เกาหลีใต้- อุซเบกิสถาน : “ถูกที่” แต่ “ผิดเวลา”

25 August 2018
192 VIEWS

: เกาหลีใต้ และ อุซเบกิสถาน เจอกันในรอบรองชนะเลิศฟุตบอล AFC U-23  หรือฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน23 ปีชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดย อุซเบกิสถานเป็นฝ่ายเอาชนะเกาหลีใต้ไปได้ในช่วงต่อเวลา 120 นาที 4 ประตูต่อ 1 ก่อนจะเข้าไปคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

:  อุซเบกิสถาน เป็น 1ใน 2 ทีม ของรอบควอเตอร์ไฟนอลฟุตบอลเอเชี่ยนเกมส์ที่ยังไม่เสียประตูให้กับทีมใดเลย และเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนท์ที่ 13 ประตู

: อุซเบกิสถานใช้ผู้เล่น 16 คน จากชุดแชมป์ฟุตบอล AFC U-23  หรือฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน23 ปีชิงแชมป์เอเชียมาเล่นในเอเชี่ยนเกมส์หนนี้ ในขณะที่เกาหลีใต้มีผู้เล่นเพียงแค่ 5 คน จากชุดที่ใช้สู้ศึกฟุตบอลAFC U-23  หรือฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์เอเชีย ที่ได้มาเล่นในเอเชี่ยยนเกมส์หนนี้

: ฮวาง อุย โจ ยิงให้เกาหลีใต้ไปแล้ว 5 ประตู นำเป็นดาวซัลโวสูงสุด ตามมาด้วย ซาบิลิโก้ อูรินโบเยฟ ที่ 4 ประตู 

 

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่าสิ่งหนึ่งที่เดินเร็วเสียจนเราตามไม่ทันและไม่มีวันจะเดินย้อนกลับมาเลยคือเวลา 

รู้ตัวอีกทีฟุตบอลเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซียมันก็เดินมาถึงครึ่งทางของการแข่งขันกับรอบควอเตอร์ไฟนอลหรือ รอบ 8 ทีมสุดท้ายเข้าให้แล้ว

แน่นอนว่าเกมสำคัญในรอบนี้ถูกยกใหเป็นการเผชิญหน้ากันของทีมโสมขาวเกาหลีใต้ กับ  หมาป่าสีขาวอุซเบกิสถาน  ซึ่งทั้งสองทีมมีดีกรีของความเป็น แชมป์ติดตัวมาด้วยกันทั้งคู่

เกาหลีใต้ ในฐานะ แชมป์เก่าเอเชี่ยนเกมส์ กับ อุซเบกิสถาน แชมป์ฟุตบอล AFC U-23  หรือฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน23 ปีชิงแชมป์เอเชียทีมล่าสุด

แชมป์เก่าภายใต้การคุมทัพของ คิม ฮัก บัม ที่อุดมด้วยขุมกำลังดาวดังระดับโลกผู้โชกโชนบนเวทีลูกหนังยุโรปอย่าง ซน ฮึง มิน ,อี ซึง วู และ ฮวาง ฮี ชาน  พร้อมกับดาวซัลโซประจำทัวร์นาเมนท์ อย่าง ฮวาง อุย โจ ดาวยิงจากกัมบะ โอซาก้า 

แชมป์ฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์เอเชียทีมล่าสุด ภายใต้การคุมทัพของ ราฟชาน เคดารอฟ ที่ ทีมเวิร์คยอดเยี่ยม ด้วยผู้เล่นแกนหลักที่รู้ใจกันเพียงแค่มองตา จากการลงเล่นด้วยกันมาตั้งแต่ฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ชิงแชมป์โลก ที่นิวซีแลนด์ ต่อเนื่องถึงฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์เอเชีย รวมถึง บาลานซ์ทั้งเกมรุกและเกมรับที่แข็งแกร่ง โดยเกมรุกถล่มตาข่ายคู่ต่อสู้ได้มากสุด 13ประตู มี ซาบิลิโก้ อูรินโบเยฟ ที่ยิงประตูทุกนัดเป็นความหวัง และในเกมรับยังไม่มีใครเจาะตาข่ายพวกเขาได้เลยตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์

ทว่าความน่าสนใจของเกมคู่นี้ ไม่ได้อยู่เพียงแค่ ศักดิ์ศรีของความเป็นแชมป์ที่เปี่ยมล้น และ คุณภาพของทีมกับผู้เล่นเท่านั้น แต่มันยังเป็นการ ได้ รีแมทช์  กันอีกครั้ง หลังจากทั้งคู่เพิ่งจะพบกันมาในรอบรองชนะเลิศฟุตบอล AFC U-23  หรือฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน23 ปีชิงแชมป์เอเชีย

ในเกมดังกล่าวทีมหมาป่าสีขาวและทีมโสมขาวขับเคี่ยวกันอย่างสนุกสูสี  โดยอุซเบกิสถานเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนในครึ่งแรกจาก ซาบิลิโก้ อูรินโบเยฟ ดาวยิงตัวเก่งของทีม ก่อนที่ ฮวาง ฮยอน ซู จะมาตีเสมอให้เกาหลีใต้ได้ในครึ่งหลัง

แต่ในขณะที่กำลังห่ำหั่นกันอย่างดุเดือดจุดเปลี่ยนของเกมก็มาถึงโดยไม่คาดคิด เมื่อ จาง ยุน โฮ มิดฟิลด์ตัวเก่งของเกาหลีใต้ถูกเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ในจังหวะเข้าปะทะ 50-50 กับ โบติราลี เออร์กาเชฟ ผู้รักษาประตูของอุซเบกิสถาน

นั่นทำให้หลังจากนั้นทีมหมาป่าสีขาวจึงเป็นฝ่ายบุกขย้ำใส่อยู่ข้างเดียว ซึ่งถึงแม้ทีมโสมขาวจะต้านทานไว้ได้จนจบด้วยผลเสมอในเวลา 90 นาที ทว่าด้วยความที่ต้องเล่นด้วยคนที่น้อยกว่าทำให้ในท้ายที่สุดทีมโสมขาวก็ไม่สามารถต้านทานได้และพ่ายให้กับหมาป่าสีขาวไปอย่างหมดรูป4 – 1 ในช่วงต่อเวลา 120 นาที  ก่อนที่อุซเบกิสถานจะทะลุเข้าไปคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

ดังนั้นการได้โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งแบบทันทีทันใดในเกมนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทั้ง  2 ทีมจะได้วัดศักดิ์ศรีของความเป็นแชมป์รวมถึงเกาหลีใต้ยังได้ล้างแผลใจจากความปราชัยแบบหมดท่าในครั้งก่อน

กระนั้นแม้จะเป็นเกมแชมป์ชน แชมป์  ที่มาเจอกัน ถูกที่แต่มันก็ดูเหมือนจะผิดเวลาที่มาเจอกันเร็วเกินไปหน่อย

เพราะจากการแบ่งกลุ่มที่ออกมา ทั้ง 2 ทีม  ถูกคาดว่าด้วยศักยภาพแล้วจะได้เป็นแชมป์กลุ่มด้วยกันทั้งคู่ และหาก มาตามนัดคือได้แชมป์กลุ่มด้วยกันทั้งคู่ โอกาสที่พวกเขาจะได้เจอกันนั่นคือรอบชิงเหรียญทอง หรือรอบปลอบใจชิงเหรียญทองแดงเท่านั้น

ทว่าเป็นทางเกาหลีใต้ ที่เป็นฝ่าย บิดพลิ้วไม่มาตามนัดจากการโรเตชั่นนักเตะกว่าค่อนทีมไปแพ้มาเลเซียแบบพลิกความคาดหมาย2-1 นั่นจึงทำให้ทีมโสมขาวได้เพียงแค่รองแชมป์กลุ่ม และต้องโคจรมาพบกับอุซเบกิสถานในรอบนี้

อย่างไรก็ตามแม้ดูจะเหมือนผิดเวลาแต่เกมนี้ก็แทบไม่ต่างอะไรจากนัดชิงเหรียญทองของทั้ง2 ทีม เนื่องจากพวกเขาจะต้องทุ่มเทกับเกมนี้ประหนึ่งเป็นเกมนัดสุดท้าย 

เพราะสิ้นเสียงกรรมการเป่านกหวีดยาวจบเกมในสนาม…มันจะไม่มีที่ยืนให้สำหรับผู้แพ้

ส่วนใครจะเป็นผู้แพ้นั้น อีกไม่นานเกินรอเราก็จะได้ทราบกัน