WC2018 Day 28: Result, Stats & Fixture

12 July 2018
38 VIEWS

เราได้ 2 ทีมที่จะชิงชัยในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในคราวนี้แล้ว และได้อีก 2 ทีมที่จะมาชิงอันดับที่ 3 กันแล้วเช่นกัน ส่วนถ้าใครยังไม่รู้ว่าเป็นทีมไหน หรือ อยากทราบว่าวันนี้เรามีสถิติอะไรมาฝากกันบ้าง คลิกอ่านได้เลยครับ

 

 

– อังกฤษ ได้ประตูจากลูกเชตพีช ไปแล้ว 9 ลูกในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เป็นทีมที่ได้ประตูจากลูกนิ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก ปี 1966 แซงหน้าโปรตุเกส ในปีนั้น ที่ทำได้ 8 ลูกได้สำเร็จ

– คีแรน ทริปเปียร์ เป็นนักเตะอังกฤษคนที่ 2 ที่ทำประตูจากฟรีคิกโดยตรงได้ในฟุตบอลโลก ต่อจาก เดวิด เบ็คแฮม ที่ยิงได้ ในปี 1998 และ 2006

– ประตูนี้ ของทริปเปียร์ ยังเป็นโอกาสแรกในเกมอีกด้ว

– ประตูของ ทริปเปียร์ เกิดขึ้นในนาทีที่ 4:44 ถือเป็นประตูที่เร็วที่สุดในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ประตูของ โยฮัน นีสเก้นส์ ในนาทีที่ 1:26 เกมกับ เยอรมนี ปี 1974

– จากประตูของ ทริปเปียร์ ทำให้อังกฤษ ยิงไปแล้ว 12 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ มากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งเดียวที่อังกฤษเคยทำได้ด้วย

– อังกฤษ เป็นทีมที่ 2 ต่อจาก อิตาลี ในปี 1990 ที่นำในครึ่งแรกของรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่สุดท้ายต้องมาพ่ายแพ้ไป

– อีวาน เปริซิช ยิงประตูในฟุตบอลโลกให้โครเอเชียไปแล้ว 4 ประตู มีเพียง ดาวอร์ ซูเคอร์ ตำนานทีมชาติที่ทำไว้ 6 ประตูเท่านั้น ที่ยิงมากกว่าเขาในฟุตบอลโล

– เปริซิซ ยังเป็นนักเตะโครเอเชียคนเดียว ที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลกต่างครั้งกันด้วย โดยเขายิงทั้งในฟุตบอลโลก 2014 และ 2018

– อังกฤษ ต้องตกรอบ 4 จาก 5 ครั้งที่มาเล่นในรอบรองชนะเลิศ ของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ระดับชาติ โดยครั้งเดียวที่ผ่านเข้าชิงได้คือในฟุตบอลโลกปี 1966 และหลังจากนั้น 4 ครั้ง ร่วงเรียบ ได้แก่ ยูโร 1968 แพ้ ยูโกสลาเวีย, ฟุตบอลโลก 1990 แพ้ เยอรมนี, ยูโร 1996 แพ้ เยอรมนี และ ฟุตบอลโลก 2018 แพ้ โครเอเชีย

– ประตูของ มาริโอ มานด์ซูคิช ในนาทีที่ 108:03 เป็นประตูที่เลทที่สุด ของโครเอเชียในฟุตบอลโลก และมันยังเป็นการเสียประตูที่เลทที่สุดของอังกฤษในฟุตบอลโลกอีกด้วย

– อังกฤษ ยิงเข้ากรอบไปครั้งเดียวตลอดเกม คือจังหวะได้ประตูของ คีแรน ทริปเปียร์ หลังจากนั้นอีก 7 ครั้งไม่มีจังหวะไหนตรงกรอบเลย

– โครเอเชีย คือทีมแรก นับตั้งแต่ฝรั่งเศสในปี 1998 ที่โดนยิงนำไปก่อน แล้วเอาชนะเกมในรอบรองชนะเลิศได้

– อินเตอร์ มิลาน และ บาเยิร์น มิวนิค จะต้องมีนักเตะอย่างน้อย 1 คน อยู่ในทีมที่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเสมอ นับตั้งแต่ปี 1982 โดยในครั้งนี้ อินเตอร์ มี อีวาน เปริซิซ กับ มาร์เซโล โบรโซวิช ส่วนบาเยิร์นมี โกร็องแต็ง โตลิสโซ

 

 

คู่ชิงชนะเลิศ ก็ตามนี้เลย ฝรั่งเศษ พบ โครเอเชีย ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 ก็เป็น เบลเยียม พบ อังกฤษ