“คุณค่า” ที่เหนือกว่าทุก “เหตุผล”

“พ่อครับ ตอนพ่ออายุ 46 พ่อกำลังทำอะไร คิดอะไร และจากวันนั้นถึงวันนี้ (74 ปี) พ่อเจออะไรบ้างครับ?”

ผมยังไม่ได้ถามพ่อผมนะครับ แต่คิด และเตรียมจะถามอยู่ และให้ “บังเอิญ” ว่า อ่าน Daily Mail เจอพาดหัว “I’d like to ask Wenger if it’s worth it” ถามโดย เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ถึงอาร์เซน เวนเกอร์ เข้าให้

มันมีความคล้ายกันอยู่ และก็เหมือนที่ “พอร์ช” มองว่า สถานการณ์ของตัวเขาคล้ายกับกุนซือเวนเกอร์ และอาร์เซนอลนั่นแหละ

นั่นคือ เป็นทีมที่เล่นเกมรุก และมีนักเตะดาวรุ่งชั้นดีเติบโตขึ้นมาป้อนทีมใหญ่ แต่ขณะเดียวกันกำลังกระเสือกกระสนกับสถานะทางการเงินเพราะต้องใช้งบประมาณไปปรับปรุงสนาม

ตอนนั้นเป็น ไฮบิวรี่ สู่ เอมิเรตส์ สเตเดียม และตอนนี้ คือ นิว ไวท์ ฮาร์ทเลน ที่ทำให้อย่างน้อย ๆ แฟนบอลไก่ไม่ได้เห็นการซื้อเข้าเลยในซัมเมอร์ที่ผ่านมา และก็ไม่น่าจะมีในเดือนมกราคม ตลาดรอบ 2 นี้

“ถ้าหากมีโอกาส ผมอยากจะคุยกับเขา (เวนเกอร์) และถามว่า มันคุ้มค่าไหมกับสิ่งที่ได้ทำ (กับอาร์เซนอล) ผมไม่รู้ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร แต่ผมอยากจะถาม” พอร์ช กล่าว

กุนซืออาร์เจนไตน์ยังกล่าวด้วยว่า เวนเกอร์ ไม่ได้รับเครดิต และการเชิดชูเท่าที่ควรจาก 22 ปีในหน้าที่ แต่ในอีกมุมก็พูดว่า ตัวเองอยากจะมีโอกาสพาทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีก และเลือกได้เองว่า จะอยู่ หรือไป หรือจะทำหน้าที่กับสเปอร์สไปอีก 20 ปี หรือถึงจะไปตอนไหนก็ได้

ไม่ง่ายนะครับกับกุนซือวัย 46 ปีที่เดินทางมาถึง “ทางแยก” อีกครั้งหนึ่งของชีวิต

เหตุการณ์นับจากนี้ ผมคงไม่ “ลงลึก” ไปกว่านี้ เพราะเชื่อว่า หลายคนเข้าใจ และ “เห็นภาพ” ที่ผมต้องการจะสื่อผ่านโปเช็ตติโน่

วิธีการหนึ่งที่เป็น “รูปแบบ” ของชาวโลกในการหาข้อมูลตัดสินใจในช่วงต่าง ๆ ของชีวิตไม่ควรจะเป็นการถาม “หมอดู”

แต่คือ “ศึกษา” หรือขอคำ “ปรึกษา” จากผู้มีประสบการณ์ใกล้เคียงที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวเรื่องราวคล้าย ๆ กับเรา (ตอนนี้) มาก่อน

โปเช็ตติโน่ ใช้คำว่า ประสบการณ์เค้ามันสามารถ drew paralleled หรือเขียนให้มันขนานกันไปได้กับเวนเกอร์

คือมันไม่ได้เหมือนกันแบบเป็น “เส้นเดียวกัน” แต่ก็ไม่ได้ต่างกันแบบเป็น “เส้นตัดกัน” หรือเป็นเส้นที่ไปคนละทิศคนะทาง คนหนึ่งประตูน้ำ คนหนึ่งลำลูกกา

ทว่ามันมีความคล้ายที่สามารถ “ลากเส้น” ขนานไปด้วยกัน และอาจไปสู่จุดหมายปลายทางคล้าย ๆ กันได้

ตอนนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เดินทางมาแล้วเข้าปีที่ 5 กับสเปอร์ส และยังเหลือเวลาอีก 15 ปีจะครบ 20 ขวบ หรือ 17 ปีจะเทียบเท่าสถิติ อาร์เซน เวนเกอร์

คนที่พอร์ชเองก็มองว่า “ไม่ยุติธรรม” ที่มีบทจบแบบนั้นกับอาร์เซนอล

ยังครับ ยังไม่จบ…เพราะมันเหมือน “ภาพยนต์” ที่ก็มี twist หรือหักมุมได้เหมือนกัน

โดยหากผมจบบทความที่ประโยค “คนที่พอร์ชเองก็มองว่า “ไม่ยุติธรรม” ที่มีบทจบแบบนั้นกับอาร์เซนอล”

โลกเรามันคง “ง่ายดาย” และคงไม่มีปัญหาในหน้าที่การงาน หรือความรัก 3 เส้า

หรือปัจจุบันนี้ 4 เส้าสบาย ๆ อารมณ์ว่า คุณก็มีคนของคุณ ผมก็มีคนของผม เรายังจะมา “คบกัน”? สร้างตำนาน “ศึก 4 เส้า” มากกว่าคนยุคก่อนได้อย่างไร

การเมืองในที่ทำงานที่ “ร้อนแรง” พร้อมจะช่วงชิงจังหวะโอกาส หรือฆ่ากันตายเห็น ๆ กลางที่ประชุมที่ผมว่า “หลายคน” ต้องเคยเจอจากคนใกล้ตัว และทานข้าวกลางวันด้วยกันแท้ ๆ “แทง” เข้าให้

แต่ทำไม เรายังรัก?

เรายังไม่ลาออก?

เรายังทำในสิ่งที่ใครก็ห้าม!?

โปเช็ตติโน่ก็รู้ทั้งรู้ครับ แต่ยังทำ และยังจะไปถาม

และหากได้คำตอบก็อาจจะยังทำต่อไปกับสิ่งที่เจ้าตัวอาจประเมินแล้วว่ามี “คุณค่า” เหนือเหตุผลใด ๆ ในโลก

ผมเองก็อาจจะเช่นกันหลังได้ยินคำตอบจากคุณพ่อวัย 74 ปีของผม…



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Feature

10 ประเด็นเก็บตกพรีเมียร์ลีก-ลาลีกา สัปดาห์วันเด็ก

SPORTDesk. Team

พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูลยังคงยึดจ่าฝูงไว้ได้อย่างแม่นมั่น อย่างน้อยๆก็ยังทำคะแนนหนีแมนฯซิตี้ รองจ่าฝูงที่กำลังจะลงสนามค่ำคืนวันจันทร์, ขณะที่บิ๊กแมตช์ แมนฯยูไนเต็ด บุกชนะ สเปอร์ส ชนิดที่ต้องยกความดีความชอบให้กับดาบิด เด เคอา ไปเต็มๆที่เซฟอุตลุด , ขณะที่ ลาลีกา ลีโอเนล เมสซี่ ทำสถิติยิงประตูในเกมลีกทะลุ 400 ประตูเข้าให้แล้ว และยังมีอีกหลากหลายประเด็นให้ได้เก็บตกกัน

Thought

จากพ่อมดวงการเกมสู่การเป็น CEO หงส์แดง

ลูกแม่กิ่ง

เรื่องหนึ่งที่เป็นจุดเด่นมากๆของ FSG คือการเลือกใช้คนและเรื่องนี้มีส่วนสำคัญอย่างมากในการผลักดันให้สโมสรก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง และหนึ่งในขุนพลสำคัญของสโมสรในเวลานี้คือ CEO ที่ชื่อ ปีเตอร์ มัวร์

Thought

ปีทองหงส์ (แต่ยังไม่ได้แชมป์)

มาริโน่

ลิเวอร์พูล เริ่มต้นปี 2018 ในคืนฉลองศักราชใหม่ ด้วยการบุกชนะเบิร์นลี่ย์ 2-1 ที่เทิร์ฟ มัวร์ เข็มนาฬิกาขยับเข้าสู่นาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนเพิ่งถูกตีเสมอหมาด ๆ ไม่กี่อึดใจ หลังโดนบอมบ์ด้วยลูกครอสส์ด้านข้าง รักนาร์ คลาวาน แพ้ดวลโหม่งกับแซม โวคส์ ก่อนโยฮันน์ กุดมุนด์สสัน พุ่งมาโหม่งซ้ำที่เสาสอง