WC2018 Day 13: Result, Fixture, Table & Broadcast

27 June 2018
26 VIEWS

จากผลการแข่งขันที่ดุเดือดเมื่อคืนนี้ทำให้เราได้ 8 จาก 16 ทีมที่เข้ารอบน็อคเอาต์ไปแล้ว ส่วนจะเป็นใครกันบ้าง เช็คได้จากหน้านี้เลยครับ แค่เลื่อนลงไปเท่านั้น

 

 

 

– อังเดร การิโญ ยิงประตูให้เปรูนำในฟุตบอลโลกครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1978 ในเกมที่พบกับอิหร่าน และนั่นก็เป็นเกมสุดท้ายที่พวกเขาชนะ ก่อนที่จะมาชนะในเกมนี้

– เปาโล เกอร์เรโร่ ที่ยิงประตูได้ในเกมกับออสเตรเลีย กลายเป็นนักเตะอเมริกาใต้ที่แก่สุดอันดับที่ 3 ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก ด้วยวัย 34 ปี 176 วัน, รองจากอ๊อบดูลิโอ จาซินโต วาเรล่า ของอุรุกวัย ด้วยวัย 36 ปี 279 วัน และ มาร์ติน ปาเลร์โม ด้วยวัย 36 ปี 227 วัน

– เปรู เก็บชัยในฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี กับ 15 วัน นับตั้งแต่เอาชนะอิหร่าน 4-1 ในปี 1978 ซึ่งเป็นช่องว่างนานที่สุดอันดับที่ 4 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

 

 

– มีนักเตะฝรั่งเศส 3 คน ก่อนหน้า เพรสเนล คิมเปมเป้ ที่ได้เล่นกับทีมชาตินักแรกในฟุตบอลโลก ได้แก่ ฟร้องก์ ริเบรี่ ในปี 2006, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และ ลูก้าส์ ดีญ ในปี 2014 และเขา ในเกมกับเดนมาร์ก เมื่อคืนนี้

– ดิดิเย่ร์ เดส์ชอมป์ส คุมทีมนัดที่ 79 ให้กับฝรั่งเศส ขึ้นไปเทียบเท่า เรย์มองด์ โดเมเน็ค ในเกมกับ เดนมาร์ก

– สถิติ ไร้ผลเสมอ 0-0 จบลงที่ 37 เกมติดต่อกันในฟุตบอลโลกคราวนี้ หลัง ฝรั่งเศส เสมอกับ เดนมาร์ก แบบไร้สกอร์

– เดนมาร์กได้โอกาสยิงในครึ่งแรกแค่ 1 ครั้ง น้อยที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ปี 2002

– สตีฟ มองดองด้า ในวัย 33 ปี 3 เดือน กลายเป็นผู้เล่นที่แก่ที่สุด ที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกให้ฝรั่งเศส

– เกมระหว่างเดนมาร์กกับฝรั่งเศส เป็นเกมที่มีโอกาสทำประตูน้อยที่สุดในฟุตบอลโลกที่ 15 ครั้ง โดยใน 3 อันแรกที่มีโอกาสทำประตูกันน้อยที่สุด เกิดขึ้นในกลุ่มนี้ทั้งหมด (ออสเตรเลีย พบ เปรู กับ ฝรั่งเศส พบ ออสเตรเลีย 18 ครั้งเท่ากัน อันดับ 2 และ 3)

– ฝรั่งเศส จบรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก ในฐานะแชมป์ เป็นครั้งที่ 4 เท่านั้น หลังเคยทำได้ในปี 1958, 1998 และ 2014

– โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นผู้เล่นนอกเหนือจากตำแหน่งผู้รักษาประตูคนเดียวเท่านั้น ที่ยังไม่ได้รับบอลจากการจ่ายของ อองตวน กรีซมันน์ ในบอลโลกคราวนี้

 

 

– 30 ปี 189 วัน คืออายุเฉลี่ย ของทีมชาติอาร์เจนตินา ในเกมที่ลงสนามพบไนจีเรีย ซึ่งเป็นทีมชุดที่แก่ที่สุด ในการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย

– ฟรังโก อาร์มานี่ เป็นผู้รักษาประตูคนที่ 17 ที่ได้ออกสตาร์ตในฟุตบอลโลกให้อาร์เจนตินา ไม่มีประเทศไหนสตาร์ตโกลมากขนาดนี้มาก่อน

– ลิโอเนล เมสซี่ ยิงประตูที่ 100 ในฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้ ในเกมที่พบกับ ไนจีเรีย

– เมสซี่ ไม่ยิงประตูในฟุตบอลโลกมา 662 นาทีติดต่อกัน โดยประตูสุดท้ายที่เขายิงได้ในฟุตบอลโลก คือการยิงใส่ ไนจีเรีย ในฟุตบอลโลก 2014 และเป็นเรื่องบังเอิญสุดๆ ที่สถิตินี้มาจบที่ไนจีเรีย เช่นกัน

– 2 ใน 3 ประตูที่ มาร์กอส โรโฆ ยิงในนามทีมชาติ มาจากการยิงในฟุตบอลโลก และ มาจากการยิงไนจีเรียทั้งคู่เลย (อีกลูก ยิงไนจีเรียปี 2014)

– อาร์เจนตินา ผ่านเข้ารอบน็อตเอาต์ในฟุตบอลโลก ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 4 นับตั้งแต่ แ 2006, 2010, 2014 และครั้งนี้

– ลิโอเนล เมสซี่ ก้าวผ่าน ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่กระชากบอลผ่านคู่แข่งในบอลโลกได้ 105 ครั้งโดยรวมเมื่อคืน เมสซี่ กระชากบอลผ่านคู่แข่งไปแล้ว 107 ครั้ง ในทัวร์นาเมนต์นี้

– เอแวร์ บาเนก้า ลงสนามในฐานะนักเตะตัวจริงของทีมชาติอาร์เจนตินา ครั้งแรก แล้วสัมผัสบอลไป 111 ครั้ง มีเพียง 2 คนที่ลงสนามครั้งแรกในฟุตบอลโลกในฐานะตัวจริง แล้วทำได้ดีกว่าเค้าคือ เฟอร์นานโด กาโก้ และ เซบาสเตียน เวรอน

 

 

– โครเอเชีย ชนะ 3 นัดติดในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

– ประตูจากจุดโทษของ กิลฟี่ ซิกูร์ดสัน เป็นประตูจากลูกที่จุดโทษ ประตูที่ 17 ในฟุตบอลโลกไม่มีฟุตบอลโลกครั้งไหนที่มีคนทำประตูจากลูกที่จุดโทษรวมกันมากขนาดนี้มาก่อน

– 9 ใน 10 ประตูหลังของโครเอเชียในฟุตบอลโลก เกิดขึ้นในครึ่งหลังของเกม ประตูเดียวใน 10 ประตูที่มาจากครึ่งแรก คือการทำเข้าประตูตัวเองของ อ๊อกเฮเนกาโร่ เอเตโบ้ ในเกมพบกับ ไนจีเรีย ในฟุตบอลโลกคราวนี้นี่เอง

– มัตเตโอ โควาซิช จ่ายบอล 55 ครั้งในครึ่งแรก มากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ในเกมนี้ 13 ครั้ง และที่สำคัญ ทั้ง 55 ครั้ง เป็นการจ่ายบอลไม่พลาดเลยทั้งหมด 100%

 

 

กลุ่มซี

– ฝรั่งเศษ แชมป์กลุ่ม ไขว้ไปเจอ อาร์เจนตินา ที่น่าจะได้กำลังใจกลับมาเยอะแล้ว

– เดนมาร์ก รองแชมป์ ไขว้ไปเจอทีมสุดแกร่งอย่าง โครเอเชีย

– เปรู กับ ออสเตรเลียก็…อาดิอู

 

 

กลุ่มดี

– โครเอเชีย แชมป์กลุ่ม มี 9 คะแนนเต็ม ไขว้ไปเจอ เดนมาร์ก

– อาร์เจนตินา รองแชมป์กลุ่ม ไขว้ไปเจอ ฝรั่งเศส ถือเป็นอีกคู่ที่ต้องกาปฏิทินไว้เลย

– ส่วนไนจีเรีย กับ ไอซ์แลนด์ ก็…อาดิอู

 

 

คู่แรกกลุ่ม เอฟ คืนนี้ เกาหลีใต้ พบ เยอรมนี

– ตอนนี้ ทุกทีม ทั้ง 4 ทีม ยังมีโอกาสเข้ารอบ และตกรอบ

– เยอรมนี เหมือน อะไรจะสดใสขึ้น แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ แม้ในนัดนี้ พวกเขาจะเจอเกาหลีใต้ แต่ก็มีโอกาส ตกรอบ พอๆ กับเขารอบเช่นกัน

– ถ้าเยอรมนี ชนะเกมนี้ ไม่คิดมาก น่าจะเข้ารอบ (ถ้าไม่มีกรณีรักสามเศร้า) แต่ถ้าเสมอ เกาหลีใต้ ก็ต้องไปลุ้นให้สวีเดน แพ้ หรือ เสมอด้วยสกอร์ที่น้อยกว่า พวกเขาถึงจะเข้ารอบ

– แต่ต่อให้เยอรมนีแพ้ในเกมหน้า พวกเขาก็มีโอกาสเข้ารอบอยู่ดี ถ้าแพ้ด้วยสกอร์ 0-1 แล้วลุ้นให้ สวีเดน แพ้เละกว่านั้น

– เกาหลีใต้ ถึงแม้จะยังไม่มีแต้ม แต่ถ้าชนะเยอรมนี ได้ 2-0 แล้วลุ้นให้สวีเดนแพ้ สกอร์เท่าไหร่ก็ได้ เกาหลีใต้จะเข้ารอบแบบงงๆ เลย

– มันจะมีกรณีปวดหัวที่สุดคือ สวีเดน ชนะ เม็กซิโก ด้วยสกอร์ 1-0 แล้ว เยอรมนี ชนะเกาหลี ด้วยสกอร์ 1-0 เท่ากัน จะทำให้ เยอรมนี, เม็กซิโก และ สวีเดน มี 6 คะแนนเท่ากัน และมี ประตู +1 เท่ากันด้วย และ ทุกทีม จะยิง 3 เสีย 2 เท่ากันอีก

– แบบนั้นฟีฟ่าเขียนว่า ต้อง ต้องไปดู เฮดทูเฮด และอาจต้องลามไปวัดใบเหลือง ใบแดงเลยทีเดียว

 

 

คู่ที่ 2 แข่งเวลาเดียวกับคู่แรก เม็กซิโก พบ สวีเดน

– ถึงแม้ เม็กซิโก จะชนะ 2 นัดรวด แต่ก็ไม่อะไรการันตีว่าเขาจะเข้ารอบเช่นกัน หากไปแพ้ สวีเดน ในนัดนี้ ด้วยสกอร์สัก 2-0 แล้ว เยอรมนี ชนะเกาหลีใต้ พวกเขาจะตกรอบดิบๆ เลย

– ดังนั้น เกมนี้ จังโก้ ต้องการอย่างน้อย 1 คะแนนเพื่อการันตีการเขารอบ ซึ่งจะส่งผลให้เขาเป็นแชมป์กลุ่มด้วย

– ด้านสวีเดน มี 3 คะแนน สถานการณ์จึงเหมือนกับเยอรมัน เป๊ะ เพียงแต่ตัวเองเจองานยากกว่า เพราะต้องไปเจอจ่าฝูง เม็กซิโก

– มันจะมีกรณีปวดหัวที่สุดคือ สวีเดน ชนะ เม็กซิโก ด้วยสกอร์ 1-0 แล้ว เยอรมนี ชนะเกาหลี ด้วยสกอร์ 1-0 เท่ากัน จะทำให้ เยอรมนี, เม็กซิโก และ สวีเดน มี 6 คะแนนเท่ากัน และมี ประตู +1 เท่ากันด้วย และ ทุกทีม จะยิง 3 เสีย 2 เท่ากันอีก

– แบบนั้นฟีฟ่าเขียนว่า ต้อง ต้องไปดู เฮดทูเฮด และอาจต้องลามไปวัดใบเหลือง ใบแดงเลยทีเดียว

 

 

คู่ดึกคู่แรก เซอร์เบีย พบ บราซิล

– คู่นี้ง่ายๆ ใครชนะ เขารอบเลย ไม่คิดเยอะ

– ในกรณี เซอร์เบียแพ้บราซิล จะตกรอบเลยเช่นกัน

– แต่ถ้า บราซิล แพ้เซอร์เบีย ต้องลุ้นให้ สวิส แพ้ คอสตาริกาเช่นกัน และต้องแพ้ต้วยจำนวนประตูเท่ากัน หรือ มากกว่า เท่านั้น

– แต่ถ้า บราซิลแพ้ แล้ว สวิสไม่แพ้ บราซิลจะกลับบ้านแทน

– ในกรณี บราซิล กับ เซอร์เบีย เสมอกัน บราซิล จะเข้ารอบแน่ๆ ส่วน เซอร์เบียต้องไปลุ้นให้ สวิส แพ้ คอสตาริกา ต่อไป

 

 

คู่ดึกอีกคู่ เล่นเวลาเดียวกัน สวิตเซอร์แลนด์ พบ คอสตาริกา

– คอสตาริกา ยังไงก็…อาดิอู

– สวิสต์ ต้องการผลเสมอเพื่อการันตีว่า รอดแน่ๆ

– ถ้าชนะได้ จะได้บลุ้นแชมป์กลุ่ม ยิ่งชนะเยอะ ยิ่งมีโอกาสมาก

– ถ้าแพ้ ก็มีโอกาสร่วงนะ ถ้าอีกคู่ออกเสมอ