกระยะ

ทั้งหมดทำด้วย “ท่วงท่า” สง่างามตามแบบฉบับผู้เล่นหมายเลข 10 ที่ “ยึดครอง” มาเป็นของตัวเอง และเป็น “ภาพจำ” ของคนทั่วไปอย่างรวดเร็วด้วยอายุไม่มาก

รวมกับกระแสตามข้อมูลข้างต้นจากหลากหลายแหล่งที่ผมรวบรวมมาอาจจะดู “เว่อวัง” อลังการ

แต่มันก็คงจะเพราะสื่อ และคนผู้ดีก็แอบตื่นเต้นกับ แมดดิสัน มิใช่น้อย

“โปรไฟล์” และ “คาแรกเตอร์” ของแมดดิสัน ยังตรงกับ 2-3 หัวข้อที่ผมเขียนในช่วงไม่กี่วันมานี้ ไม่ว่าจะ Half-Space, เบอร์ 10 ครึ่ง หรือ 9 ครึ่ง

ที่ไม่แปลกเลยว่า ทำไม เจมส์ แมดดิสัน จึงถูกนำไปเปรียบ และมองดูคล้ายหลายนักเตะที่ประสบความสำเร็จก่อนหน้านี้ “หลายคน” ไปหมดครับ



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

เปเป้กลับปอร์โต้ : บ้านที่เคยสร้างชื่อ

SPORTDesk. Team

แม้ “ภาพจำ” สำหรับนักฟุตบอลที่ชื่อเปเป้ ของใครหลายคน จะเป็นภาพ การเข้าบอลของเขาที่คาบลูกคาบดอก สไตล์การเล่นที่โหดดุดัน บู๊บ้าเลือด หลังจากเขาย้ายออกจากเรอัล มาดริดไปอยู่กับเบซิคตัส เมื่อปี 2017 ชื่อของเขาก็ห่างหายไปจากวงการฟุตบอลยุโรประดับสูงมาสักระยะ อย่างไรก็ตาม กองหลังขาโหดคนนี้ ได้กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง จากการย้ายกลับมาเล่นในโปรตุเกส ให้กับสโมสรปอรโต้ ซึ่งเคยเป็นอดีตสโมสรเก่าของเขานั่นเอง…

Thought

ชาบี เออร์นานเดซ กับภารกิจที่ยิ่งใหญ่

Dechruch

หากให้พูดถึงมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก เชื่อเหลือเกินว่าจะต้องมีชื่อ ชาบี เอร์นานเดซ ปรากฎขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ มิดฟิลด์ร่างเล็กผู้เปรียบเสมือน “วาทยากร” หรือ “คอนดักเตอร์” ลูกหนัง ผู้ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะของเกมได้ทั้งเกมเพียงปลายเท้า

Story

10 ประเด็นเก็บตกจากลีกใหญ่ยุโรปต้นเดือน 11

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลลีกใหญ่ๆของยุโรปในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วบความลุ้นระทึกทุกๆลีก และมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เป็นประเด็นมากมายให้ต้องจดจำ และนี่คือ 10 ประเด็นเก็บตก ไม่ควรพลาดจากทุกลีกใหญ่ของยุโรป