WC2018 Day 17: Result, Fixture, Table & Broadcast

1 July 2018
31 VIEWS

เปิดฉากรอบ 16 ทีมสุดท้ายวันแรก เราก็ต้องเสียทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ ออกไปจากทัวร์นาเมนต์แล้ว ส่วนรายละเอียดจะเป็นไง อ่านกันได้เลยครับ

 

 

– ดิดิเย่ร์ เดส์ช็อมป์ส สร้างสถิติใหม่ในการคุมทีมชาติฝรั่งเศส นัดที่ 80 ในเกมนี้ แซงหน้า เรย์มองด์ โดเมเน็ค เจ้าของสถิติเดิมที่ 79 นัดไปเรียบร้อย

– ตั้งแต่เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายให้เข้าในปี 1986 ฝรั่งเศส ไม่เคยตกรอบนี้เลยถ้าเข้ามาถึง และพวกเขารักษาสถิตินี้ต่อไปไว้ได้สำเร็จ

– ฆอร์เก้ ซามเปาลี คุมทีมชาติอาร์เจนตินามา 15 นัด จัดตัวไม่เหมือนกันสักนัด

– อองตวน กรีซมันน์ ยิงไปแล้ว 6 ประตู จาก 5 นัดในรอบน็อคเอาต์ ในฟุตบอลระดับชาติทัวร์นาเมนต์ใหญ่ (ยูโร+ฟุตบอลโลก)

– กรีซมันน์ ยังเป็นนักเตะคนแรก หลังจาก ซีเนดีน ซีดาน ที่ยิงลูกที่จุดโทษเข้า 2 ลูกขึ้น ในฟุตบอลโลกครั้งเดียวกันด้วย

– ฝรั่งเศส ไม่แพ้ใคร 19 นัดติดไปแล้ว ถ้ากรีซมันน์ ทำประตูได้ โดยมีสถิติ ชนะ 17 เสมอ 2

– อาร์เจนตินา ไม่เคยเสียประตูจากลูกที่จุดโทษ นับตั้งแต่เสียให้อังกฤษในปี 1998 จนมาเสียให้ฝรั่งเศสในเกมนี

– อังเคล ดิ มาเรีย ยิงประตูได้รวม 2 ลูกในฟุตบอลโลก โดยทั้ง 2 ลูก ยิงในรอบ 16 ทีมสุดท้ายทั้งคู่ (อีกลูก ในรอบนี้ ปี 2014 กับสวิตเซอร์แลนด์)

– ประตูของดิมาเรีย ระยะ 30.2 หลา ไกลที่สุดที่มีมาในฟุตบอลโลกคราวนี้

– นอกจากนี้ ประตูนี้ของ ดิ มาเรีย ยังเป็นประตูแรกที่ฝรั่งเศสเสียจากการเล่น โอเพ่น เพลย์ จากนอกกรอบเขตโทษ นับตั้งแต่ปี 1986 ด้วย

– เมสซี่ เป็นผู้เล่นคนเดียว ที่ทำแอสซิสต์ได้ในฟุตบอลโลก 4 ครั้งหลัง

– แบงจาแม็ง ปาวาร์ ยิงประตูแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จในเกมนี้ หลังลงสนามให้ “ตราไก่” ไปแล้ว 9 นัด

– นี่เป็นครั้งแรกในรอบน็อคเอาต์ นับตั้งแต่เกมที่ เนเธอร์แลนด์ พบ อุรุกวัย ในปี 2010 ที่มีประตูจากนอกกรอบเขตโทษ มากกว่า 1 ลูกด้วย

– คีเลียน เอ็มบัปเป้ เป็นดาวรุ่งอายุไม่เกิน 20 คนแรกนับตั้งแต่ ไมเคิ่ล โอเว่น ในปี 1998 ที่ยิงได้ 2 ประตู ในฟุตบอลโลก 1 ทัวร์นาเมนต์

– เอ็มบัปเป้ ยังเป็น ดาวรุ่งอายุไม่เกิน 20 คนแรกที่ยิง 2 ประตูในเกมเดียว นับตั้งแต่ เปเล่ ยิงใส่ สวีเดน ในปี 1958

– นอกจากนี้ เอ็มบัปเป้ ยังเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 4 ที่ยิงได้ในฟุตบอลโลกรอบน็อคเอาต์ ต่อจาก เปเล่, ไมเคิ่ล โอเว่น และจูเลียน กรีน ด้วย

– เท่านั้น ยังไม่พอ เอ็มบัปเป้ กระชากบอลใส่ผู้เล่นอาร์เจนตินา สำเร็จ 7 ครั้ง ในเกมนี้ โดยคนสุดท้ายที่ทำแบบนี้ได้คือ ซีเนดีน ซีดาน ปี 2006 ใส่ทีมชาติบราซิล

– ปอล ป็อกบา เก็บบอลทั้งเกมได้รวม 10 ครั้ง มากกว่านักเตะคนอื่นในทีมอย่างน้อย 2 ครั้ง

– การลงสนามของ ฟลอเรียน ธูแวง ในเกมนี้ ทำให้มีผู้เล่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตูคนเดียว ที่ยังไม่ได้ลงสนามให้ฝรั่งเศส คือ อาดิล รามี่

– ลิโอเนล เมสซี่ เป็นนักเตะ อาร์เจนตินา คนแรก ที่ ทำ 2 แอสซิสต์ ในแมตช์เดียว นับตั้งแต่ ดิเอโก้ มาราโดนา ทำใส่เกาหลีใต้ ในปี 1986

– นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ที่ อาร์เจนตินา ยิงได้ 3 ลูกขึ้นไป แล้วแพ้ในการแข่งขัน จากทั้งหมด 430 เกมที่ถูกบันทึกสถิติมา

– ฝรั่งเศส เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกได้ 2 ครั้งติดต่อกัน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นเป็นแมตช์ที่ 38 ในการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติทัวร์นาเมนต์ใหญ่เทียบเท่า บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ไม่มีใครเล่นฟุตบอลยูโร และ ฟุตบอลโลกรวมกัน มากกว่านี้อีกแล้ว

– หลุยส์ ซัวเรซ แอสซิสต์ให้ เอดินสัน คาวานี่ 12 ครั้ง จากทั้งหมด 44 ประตู ที่ “เอล มาทาดอร์” ทำให้กับทีมชาติอุรุกวัย คิดเป็น 27% ของประตูทั้งหมดที่เขาทำได้

– นับตั้งแต่ปี 1966 มา มีเพียง เกอร์เซกอร์ ลาโต คู่กับ อันเดอร์เซจ์ สซาร์มัช และ มิชาเอล บัลลัค คู่กับ มิโรสลาฟ โคลเซ่น ที่จ่ายให้กันทำประตูมากกว่า คู่ของ หลุยส์ ซัวเรซ กับ เอดินสัน คาวานี่ ในฟุตบอลโลก โดย 2 คู่แรกทำได้ 5 ครั้ง ส่วน คู่จากอุรุกวัย ทำไปแล้ว 4 ครั้ง

– นอกจากนี้ ประตูของ คาวานี่ ในนาทีที่ 6:45 นี้ ยังเร็วที่สุดของทีมชาติอุรุกวัยในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ที่ อันโตนิโอ อัลซาเมนดี้ ยิงใส่เยอรมนี ในปี 1986 ด้วย

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สัมผัสบอล 24 ครั้งในครึ่งแรก แต่ไม่มีครั้งไหนเลย ที่สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของงคู่แข่ง

– เปเป้ ยิงประตูแรกของเขาในฟุตบอลโลก และยังเป็นนักเตะที่อายุมากที่สุด ที่ทำประตูในฟุตบอลโลกให้กับโปรตุเกสในฟุตบอลโลกด้วย ในวัย 35 ปี 124 วัน

– ประตูของเปเป้ หยุดสถิติไม่เสียประตูให้ใครแม้แต่ลูกเดียวของอุรุกวัยลงได้สำเร็จที่ 597 นาที โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาโดนยิง ต้องย้อนไปในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017

– นับตั้งแต่ปี 1954 เป็นต้นมา มีผู้เล่นแค่ 2 คน ที่ยิงประตู 2 ลูกในเกมรอบน็อคเอาต์ฟุตบอลโลกให้ทีมชาติอุรุกวัยได้ คือ หลุยส์ ซัวเรซ ในปี 2010 และ เอดินสัน คาวานี่ ในเกมนี้

– วันนี้ มีการยิงกันไปรวม 10 ประตู เป็นจำนวนประตูที่มากที่สุดในการเล่นรอบน็อคเอาต์ วันเดียวรวมกัน นับตั้งแต่รอบรองชนะเลิศปี 1970 ที่มีประตูรวมถึง 11 ประตู

– 50% ของประตูที่เกิดขึ้นในวันนี้ มาจากนักเตะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (คาวานี่ 2, เอ็มบัปเป้ 2 และ ดิมาเรีย 1)

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีโอกาสยิงประตูรวมกันในเกมนี้ 6 ครั้ง (เข้ากรอบ 1 ครั้ง) มากกว่าทั้งทีมของอุรุกวัยรวมกันอยู่ 1 ครั้ง

– ทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ ยังไม่มีใครยิงประตูในรอบน็อคเอาต์ของฟุตบอลโลกได้เลย โดยโรนัลโด้ ลงเล่นไป 6 เกม ยิง 25 ครั้ง รวม 514 นาที ส่วน เมสซี่ ลงเล่น 8 เกม ยิง 23 ครั้ง รวม 756 นาที

 

 

รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่แรก ออกมาแล้วนะครับ อุรกุวัย พบ อาร์เจนตินา

 

 

คืนนี้ คู่แรก 3 ทุ่ม เจ้าภาพ รัสเซีย พบ แชมป์โลกปี 2010 สเปน

 

 

คู่ที่ 2 เวลา 01:00 โครเอเชีบ พบ เดนมาร์ก