WC2018 Day 18: Result, Fixture, Table & Broadcast

2 July 2018
46 VIEWS

ครึ่งทางของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราได้ 4 จาก 8 ทีม ในรอบต่อไปแล้ว ส่วนเกมเมื่อคืน ใครดูบอลก็บอกได้เลยว่า เกือบเช้า ใครไม่ดู ก็มากดดูผล และ สถิติต่างๆ ตรงนี้เลย

 

 

– ก่อนหน้าความพ่ายแพ้ในการดวลลูกที่จุดโทษในนัดนี้ สเปน ยิง รัสเซีย มาทั้งสิ้น 10 ลูก ในสามเกมหลังสุดที่เจอกัน 7 ประตู ใน 2 เกมของยูโร 2008 และ อีก 3 ในเกมอุ่นเครื่องเดือนพฤศจิกายน 2017

– สเปน ยิงประตูได้เป็นนัดที่ 23 ติดต่อกัน แม้จะต้องตกรอบไป โดยรวมทั้ง 23 นัด ทำรวม 67 ประตู เป็นสถิติยาวนานที่สุด

– หลังจากที่โดนดร็อป ในเกมพบฮอนดูรัส วันที่ 20 มิถุนายน 2010 นี่เป็นครั้งแรก หลังจาก 21 นัดรวดหลังจากนั้น ที่ อันเดรียส อิเนียสต้า โดนดร็อปอีกครั้ง

– เซอร์เก อิ๊กนาเชวิช เป็นนักเตะที่อายุมากที่สุด ที่ทำประตูตัวเอง ด้วยวัย 38 ปี 352 วัน

– รัสเซีย เป็นทีมแรกต่อจาก บัลแกเรีย ปี 1966 ที่ทำประตูตัวเองได้มากกว่า 1 ลูก ในฟุตบอลโลกครั้งเดียวกัน…ควรดีใจไหม?

– จากการทำเข้าประตูตัวเองของ อิ๊กนาเชวิช กลายเป็นประตูที่ 56 ที่เกิดจากลูกตั้งเตะ ในฟุตบอลโลกคราวนี้ มากสุดเทียบเท่าฟุตบอลโลก 2002 ที่ 56 ลูกเท่ากัน แต่ ฟุตบอลโลกคราวนี้ ยังไม่จบ!!!

– สเปน มีโอกาสยิงใส่ รัสเซียครั้งแรก ในนาทีที่ 45 ของเกมจาก อิสโก้

– เกราร์ด ปีเก้ ทำเสียลูกที่จุดโทษในฟุตบอลโลกคราวนี้ไปแล้ว 2 ครั้ง มากที่สุดกว่าผู้เล่นสเปนคนใดในฟุตบอลโลกครั้งหนึ่งๆ นับตั้งแต่ปี 1966

– อาร์เต็ม ซูบา มีส่วนร่วม 4 จาก 7 ประตูของรัสเซีย ที่เกิดขึ้นในฟุตบอลโลก จากการยิง 3 และ แอสซิสต์ 1

– ต่อให้รวมการยิงจุดโทษเข้าไปแล้ว ดาบิด เด เกอา ก็ทำไปแค่ 1 เชฟ จาก 4 เกมในฟุตบอลโลกคราวนี้เท่านั้น

– รัสเซียเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการเปลี่ยนผู้เล่นคนที่ 4 ในเกมเดียวกัน ช่วงต่อเวลาตามกฎใหม่ในฟุตบอลโลก

– สเปน เป็นทีมแรก ที่มีการจ่ายบอลเกิน 1000 ครั้ง ในแมตช์การแข่งขันเดียวในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่มีการเริ่มบันทึกสถิติในปี 1966

– รัสเซียจ่ายบอลสำเร็จไป 191 ครั้งตลอดทั้งเกม 120 นาที แต่เอาชนะ สเปน ที่จ่ายบอลสำเร็จไป 1006 ครั้งตลอดเกม ซึ่งเป็นการจ่ายบอลสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก นับแต่มีการบันทึกสถิติครั้งแรกในปี 1966 ด้วย

– รัสเซียเป็นทีมแรก ที่ไม่มีโอกาสทำประตูเลยในช่วงต่อเวลาพิเศษ นับตั้งแต่ อิตาลี ที่พบฝรั่งเศส ในรอบชิงชนะเลิศปี 2006

– ประเทศเจ้าภาพทำสถิติยิงจุดโทษชนะในฟุตบอลโลก 5 ครั้งหลังสุดที่ต้องมีการตัดสินด้วยการยิงลูกจุดโทษ นับตั้งแต่ ฝรั่งเศส ปี 1998, เกาหลีใต้ ปี 2002, เยอรมนี ปี 2006, บราซิล ปี 2014 และ รัสเซีย ในปีนี้

 

 

– ชัยชนะ 3 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่มของโครเอเชีย เป็นชัยชนะติดต่อกันเยอะที่สุดในฟุตบอลโลกแล้ว

– ประตูของ มาธิอัส จอร์เกนเซ่น ในวินาทีที่ 57 ถือเป็นประตูที่เร็วที่สุดในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ที่ คลินท์ เดมป์ซี่ย์ ยิงใส่กาน่า ในวินาทีที่ 29 ของฟุตบอลโลก 2014

– เดนมาร์ก เป็นทีมที่ 13 ติดต่อกัน ในฟุตบอลโลก ที่ทำประตูได้ในนาทีแรก และ ไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้จนจบเกม

– เกม โครเอเชีย กับ เดนมาร์ก เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่ทั้ง 2 ทีม ยิงประตูได้ภายใน 4 นาทีแรกของการแข่งขัน ต่อจาก อาร์เจนตินา กับ ไนจีเรีย ในปี 2014

– และ การยิงประตู 2 ลูก จาก 2 ฝ่าย ใน 4 นาทีแรกของเกมครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 เท่านั้น ในฟุตบอลโลก

– ในวันที่ 1 กรกฎาคม มีการต่อเวลาพิเศษออกไปทั้งสิ้น 6 ครั้ง ถ้ามีฟุตบอลโลกแข่งในวันนี้ มากที่สุดกว่าวันอื่นใดๆ

– การยิงจุดโทษ ระหว่างโครเอเชีย และ เดนมาร์ก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ที่มีการเชฟประตูกันได้ถึง 5 ครั้ง

– แดเนียล ซูบาซิช เป็นผู้รักษาประตูคนที่ 2 เท่านั้น ที่ เชฟจุดโทษได้ 3 ครั้ง ในการดวลลูกที่จุดโทษในฟุตบอลโลก โดยคนแรกคือ ริคาร์โด้ ทีมชาติโปรตุเกส ในเกมพบอังกฤษ ปี 2006

– โครเอเชีย ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1998 โดยครั้งนั้น พวกเขาจบอันดับที่ 3

– นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 เท่านั้น ในฟุตบอลโลก ที่มีการตัดสินกันด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ ในวันเดียวกันถึง 2 คู่ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน 1986 โดยคู่ ฝรั่งเศส กับ บราซิล และ คู่ เม็กซิโก พบ เยอรมนี

 

 

นอกจาก อุรุกวัย ที่เข้าไปชนกับ ฝรั่งเศส ที่กลายเป็นคู่ใหญ่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ผลของเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ทำให้ รัสเซีย เข้าไปชนกับ โครเอเชีย เป็นคู่ต่อมาด้วย

 

 

คืนนี้มี 2 คู่ ผู้ชนะ มาเจอกันเหมือนเดิม คู่แรก 3 ทุ่ม บราซิล เจอ เม็กซิโก

 

 

คู่ที่ 2 ตี 1 อาจจะดูห่างชั้นกันสักหน่อย ที่ ตัวเต็งอย่างเบลเยียม ต้องมาเจอมวยรองอย่าง ญี่ปุ่น แต่บอลโลกครั้งนี้ ทีมเต็ง ร่วงกันไปเยอะแล้วนะ…