การรอคอย 38 นัด ของ โดมินิค โซลันกี | by SPORTDesk. Team

13 July 2020
177 VIEWS

ตอนที่ โดมินิค โซลันกี ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักในฐานะนักเตะดาวรุ่งของเชลซี และแจ้งเกิดอย่างเต็มที่กับทีมชาติอังกฤษชุด ยู-17 ก่อนพาทัพ “สิงโตน้อย” คว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร ยู-17 ในปี 2014 ที่มอลตา มาครองพร้อมควบตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์ เสียงของนักวิจารณ์ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า เด็กคนนี้จะต้องก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดกองหน้าที่หาตัวจับยากอย่างไม่ต้องสงสัย 

แต่นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้ 6 ปีผ่านไป ชะตากรรมของโซลันกี เรียกว่า ‘อาภัพ’ ได้อย่างเต็มปาก หลังต้องระเห็จระเหินเร่รอนจากเชลซี ไปยัง ลิเวอร์พูล และมาสู่ บอร์นมัธ เพื่อโอกาสในการลงสนามที่เขาควรได้รับ แต่ก็ไม่มีใครมอบให้เท่าที่ควร และไม่น่าเชื่อว่า ดาวเตะที่เคยถูกมองว่าเป็น ‘สตาร์แห่งอนาคต’ คนนี้ จะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก เกมเมื่อคืนเป็นนัดที่ 39 ในสีเสื้อของทีม “เชอร์รี่” เท่านั้น และที่น่าประหลาดใจกว่าคือ 38 นัดที่ผ่านมา เขาทำประตูไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียว จนกระทั้งเกมเมื่อคืนที่เขายิง 2 ประตูใส่ เลสเตอร์ ซิตี

แต่จะว่าไปเรื่องโอกาสลงสนามอันน้อยนิดของ โซลันกี ก่อนมาเล่นกับ บอร์นมัธ นั้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะถ้าย้อนไปดูในแต่ละปีกับแต่ละสโมสรที่เขาเคยค้าแข้งนั้น มันยากเหลือเกินที่จะเบียด ‘เจ้าที่’ ในตอนนั้นออกไปได้ ไล่ตั้งแต่ฤดูกาล 2014/15 ที่ เชลซี คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก พวกเขามีทั้ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ดีเอโก คอสตา อยู่ในทีม นั่นทำให้ในปีต่อมาไอ้หนูโดมินิค ต้องย้ายไปยัง วิเทสส์ อาร์เนม ด้วยสัญญายืมตัว และยิงได้ถึง 7 ประตูจากการลงเล่น 25 นัด ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าที่เขายิงในพรีเมียร์ลีกกับทุกสโมสรรวมกันเสียอีก

ปีต่อมาเขาได้กลับมายัง เชลซี ในยุคสมัยของ อันโตนิโอ คอนเต ที่เน้นในการเล่นระบบกองหน้าตัวเดียว โดยหน้าที่หลักของตำแหน่งหัวหอกในชุดนั้นตกเป็นของ ดีเอโก คอสตา และหลายครั้ง เราก็เห็นนายใหญ่ชาวอิตาเลียน เลือกจะดัน เอเด็ง อาซาร์ ไปเล่นแบบ ฟอลต์ไนน์ โดยไม่มีกองหน้าในสนาม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมาก่อนเลยจวบจนได้โอกาสจาก เจอร์เกน คล็อปป์ ที่ ลิเวอร์พูล เมื่อเขาย้ายมาร่วมทีมในเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เขาถึงได้เดบิวต์ ในพรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตามการที่ “หงส์แดง” มี 3 ประสานแดนหน้าที่ลงตัวพอดิบพอดี หลังจากที่พวกเขา โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาร่วมทีมจาก อาแอส โรมา ทำให้โอกาสของ ‘ดอม’ ส่วนมากคือตัวสำรองคั่นเวลาเท่านั้น นั่นทำให้สุดท้ายเขาเลือกจะลาถิ่นแอนฟิลด์ในเวลาเพียงปีครึ่ง เพื่อมาหาโอกาสที่ ไวทาลิตี สเตเดี้ยม กับ บอร์นมัธ ในช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2018 จวบคนปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากรอคอยมา 38 นัด ในเวลากว่าฤดูกาล อดีตเด็กเทพคนนี้ ก็ซัดประตูแรกได้สำเร็จ และเป็นการทำทีเดียว 2 ประตูในเกมเพียง 1 นัดใส่ทีมใหญ่อย่าง เลสเตอร์ ซิตี ที่กำลังเดิมพันเพื่อไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ แต่ทว่าลูกทีมของ เอ็ดดี ฮาว ก็มีเดิมพันสูงเช่นกัน คือการอยู่รอดในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งการทำ 2 จาก 4 ประตูในเกมนี้ให้ทีมเจ้าบ้าน มันยังเป็นการช่วยทีมเก่าของเขาอย่างเชลซีในทางอ้อมอีกด้วย เพราะความพ่ายแพ้ของทัพ “จิ้งจอก” หมายความว่าพวกเขาจะแซงเชลซีขึ้นไปรั้งที่ 3 ในสัปดาห์นี้ไม่ได้แน่นอน และต่อให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะในเกมมันเดย์ไนท์ ทีมเก่าของเขาก็จะไม่มีทางหลุดจาก 4 อันดับแรกในสัปดาห์นี้อีกด้วย

“ผมคิดว่าทุกคนมีความสุขมาก ๆ เรารู้ดีว่ามันจะป์นเกมที่ยากมาก ๆ” โซลันกี กล่าวหลังเกม “สอง-สามสัปดาห์หลังมันทำให้เราลำบากมาก ๆ แต่วันนี้ เราทุ่มเทอย่างสุดตัว และมันก็มาในเวลาที่เราต้องการประตู

“สอง-สามเกมที่ผ่านมาเราทำประตูไม่ค่อยได้ แต่วันนี้เราทำสำเร็จ และทำไปถึง 4 ประตู ผมคิดว่าหลังจากคุณทำประตูแรกได้มันจะเพิ่มอะดรีนาลินให้คุณ ซึ่งช่วยในการเอาลูกที่สอง ซึ่งผมได้โอกาสที่ดีมากสองครั้ง ซึ่คุณอาจจะไม่ได้มันในวันอื่น

“เราไม่มีอะไรจะเสีย เราตามหลังก่อน 1-0 เรารู้ว่าวันนี้มันเป็นเกมที่ต้องชนะเท่านั้น เราเปิดเกมรุกมากขึ้นเอีกซึ่งมันก็ได้ผล มันเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญ เกมที่แล้วเราเล่นได้ดีกับท็อตแนมแต่เราเอาชัยชนะมาไม่ได้ แต่เราทำได้ในวันนี้”

ชัยชนะนัดนี้ ทำให้ บอร์นมัธ มีหวังรอดตกชั้นใน 3 เกมสุดท้ายแบบเต็มตัว พวกเขาต้องลงสนามอีก 3 นัด ขณะที่ตามหลัง วัตฟอร์ด ทีมอันดับ 17 อยู่ 3 คะแนนเท่านั้น โดยเกมที่เหลือ ‘เชอร์รี่’ จะต้องไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี, รับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน และปิดท้ายด้วยการไปเยือน กูดิสัน ปาร์ค ของ เอฟเวอร์ตัน

แน่นอน ทั้ง 3 เกมไม่ใช่งานง่ายเลยสำหรับทีมของ เอ็ดดี ฮาว แต่หวังว่า การได้ 2 ประตูในเกมนี้ของ โซลันกี จะจุดประกายบางอย่างในตัวเขา และถ้าใน 3 เกมที่เหลือเขายิงประตูและช่วยให้ บอร์นมัธ รอดตกชั้นได้จริง ๆ นี่คงจะเป็นเรื่องราวแห่งฤดูกาลอีกเรื่องที่จะกลายเป็นที่จดจำอย่างแน่นอน!