มูลค่าที่สูญเสียไปในวิกฤติโควิด-19

9 April 2020
47 VIEWS

นอกจากผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนทั่วไปแล้ว การระบาดของโควิด-19 ยังส่งผลถึงภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก เป็นเหตุให้เศรษฐกิจชะลอตัว และหลายธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทัน ทุนไม่หนา หรือสายป่านยาวไม่พอ ก็มีอันต้องล้มหายตายจากไป ขณะที่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ก็หนีไม่พ้นการได้กำไรที่ลดลงหรือกลายเป็นขาดทุน ส่งผลให้มูลค่าโดยรวมของธุรกิจนั้น ๆ ลดลงไปด้วย และฟุตบอลก็เป็นหนึ่งในธุรกิจเช่นกัน ซึ่งพวกเขาก็กำลังต้องเผชิญหน้ากับปัญหานั้น

จากการประเมินของ Transfermarkt เว็บไซต์ประเมินมูลค่าและสถิติชื่อดังที่มีอายุกำลังเข้าสู่ขวบปีที่ 21 ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ในการประเมินมูลค่านักเตะที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า พรีเมียร์ลีก อาจจะสูญเสียมูลค่าในตัวเองไปกว่า 1.6 พันล้านปอนด์ หรือราว 65,000 ล้านบาท อันมีเหตุมาจากการระบาดของโควิด-19 ที่มีขึ้นในช่วงเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา

“ราคาหุ้นดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด” มัตธิอัส เซย์เดล ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์กล่าว “หลายสโมสรอาจจะเสี่ยงต่อการล้มละลาย ขณะที่แผนการในการซื้อขายจะหยุดชะงักลง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นหลายประการ”

Transfermarkt จะประเมินมูลค่าทั้งนักเตะจากหลายสิ่ง ได้แก่สถิติการเล่น รวมไปถึง อายุ, ระยะเวลาของสัญญา รวมไปถึงการย้ายทีมก่อนหน้านั้น จากนั้นพวกเขาจะมีการพูดคุยกันถึงรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะมาประเมินมูลค่านักเตะสักคนหนึ่ง

และเนื่องจาก วิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทำให้หลายลีกระงับการแข่งขัน ซึ่งส่งผลถึงความไม่แน่นอนต่อรายได้ของบรรดาทีมต่าง ๆ และนอกจากนั้นแล้ว สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ทั้งรายได้จากสปอนเซอร์ และ ค่าโฆษณาที่จะเข้ามาสู่สโมสรหลังจากนี้จะน้อยลงตามไป โดยนี่ยังไม่นับรวมกำลังซื้อของประชาชนที่ส่อแววย่ำแย่เหมือนสถานการณ์คลี่คลายเพราะปัญหาการขาดรายได้ระหว่างการกักตัว

ปัญหาทั้งหมดจะส่งผลถึงงบประมาณในการดึงผู้เล่นเข้าทีมของบรรดาทีมต่าง ๆ ซึ่งมีแนวโน้มว่า มูลค่านักเตะที่เกิดก่อนปี 1998 จะลดลงโดยเฉลี่ยราว 20% ขณะที่นักเตะที่เกิดหลังจากนั้นจะลดลงราว 10% เท่านั้น

นี่เป็นเพราะว่า ผู้เล่นอายุ 22 ปีหรือต่ำกว่านั้น โดยทั่วไปยังมีโอกาสที่จะพัฒนากลายมาเป็นตัวหลักของทีม รวมไปถึงสโมสรจะมองว่าพวกเขามีอายุการใช้งานได้อีกถึง 10 ปีถ้าหากสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าได้ ขณะที่ผู้เล่นอายุเกินนั้น พวกเขาจะพัฒนาได้ช้ากว่า และหยุดพัฒนาในที่สุด และอายุการใช้งานก็สั้นกว่า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าราคาของพวกเขาจะตกไปมากกว่ากลุ่มแรก

มีการคาดการณ์กันว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี จะเป็นทีมที่เสียหายมากที่สุดจากวิกฤติครั้งนี้ พวกเขาจะสูญเสียมูลค่าจากที่เป็นอยู่ไปถึง 225 ล้านปอนด์ หรือราว 9.1 พันล้านบาท โดย ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ปัจจุบันอายุ 25 ปี แม้จะยังครองตำแหน่งนักเตะที่มีมูลค่ามากที่สุดในพรีเมียร์ลีกอยู่ แต่มูลค่าของเขาก็ตกลงมาถึง 29 ล้านปอนด์ เหลือเพียงราว 115 ล้านปอนด์เท่านั้น

โดยรวมมูลค่าทีมของ “เรือใบสีฟ้า” ลดลงจากประมาณ 1.1 พันล้านปอนด์ หรือราว 44,700 ล้านบาท เหลือเพียง 917 ล้านปอนด์ หรือราว 37,260 ล้านบาทเท่านนั้น

ขณะที่จ่าฝูงในพรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล จะมีมูลค่าตกลงไปจากเดิมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 โดยมูลค่าของพวกเขาจะลดลงไป 205 ล้านปอนด์ หรือราว 8,330 ล้านบาท เนื่องจากผู้เล่นตัวหลักของพวกเขาล้วนแต่อายุเกินกว่า 22 ปีทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน หรือ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ก็ตาม

ขณะที่ นอริช ซิตี ทีมอันดับบ๊วยของพรีเมียร์ลีก กลายเป็นทีมที่ได้รับการประเมินว่ามูลค่าทีมของพวกเขาจะลดลงน้อยที่สุด โดยพวกเขาถูกประเมินว่าจะมีมูลค่าลดลง 21 ล้านปอนด์ หรือ 853 ล้านบาทเท่านั้น และจะมีมูลค่ารวมที่ราว 119 ล้านปอนด์ หรือราว 3.9 พันล้านบาท ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าผู้เล่นหลักหลายคนของพวกเขาเกิดในปี 1998 ทั้ง ท็อดด์ คานท์เวลล์, แม็กซ์ แอรอนส์, เบน ก็อดเฟรย์ และ จามาล ลูอิส

วิธีการคำนวณเช่นนี้ถูกเอาไปปรับใช้กับการประเมินลีกต่าง ๆ ทั่วโลก โดยทาง Transfermarkt เชื่อว่ามูลค่าที่สูญเสียไปของลีกทั้งโลกรวมกันน่าจะสูงถึง 9 พันล้านปอนด์ หรือราว 365,700 ล้านบาทเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์โดยการประเมินของ Transfermarkt และมันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ซึ่งแน่นอนว่า ตัวแปรสำคัญคือการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั่นหมายความว่า โอกาสที่มูลค่าของทีม และ นักเตะจะตกต่ำกว่านี้ก็มี ถ้าปัญหาการระบาดคราวนี้ยังยืดเยื้อและยาวนาน

โดย Transfermarkt ยังทำการสำรวจคนกว่า 300 คนจาก ธุรกิจฟุตบอลทั่วโลก โดยมีมากกว่า 70% ที่เชื่อว่า วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการซื้อขายนักเตะ

“การลดลง (ของค่าตัวในการย้ายทีมของนักเตะ) ทั่วโลกในปัจจุบัน เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นต่อสถานการณ์ทั่วไปซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่ธรรมดา ดังนั้นไม่สามารถจะบอกได้ว่าการลดลงนี้มันจะดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน” เซเดลกล่าวเสริม

“ในขณะนี้เป็นเรื่องยากทีเดียวที่จะคิดว่าค่าตัวนักเตะในการย้ายทีมจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมือนอดีตที่ผ่านมา ในเร็ววันนี้”