WC2018 Day 11: Result, Fixture, Table & Broadcast

25 June 2018
25 VIEWS

เช่นเดิม และเช่นเคยในทุกวัน เรารวมรวมสิ่งที่ควรรู้ในฟุตบอลโลกเมื่อคืนที่ผ่านมาในหน้านี้ เผื่อใครพลาด จะอ่านแล้ว จะคุยกับคนอื่นรู้เรื่องแน่นอน เลื่อนอ่านเลย!!!

 

 

– แกเร็ธ เซาธ์เกตคุมทีมชาติอังกฤษมา 20 นัด ในตลอด 20 นัด เขาไม่เคยจัดตัวจริงลงสนามซ้ำกันเลย…ชอบเปลี่ยนแปลง

– จอห์น สโตนส์ เป็นนักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่ทำประตูให้อังกฤษได้ ต่อจาก เทรเวอร์ ฟรานซิส ในปี 1982

– แฮร์รี่ เคน เป็นนักเตะคนที่ 3 ของทีมชาติอังกฤษ ที่ทำประตูให้ทีมชาติ 3 ลูกขึ้นไปในรอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ ต่อจาก โรเจอร์ ฮันท์ ในปี 1966 และ แกรี่ ลินิเกอร์ ในปี 1986

– จุดโทษของแฮร์รี่ เคน เป็นการยิงจุดโทษสำเร็จครั้งแรกในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ ฟุตบอลโลก 2002 ที่ เดวิด เบ็คแฮม ยิงใส่ทีมชาติอาร์เจนตินา

– นี่เป็นครั้งที่ 5 เท่านั้น ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ที่มีการทำประตู 5 ลูกขึ้นไปในครึ่งแรกของเกม โดยเกมล่าสุดก่อนเกมนี้ คือรอบรองชนะเลิศ ที่ เยอรมนี ถล่ม บราซิล ในปี 2014 นั่นเอง

– แฮร์รี่ เคน เป็นผู้เล่นคนแรก ที่ยิง 2 ประตู ตลอด 2 นัด ที่ลงสนามในการเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรก ต่อจาก เกอร์เซกอร์ ลาโต้ ทีมชาติโปแลนด์ ในปี 1974 ซึ่งสุดท้ายแล้ว ลาโต้ ก็กลายเป็นดาวซัลโว ในทัวร์นาเมนต์นั้นด้วย

– เคน ยังเป็นนักเตะอังกฤษ คนที่ 3 เท่านั้น ที่ยิงแฮตทริก ในฟุตบอลโลกได้ ต่อจาก เจฟฟ์ เฮิร์สต์ ในปี 1966 และ แกรี่ ลินิเกอร์ ในปี 1986

– นอกจากจะนำเป็นดาวซัลโวในทัวร์นาเมนต์หลังทำไป 5 ประตูแล้ว เคนยังครองสถิติสุดยอดตรงที่ว่า ทัวร์นาเมนต์นี้ เขาเพิ่งยิงตรงกรอบไปแค่ 5 ครั้งเท่านั้นด้วย เท่ากับว่า แต่ละครั้งที่เขายิงตรงกรอบ คือ ประตูทั้งหมด

– ไคล์ วอล์กเกอร์ จ่ายบอลสำเร็จในเกมนี้ 104 ครั้ง มากที่สุดเป็นสถิติของทีมชาติอังกฤษ นับตั้งแต่ปี 1966

– ทีมชาติอังกฤษ ยิงไปแล้ว 8 ประตูจากฟุตบอลโลก 2 นัดในครั้งนี้ เทียบเท่ากับทั้งทัวร์นาเมนต์ ในปี 1954 และ 1990 โดยมีเพียง บอลโลกปี 1966 เท่านั้น ที่ยิงประตูรวมมากกว่า โดยครั้งนั้น ยิงไป 11 ประตู

– ด้วยวัย 37 ปี 4 เดือน ประตูของ ฟิลิเป้ บาลอย กลายเป็นคนอายุมากที่สุดอันดับที่ 4 ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกรองจาก โรเจอร์ มิลล่า (42 ปี 1 เดือน), กุนนาร์ เกร็น (37 ปี 7 เดือน) และ กูอูห์เตม็อช บลังโก (37 ปี ถ เดือน)

– ประตูที่ 6 ของอังกฤษ มีการต่อบอลกัน 25 ครั้งก่อนยิงเข้าไป ซึ่งเป็นการต่อบอลโดยไม่โดนแย่งก่อนทำประตูยาวนานที่สุด นับแต่ปี 1966 เอาชนะประตูของ เอสเตบัน กัมเบียสโซ่ ของอาร์เจนตินา ที่ยิงใส่ เซอร์เบีย ในปี 2006 ไป 1 จังหวะพอดี

 

 

– ถึงแม้จะไม่ชนะ แต่เซเนกัล ก็ยังรักษาสถิติที่ว่า เมื่อซาดิโอ มาเน่ ทำประตู พวกเขาจะไม่แพ้ต่อไว้ได้ต่อไปเป็นนัดที่ 15 โดยเป็นการชนะ 9 เสมอ 6 เกม

– ซาดิโอ มาเน่ ยิงประตูในเกมนี้ ด้วยการโดนบอลครั้งที่ 4 ในเกมเท่านั้น

– ประตูของ มาเน่ ในเกมนี้ ยิงในนาทีที่ 10:59 ถือเป็นประตูที่เร็วที่สุดที่ญี่ปุ่นเสียในฟุตบอลโลกด้วย

– ทาคาชิ อินูอิ ยิงไป 3 ประตู จาก 3 นัดล่าสุดให้ทีมชาติญี่ปุ่น มากกว่า 26 เกมก่อนหน้านี้ที่เขาติดทีมชาติรวมกัน โดยทำไป 2 ประตูเท่านั้น

– เคย์สุเกะ ฮอนดะ กลายเป็นนักเตะเอเชีย ที่ครองสถิติยิงประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลกเรียบร้อย หลังเขาทำประตูที่ 4 จากการลงสนาม 9 นัด ในรายก่ารนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา

– นอกจากนี้ ฮอนดะ ยังเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรก ที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้งด้วย (2010, 2014, 2018)

– มูสซ่า วาเก้ กลายเป็นนักเตะแอฟริกันที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก ด้วยวัย 19 ปี 8 เดือน

– ซาลิฟ ซาเน่ เข้าแย่งบอลจากนัดเตะญี่ปุ่น สำเร็จ 100% โดยเขาเข้าบอล 12 ครั้ง ได้บอลทั้งหมด

– เซเนกัล มีเปอร์เซ็นการพ่ายแพ้ในฟุตบอลโลกเพียง 14% ด้วยการแพ้เพียง 1 จาก 7 นัดที่พวกเขาได้เล่นในฟุตบอลโลก และนัดเป็นเปอร์เซ็นที่ดีที่สุดในบรรรดาทีมทั้งหมดด้วย (นับเฉพาะชาติที่เล่นฟุตบอลโลก 5 เกมขึ้นไป)

 

 

– มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่โคลอมเบีย แพ้ใน 2 นัดแรกฟุตบอลโลก คือในปี 1994 ต่อ โรมาเนีย และ สหรัฐอเมริกา และพวกเขาก็หยุดไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งได้สำเร็จ

– ซานติอาโก อาริอัส จ่ายบอลสำเร็จ 45 จากทั้งหมด 47 ครั้ง คิดเป็น 96% ดีที่สุดในผู้เล่นทั้งหมดเกมนี้

– ฮวน กวาดราโด้ ยิงประตูที่ 2 ในฟุตบอลโลก ในวันครบรอบ ที่เขาทำประตูแรกในฟุตบอลโลก เมื่อ 4 ปีก่อน ในเกมพบกับ ญี่ปุ่น วันที่ 24 มิถุนายน 2014 อย่างพอดิบ พอดี

– ฮาเมส โรดริเกวซ มีส่วนร่วมถึง 10 ประตู ในการลงเล่นฟุตบอลโลก 7 นัดกับโคลอมเบีย ด้วยการทำ 6 ประตู กับ 4 แอสซิสต์

– ถ้านับเฉพาะฟุตบอลโลก 2 ครั้งหลัง ไม่มีใครยิงประตูรวมมากกว่า ฮาเมส และ ไม่มีใคร แอสซิสต์ มากกว่าเขาด้วย

– ราดาเมล ฟัลเกา ยิงประตูที่ 30 ในนามทีมชาติโคลอมเบีย มากกว่าใครในสถิตินี้

– โปแลนด์ เป็นชาติจากยุโรปชาติแรกที่ตกรอบในฟุตบอลโลกคราวนี้…อาดิอู

– วันนี้วันเดียว มีการทำประตูไปทั้งหมด 14 ลูก ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 1994 โดยวันนี้ก็มีประตู 14 ลูก เช่นกัน (นับเฉพาะวันที่แข่งมากสุด 3 เกม)

– ทั้ง 32 แมตช์ที่ผ่านมา ไม่มีเกมไหนเลยที่จบลงด้วยสกอร์ 0-0 ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ ที่ยาวนานที่สุด ที่ไม่มีการจบแมตช์ด้วยการเสมอไร้สกอร์ ทำลายสถิติของฟุตบอลโลกปี 1954 ที่ยาวนาน 26 แมตช์ ลงอย่างราบคาบ

 

 

กลุ่มจี น่าจะเป็นกลุ่มที่สรุปง่ายที่สุด

– เบลเยียม กับ อังกฤษ เข้ารอบแน่นอน

– ตูนิเซีย กับ ปานามา ตกรอบชัวร์…อาดิอู

– เบเยียม กับ อังกฤษ จะต้องเจอกัน แมตช์สุดท้ายเพื่อตัดสินแชมป์กลุ่ม

– ถ้าผลออกมาเสมอ ต้องไปลุ้นดูใบเหลือง-ใบแดง ตามกฎแฟร์เพลย์เลยทีเดียว เพราะยิงเท่ากัน เสียเท่ากันอยู่

 

 

กลุ่มเอช เป็นกลุ่มที่เหลือโอกาสกัน 3 ทีม

– โปแลนด์ กลับบ้านแน่นอน…อาดิอู

– แต่นัดหน้า โปแลนด์จะเจอญี่ปุ่น ส่วน เซเนกัล เจอ โคลอมเบีย

– ญี่ปุ่น ชีวิตดูดีสุด ถึงแม้จะเจอโปแลนด์ เพราะถ้าแค่เสมอ พวกเขาจะเข้ารอบเลยโดยไม่ต้องลุ้นผลใดๆ (ถ้าชนะได้จะดี)

– ถ้าญี่ปุ่นแพ้ ก็ยังไม่ตกรอบ เพราะถ้าเซเนกัล ชนะ โคลอมเบีย พวกเขาก็เข้ารอบอยู่ดี หรือ ในทางกลับกัน ถ้า เซเนกัล แพ้ โคลอมเบีย ด้วยสกอร์ที่มากกว่าพวกเขาแพ้ โปแลนด์ ญี่ปุ่นก็ได้ไปต่อ

– ถือว่า ตอนนี้ ญี่ปุ่น ได้เปรียบสุด

– ส่วนเซเนกัล เงือนไขจะเหมือนญี่ปุ่น แต่จะยากกว่าหน่อย เพราะ โคลอมเบียก็หวังจะเข้ารอบ

– ส่วน โคลอมเบีย ถ้าชนะได้ก็จบ ถ้าเสมอก็ต้องไปลุ้นให้ญี่ปุ่นแพ้

– ตามนั้น

 

 

คู่แรกคืนนี้ รัสเซีย พบ อุรุกวัย เตะพร้อมอีกคู่ในกลุ่มเอ อียิปต์ เจอ ซาอุดิ อาระเบีย

– ไม่มีอะไรมาก ใครชนะ ก็แชมป์กลุ่ม

– ถ้า เสมอ รัสเซียจะเป็นแชมป์กลุ่ม เพราะผลต่างประตูดีกว่า

– ใครแพ้ ก็เข้ารอบอยู่ดี

 

 

คู่ที่ 2 เตะพร้อมอีกคู่ อียิปต์ เจอ ซาอุดิ อาระเบีย รัสเซีย พบ อุรุกวัย

– คู่นี้ก็ไม่มีอะไร ตกรอบไปแล้วทั้งคู่ เตะเพื่อศักดิ์ศรีล้วนๆ

 

 

คู่ 3 เตะ สเปน พบ โมร็อคโค เตะพร้อมอีกคู่ ในกลุ่มบี อิหร่าน พบ โปรตุเกส

– สเปน ไม่แพ้เข้ารอบแน่ แต่เชื่อว่าอยากชนะมากกว่า

– ต่อให้แพ้ ก็ใช่ว่าจะตกรอบ ต้องไปลุ้นผลอีกคู่

– แต่ที่แน่ๆ โมร็อคโค ต่อให้ชนะก็ไม่เข้ารอบ

 

 

ค่ที่ 4 อิหร่าน พบ โปรตุเกส เตะพร้อมอีกคู่ สเปน พบ โมร็อคโค

– คู่นี้ ใครชนะเข้ารอบ

– ถ้า เสมอ โปรตุเกสเข้ารอบแน่นอน ส่วนอิหร่านต้องไปลุ้นให้สเปนแพ้ โมร็อคโค 3 ลูกขึ้น

– ในกรณีที่ อิหร่าน ชนะ โปรตุเกส อิหร่านเข้ารอบ แต่ โปรตุเกส ก็ต้องไปลุ้นผลคู่สเปน ให้สเปนแพ้เช่นกัน ตัวเองถึงจะเข้ารอบ