WC2018 Day 14: Result, Fixture, Table & Broadcast

28 June 2018
31 VIEWS

12 จาก 16 ทีมเข้าไปยืนรอในรอบน็อคเอาต์ เรียบร้อยแล้ว ขาดอีกแค่ 4 ทีมในคืนนี้เท่านั้น ส่วนเมื่อคืน 4 ทีมที่เข้ารอบมา มีใคร สถิติเป็นอย่างไร ไปเช็คกันได้เลย!!!

 

 

– เยอรมนี หยุดสถิติชนะรวดเมื่อเจอทีมจากเอเชีย ไว้ที่ 5 แมตช์ติด ด้วยการพ่ายต่อเกาหลีใต้ 0-2 เมื่อคืนนี้

– เยอรมนี ไม่ได้นำใครเลยในรอบแบ่งกลุ่มหลังจบครึ่งแรก โดยครั้งสุดท้ายที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นต้องย้อนไปในรอบแบ่งกลุ่มบอลโลก 1986 เลยทีเดียว

– นี่เป็นเพียงครั้งที่ 2 ที่ทีมชาติเยอรมนี ถูกเขี่ยตกรอบแรกในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1938

– โธมัส มุลเลอร์ โดนจับเป็นตัวสำรองในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกหลังจากสตาร์ตให้เยอรมนีมา 15 เกมติด

– จู เซ จัง จ่ายบอลสำเร็จแค่ 5 ครั้งเท่านั้น หลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงมาในนาที 69 แต่ หนึ่งในนั้น คือการแอสซิสต์ประตูที่ 2 ให้กับทีม

– เกาหลีใต้ เอาชนะ เยอรมนี ด้วยการครองบอลทั้งเกมเพียง 26% น้อยที่สุดในบรรดาทีมทั้งหมดที่เก็บชัยชนะในฟุตบอลโลกได้ นับตั้งแต่ปี 1966

– เยอรมนี เป็นแชมป์เก่าชาติที่ 3 ต่อจาก อิตาลี ในปี 2010 และ สเปน ปี 2014 ที่ถูกเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก

– 4 จาก 5 แชมป์เก่าล่าสุด มีเพียง บราซิลปี 2006 เท่านั้น ที่รอดจากการตกรอบแรก ส่วนอีก 4 ทีมยักษ์ใหญ่จากยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส 2002, อิตาลี 2010, สเปน 2014 และ เยอรมนี 2018 ร่วงรอบแรกเกลี้ยง

– เยอรมนี เสีย 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

– และพวดเขา ได้ 2 ประตู จากโอกาสยิง 72 ครั้ง คิดเป็น 3% เท่านั้น แย่ที่สุดในฟุตบอลโลกคราวนี้ด้วย

 

 

– การพ่ายแพ้ต่อ สวีเดน ทำให้ 20 เกมในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลก เม็กซิโก แพ้ 3 เสมอ 7 และ ชนะ 10 แมตช์

– ใบเหลืองของ เฮซุส กัลลาร์โด้ ใน 15 วินาทีแรกของเกมนี้ เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกด้วย

– ลุดวิก ออกุสตินสัน ยิงประตูแรกในฟุตบอลโลกของเขา ด้วยการง้างเท้ายิงครั้งแรกในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกด้วย

– อันเดรียส กรานควิสต์ เป็นนักเตะสวีเดนคนแรก ที่ทำประตูได้ 2 ลูกขึ้นไปในฟุตบอลโลกครั้งเดียวกัน นับตั้งแต่ เฮนริค ลาร์สสัน ในปี 2002 ที่ทำได้ 3 ประตูในครั้งนั้น

– จุดโทษของ กรานควิสต์ ยังเป็นประตูจากจุดโทษ ลูกที่ 18 มากกว่าครั้งไหนๆ ในฟุตบอลโลกด้วย

– กัปตันสวีเดน ยังเป็นผู้เล่นคนแรกของทีม ที่ยิงจุดโทษเข้า 2 ลูกในฟุตบอลโลกครั้งเดียวกันได้สำเร็จด้วย

– ลูกทำเข้าประตูตัวเองของ เอ็ดสัน อัลวาเรซ ในเกมนี้ยังเป็นการทำเข้าประตูตัวเองลูกที่ 7 ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ มากกว่าฟุตบอลโลกครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

¬- ฮาร์เวียร์ “ชิชาริโต้” เฮอร์นานเดซ ไม่ได้แตะบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งเลยแม้แต่ครั้งเดียว และยังเป็นหนึ่งใน 3 จากนักเตะ 10 คนของทีมที่ไม่ฝช่ผู้รักษาปนะตู ที่ไม่มีโอกาสยิงเลยในครึ่งแรกของเกมกับ สวีเดน

 

 

– นี่เป็นชัยชนะนัดที่ 2 ของเท่านั้น ในฟุตบอลโลก 7 เกมหลังสุดของบราซิล เมื่อเจอกับทีมจากยุโรป โดยนัดสุดท้ายที่พวกเขาชนะก่อนเกมนี้ คือ เกมกับโครเอเชีย ปี 2014

– ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มีส่วนร่วมโดยตรงกับประตู 3 จาก 5 ลูกของบราซิล ในทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยการ ยิง 2 และ จ่าย 1

– และ 3 ประตูที่ คูตี้ มีส่วนร่วม เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่ม ทุกแมตช์ แมตช์ละ 1 ประตู

– 2 ประตูที่ ติอาโก้ ซิลวา ทำได้ในฟุตบอลโลก มาจากลูกเตะมุมทั้งหมด และ ทั้ง 2 ลูก ยังมาจากการเปิดของ เนย์มาร์ ทั้งคู่ด้วย โดยอีกลูก มาจากเกมพบ โคลอมเบีย ปี 2014

– ซิลวา ในวัย 33 ปี 278 วัน เป็นนักเตะอายุมากที่สุดอันดับที่ 2 ของบราซิล ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก รองจาก เบเบโต้ ในฟุตบอลโลก 1998 ด้วยวัย 34 ปี

– เนย์มาร์ ตอนนี้ มีส่วนร่วมกับประตูของทีมชาติบราซิลไปแล้ว 19 ประตู ใน 18 เกมหลังที่ลงสนาม โดยเขา ยิง 10 จ่าย 9

– บราซิล ผ่านรอบแรกในฟุตบอลโลกได้สำเร็จเป็นครั้งที่ 13 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 1970

 

 

– เมื่อรวมผลเสมอในนัดนี้ คอสตาริกา ไม่ชนะใครเลยตลอด 6 เกมหลังสุด โดยพวกเขา เสมอ 4 แพ้ 2 ใน 6 เกมดังกล่าว

– คอสตาริกา ทำประตูแรกในระยะเวลา 424 นาที ที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกได้สำเร็จ ในเกมเสมอกับ สวิตเซอร์แลนด์ โดยประตูสุดท้ายก่อนเกมนื้ที่พวกเขาทำได้ ต้องย้อนไปในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ปี 2014 ที่เจอกับ กรีซ เลย

– คอสตาริกา ยังเป็นทีมสุดท้ายที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกคราวนี้อีกด้วย

– คอสตาริกา เสียประตูในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกมไปแล้ว 3 ลูกในฟุตบอลโลกคราวนี้ มากกว่าทีมอื่นทุกทีม

– ยานน์ ซอมเมอร์ เป็นผู้รักษาประตูคนที่ 3 ในฟุตบอลโลก ที่ทำเข้าประตูตัวเอง ต่อจาก โนแอล วัลญาดาเรส ของฮอนดูรัส ในปี 2014 และ อันโดนี ซูบิซาร์เรต้า ของสเปน ในปี 1998

 

 

กลุ่มอี

– บราซิล เข้าไปพบกับ เม็กซิโก ในรอบ 16 ทีม

– สวิตเซอร์แลนด์ เข้าไปพบกับ สวีเดน

– เซอร์เบีย กับ คอสตาริกา ก็…อาดิอู

 

 

กลุ่มเอฟ

– สวีเดน แชมป์กลุ่ม พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

– ส่วน เม็กซิโก เจองานหนักอย่าง บราซิล แชมป์กลุ่มอี

– เกาหลีใต้ ตกรอบอย่างเท่ๆ ด้วยการล้ม และ ลากแชมป์เก่าตกรอบไปด้วย

 

 

เกมกลุ่ม เอช คู่แรกคืนนี้ ญี่ปุ่น พบ โปแลนด์

– โปแลนด์ตกรอบไปแล้ว

– ญี่ปุ่นต้องการแค่ผลเสมอเป็นอย่างน้อยเพื่อเข้ารอบ

– ชนะได้จะดี เพราะจะได้ลุ้นแชมป์กลุ่ม

– ถ้าแพ้ ต้องไปลุ้นให้โคลอมเบียแพ้ หรือ เซเนกัล แพ้ โคลอมเบีย เยอะกว่าที่ญี่ปุ่นแพ้

 

 

กลุ่ม เอช อีกคู่ เตะเวลาเดียวกัน เซเนกัล พบ โคลอมเบีย

– คู่นี้ ต้องเอากันตายทั้งคู่

– โคลอมเบียต้องชนะ เพื่อเข้ารอบ

– ถ้าทำได้เสมอ ต้องลุ้นให้ญี่ปุ่นแพ้ ตัวเองถึงจะเข้าไปกับเซเนกั

– เซเนกัลเอง ก็ขอแค่เสมอ จะเข้าแน่ๆ แต่ถ้าชนะจะได้ลุ้นแชมป์กลุ่ม

– แต่ถ้าเซเนกัลแพ้ ก็มีโอกาสตกรอบเช่นกัน

 

 

กลุ่ม จี คู่แรก ปานามา พบ ตูนีเซีย

– เล่นเพื่อสุขภาพและศักดิ์ศรี เพราะร่วงไปแล้วทั้งคู่

 

 

กลุ่มจี คู่ที่ 2 อังกฤษ พบ เบลเยียม

– คู่นี้ เสมอกันทุกอย่าง ทั้ง คะแนน, ผลต่างประตู, ประตูได้, ประตูเสีย

– ดังนั้น ถ้าใครชนะก็แชมป์กลุ่ม, ใครแพ้ก็รองแชมป์

– ถ้าเสมอ อาจจะต้องถึงขั้นดูแฟร์เพลย์ (นับใบเหลือง, ใบแดง)

– มันมีประเด็นนิดหน่อย ตรงที่ ที่ 2 สายนี้ จะเจองานง่ายกว่าที่ 1 มากโขอยู่