WC2018 Day 23: Result, Fixture & Broadcast

เราได้ 2 ทีมแรก จาก 4 ทีม ในรอบรองชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว โดยคืนนี้ จะได้อีก 2 ทีมอย่างครบถ้วน ส่วนถ้าใครยังไม่รู้ หรือ อยากทราบว่าวันนี้เรามีสถิติอะไรมาฝากกันบ้าง คลิกอ่านได้เลยครับ

 

 

– ลางบอกเหตุของทีมชาติอุรุกวัย มาตั้งแต่ต้นเกม เมื่อ เอดินสัน คาวานี่ กับ หลุยส์ ซัวเรซ ไม่ได้ลงเล่นด้วยกันแล้ว เขาไม่ได้ลงเล่นด้วยกันครั้งสุดท้ายเมื่อ มีนาคม 2017 แล้วเกมนั้นพวกเขาก็แพ้บราซิล 1-4 ด้วยนะครับ

– อุรุกวัย เพิ่งแพ้ ฝรั่งเศสเป็นครั้งที่ 2 ในการเจอกัน 9 ครั้งหลังสุด โดยชนะ 3 เสมอ 4 ในอีก 7 นัดที่เหลือ

– อุรุกวัย ไม่เคยชนะในฟุตบอลโลกใน 16 เกมหลัง ถ้าโดนยิงนำไปก่อน โดยมีสถิติ เสมอ 3 แพ้ 13 นับตั้งแต่เอาชนะ ฝรั่งเศส 2-1 ในปี 1966

– ราฟาเอล วาราน ยิงประตูที่ 3 ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส โดยนี่เป็นประตูแรกของเขาตั้งแต่ปี 2015 ในเกมกับบราซิล

– อองตวน กรีซมันน์ ทำไปแล้ว 7 ประตู จากการลงสนาม 6 นัด ในรอบน็อคเอาต์ของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติ

– กรีซมันน์ ยังเป็นนักเตะฝรั่งเศสคนแรก ที่ทั้งยิง และ จ่าย ได้ในฟุตบอลโลกรอบน็อคเอาต์ นัดเดียวกับ นับตั้งแต่ ปาทริช วิเอร่า ทำไว้ในปี 2006

– ปอล ป็อกบา ชนะการดวลตัวๆ กับผู้เล่น อุรุกวัย 14 ครั้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ผู้เล่นฝรั่งเศส ในรอบน็อคเอาต์

– ฝรั่งเศส เป็นเพียงทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่สามารถเอาชนะทีมจากอเมริกาใต้ได้ 3 ทีมในฟุตบอลโลกครั้งเดียว นับตั้งแต่ เนเธอร์แลนด์ปี 1974

– หลุยส์ ซัวเรซ ไม่สามารถสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของทีมคู่แข่งได้เป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก

– พี่เหยิน ของเรายังไม่สามารถมารถยิงได้เลยสักครั้งในเกมนี้ ซึ่งเป็นหนที่ 2 ในฟุตบอลโลกด้วย โดยครั้งแรก เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2010 โดยเป็นเกมกับฝรั่งเศสนี่แหละ

– ฝรั่งเศส เข้ารอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้เป็นครั้งที่ 6 มีเพียงแค่ เยอรมนี 12 ครั้ง, บราซิล 8 ครั้ง และ อิตาลี 7 ครั้ง ที่ทำได้ดีกว่าพวกเขา

– ทุกครั้งที่ฝรั่งเศสยิงประตูตรงกรอบ จะกลายเป็นประตูมา 6 ครั้งติดต่อกันแล้ว ซึ่งยาวนานที่สุด นับตั้งแต่ บราซิล ปี 1972

—————–

– จากชัยชนะเหนือบราซิล ทำให้ เบลเยียม ไร้พ่ายติดต่อกันเป็นเกมที่ 24 ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมแล้ว

– การทำประตูตัวเองของ แฟร์นานดินโญ่ เป็นเพียงการทำเข้าประตูตัวเองครั้งที่ 2 เท่านั้นในฟุตบอลโลก ต่อจาก มาร์เซโล่ ที่ทำประตูตัวเองในปี 2014 เกมกับโครเอเชีย

– ถ้าไม่นับการทำเข้าประตูตัวเองแล้ว เควิน เดอ บรอยน์ กลายเป็นนักเตะคนที่ 100 ที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก 2018 คราวนี้

– 6 จาก 7 ประตูหลังของเบลเยียมที่มาจากนอกกรอบเขตโทษ เป็นฝีมือของ เควิน เดอ บรอยน์

– เป็นที่น่าเหลือเชื่อว่า ไม่มีทีมชาติใดเลย ที่ตามหลัง 2 ประตูก่อนหมดครึ่งแล้วพลิกกลับมาชนะในฟุตบอลโลกได้ โดยสถิติที่ผ่านมา แพ้ 126 ครั้ง และเสมอ 5 ครั้ง รวมเกมนี้แล้ว

– นี่เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ที่ บราซิล ต้องตกรอบเพราะแพ้ทีมจากยุโรป ตั้งแต่ปี 2006

– เบลเยียม มีคนทำประตูได้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปแล้ว 9 คน ไม่รวมการทำเข้าประตูตัวเองของทีมคู่แข่ง ซึ่งมากที่สุด เป็นอันดับ 2 ในฟุตบอลโลก เป็นรองเพียง อิตาลี ปี 2006 และ ฝรั่งเศส ปี 1982 ที่ทำไว้ 10 คนเท่านั้น

– เอเด็ง ฮาซาร์ กระชากบอลผ่านผู้เล่นบราซิลได้ทั้ง 10 ครั้ง ที่เขาพยายามทำ ซึ่งเป็นการกระชากบอลสำเร็จคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ มากที่สุด 100% เต็ม คนแรก นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติในปี 1966

– โรเมลู ลูกากู มีส่วนร่วมกับ 6 ประตู ใน 6 เกมหลัง ของเบลเยียม ในฟุตบอลโลก จากการ ยิง 5 จ่าย 1

– บราซิล มีโอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของ เบลเยียม 52 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุด นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมาในปี 1966

– ไม่มีทีมจากอเมริกาใต้ ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 5 ต่อจาก ฟุตบอลโลก 1934, 1966, 1982 และ 2006

 

 

คืนนี้ สองคู่สายล่าง

– สวีเดน พบ ฝรั่งเศส 21:00
– รัสเซีย พบ โครเอเชีย 01:00

 

 

รอบรองชนะเลิศสายบน ก็ตามนี้ ฝรั่งเศส พบ เบลเยียน ส่วนสายล่าง คืนนี้ รู้กัน



RELATED POSTS

Thought

“มันเหมือนเกมนัดชิงชนะเลิศของเรา หากแพ้ ทุกอย่างแทบจบ!” – เป๊ป กวาร์ดิโอลา

ไข่มุกดำ

จากประโยคข้างต้น และผลงานเป็นที่ “ประจักษ์” แก่สายตาของคอบอลทั่วโลกทำให้ได้ “ข้อสรุป” ว่า หากวันใดนักเตะระดับโลกค่าตัว 11 คนแรกเกมปะทะลิเวอร์พูล เมื่อ 3 ม.ค.ที่ผ่านมารวมกันแตะ 700 ล้านปอนด์ ทุ่มเท และเล่นเต็ม 100% เมื่อใด

Thought

(หลาย) สิ่งที่น่าจับตาลีกยุโรปสุดสัปดาห์นี้

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลลีกใหญ่ยุโรปกำลังจะเปิดฉากเกือบหมดแล้ว พรีเมียร์ลีกอังกฤษออกตัวไปก่อนตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สุดสัปดาห์นี้กัลโช่ เซเรีย อา และ ลาลีกากำลังจะเปิดฉากตามมาติดๆ เราจึงขอรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจในลีกใหญ่ๆในยุโรปไว้ที่นี่

Story

เก็บตกจับสลากแชมเปี้ยนส์ลีก-โรนัลโด้เจอทีมเก่า

SPORTDesk. Team

ค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่มีข่าวใด ๆ ในวงการฟุตบอลจะได้รับความสนใจไปมากกว่า ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2018-2019 สื่อผู้ดีอังกฤษย่อมให้ความสนใจตัวแทนจากประเทศตัวเอง และหาข่าวมาพาดหัว ขณะที่สื่อประเทศอื่นๆ ย่อมสนใจสมาชิกตัวแทนจากลีกของตัวเองที่มาเข้าร่วมศึกชิงเจ้าสโมสรยุโรปในครั้งนี้