วาร์ดี้เซ็นสัญญาฉบับสุดท้ายในชีวิตกับเลสเตอร์

11 August 2018
2,507 VIEWS

เป็นที่ทราบกันดีว่า เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ มีภาพลักษณ์ของความเป็น “นักสู้ชีวิต” ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ โดยเราต่างทราบแง่มุมของเขากันอย่างละเอียดยิบในช่วงที่เขาฟอร์มร้อนแรง ยิงประตูเป็นว่าเล่นในช่วงฤดูกาล 2015–16 จนกระทั่งพาเลสเตอร์ผจญภัยไปจนถึงตำแหน่งแชมป์ลีกแบบเหนือความคาดหมาย

ก่อนหน้านั้น เขาคือกองหน้าโนบอดี้ที่ใคร ๆ ก็อาจจะมองข้ามผ่าน แต่จากผลงานการยิงประตูอุตลุตจนก้าวไปสู่บังลังก์แชมป์ ทำให้สื่อเปิดเผยเรื่องราวชีวิตของวาร์ดี้ให้ทุกคนได้ทราบกัน

วาร์ดี้ต้องความพยายามอย่างหนัก อาจจะเรียกได้ว่า มากกว่า นักฟุตบอลในรุ่นเดียวกันก็คงไม่ผิดจากความเป็นจริง กว่าที่เขาจะมายืนท่ามกลางสปอตไลท์แสงไฟส่องอย่างเช่นทุกวันนี้ได้ โดยสมัยเด็กเขาไปเป็นเด็กฝึกหัดที่อคาเดมี่ของ เชฟฟิลด์ เว้นสเดย์ ซึ่งเป็นทีมใหญ่ในบ้านเกิดของเขา แต่จนแล้วจนรอดก็ไปได้ไม่สวย  ไม่ได้สัญญานักเตะอาชีพ โดนตัดออกจากสารบบของทีม โค้ชบอกว่าเขาไม่มีพรสวรรค์มากพอที่จะได้สัญญญา จากนั้นวาร์ดี้ ใช้ชีวิตเป็นนักฟุตบอลเดินสาย รายได้แทบจะไม่พอยาไส้ ทำให้เขาต้องรับจ็อบทำงานอื่นๆควบคู่กันไปด้วย

เส้นทางฝันของวาร์ดี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแถมยังเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่เขาก็ยังอดทน เตะฟุตบอลที่รักเรื่อยมา จนปี 2010 ไปเข้าตา ฮาลิแฟ็กซ์ทาวน์ ทีมในระดับท้องถิ่น ดิวิชั่น 8 ตอนที่อายุ 23 และไต่เต้ามาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ฟลีทวู้ดทาวน์ ในดิวิชั่น 5 และได้กระโดดมาอยู่เลสเตอร์ ซิตี้  ตั้งแต่ปี 2012 สมัยที่นั้นยังจมปลักอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ  และอยู่กับทีมไม่เคยไปไหนจนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในที่สุดเมื่อ 3 ฤดูกาลก่อน

เลสเตอร์คือสโมสรที่เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของวาร์ดี้ เพราะชีวิตของเขาได้ลืมตาอ้าปาก จากรายได้ค่าเหนื่อยที่เพิ่มขึ้นก็จากทีมจิ้งจอกน้ำเงินนี่เอง และเขาก็ตอบแทนอู่ข้าวอู่น้ำของเขาด้วยการเลือกที่จะวางอนาคตไว้บนถิ่นคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต่อไป  แม้เมื่อเปรียบเทียบเรื่องค่าเหนื่อยแล้ว วาร์ดี้อาจจะได้น้อยกว่าความสามารถและผลงาน และได้น้อยกว่านักฟุตบอลที่อยู่สโมสรอื่น ๆ ก็ตาม…แต่นี่มันคือความภักดีสำนึกในบุญคุณ ซึ่งอาจจะหาได้ยาก ในโลกฟุตบอลทุกวันนี้ที่คุยกันด้วยตัวเลขการเงิน

วาร์ดี้ ทำสถิติกับเลสเตอร์ไว้มากมาย นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา กะซวกประตูให้ทีมไปแล้ว 89 ประตู สูงสุดเป็นอันดับ 10 ตลอดกาลของสโมสร แถมยังครองสถิติยิงในเกมลีกติดต่อกัน 11 เกม สมัยปี 2016 อีกด้วย

ปัจจุบัน เจมี่ วาร์ดี้ เริ่มเข้าสู่หลักวัยเลข 3 นำหน้าแล้ว หากมองเรื่องกายภาพ เมื่อถึงอายุ 31 ปี จุดนี้ต้องบอกว่าร่างกายเดินทางมาจนผ่านจุดที่ดีที่สุดไปแล้ว แต่เลสเตอร์ยังมอบสัญญาใหม่ เพื่อเป็นการตอบแทนสิ่งที่วาร์ดี้มอบสิ่งดี ๆ ให้เดอะฟ็อกส์ เสมอมา

โดยวาร์ดี้ ได้สัญญาใหม่เป็นเวลา 4 ปี แม้ไม่มีการเปิดเผยว่าเขารับค่าเหนื่อยเท่าใด แต่บรรดาสื่อกีฬาออนไลน์ต่างคาดการณ์อยู่ที่ ไม่น้อยกว่า 1.4 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์

อาจจะดูไม่มาก เมื่อไปเทียบกับนักเตะในทีมใหญ่อย่างเชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้ แต่จำนวนเงินระดับนี้ คือมูลค่าสูงสุดที่เลสเตอร์ไม่เคยจ่ายให้กับนักเตะคนใด

“ทุกๆคนคงทราบกันดีว่าผมรู้สึกอย่างไร เมื่อได้เล่นให้สโมสรแห่งนี้” เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าเลสเตอร์ซึ่งเคยนิยามการเล่นของตัวเองกับสโมสรแห่งนี้ว่าเป็นสุดยอดการผจญภัย เปิดใจ..

“ผมรู้สึกสุดยอดมาก ๆ ที่รู้ว่าจะได้สวมวิญญาณเป็นนักเตะเลสเตอร์ไปอีก 4 ปีข้างหน้า”

หากวาร์ดี้ อยู่กับทีมจนกระทั่งหมดสิ้นวันสุดท้ายของสัญญา ตอนนั้นเขาจะกลายเป็นกองหน้าสิงห์เฒ่าเจ้าเล่ห์อายุ 35 ปี และเมื่อถึงเวลานั้นฟอร์มการเล่นจะเปรี้ยงปร้างแบบช่วงนี้หรือเปล่า คงไม่มีใครตอบได้

แต่มันคงเป็นการยากแล้ว ที่เขาจะได้สัญญาใหม่อีกเมื่อถึงขวบวัยในจุดนั้น ดังนั้นสัญญาฉบับนี้ที่เขาเพิ่งเซ็นชื่อลงนามไปหมาด ๆ น่าจะเป็นสัญญา “ที่ดี” ฉบับสุดท้ายของเจมี่ วาร์ดี้แล้ว