WC2018 Day 7: Result, Fixture, Table & Broadcast

21 June 2018
62 VIEWS

วันที่ 7 ของฟุตบอลโลก เรายังมีผลการแข่งขัน ตารางคะแนน และ โปรแกรมการแข่งขันมาฝาก แต่วันนี้ เรามีการเพิ่มสถิติต่างๆ ไว้ในภาพของแต่ละเกมด้วยนะครับ คลิกอ่านกันได้เลย

 

 

– โปรตุเกส ถอนแค้น โมร็อคโค ได้สำเร็จ ที่บอกว่าถอนแค้น เพราะว่า ความพ่ายแพ้ครั้งเดียวของทัพฝอยทอง ต่อทีมในแอฟริกา คือการพ่ายโมร็อคโค นี่แหละ ในปี 1986 ด้วยสกอร์ 1-3

– โรนัลโด้ ยิงในนามทีมชาติไปแล้ว 85 ประตู มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบรรดานักเตะที่มาจากยุโรป เป็นรองเพียง อาลี ดาอี ที่ทำไว้ 104 ประตู คนเดียวเท่านั้น

– คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังกลายเป็นนักเตะคนที่ 2 ต่อจาก โชเซ่ ตอร์เรส ในปี 1966 ที่ทำประตูจาก เท้าซ้าย, เท้าขวา และ หัว ในฟุตบอลโลกครั้งเดียวกันได

– โมร็อคโค เป็นทีมแรกที่ตกรอบในฟุตบอลโลกคราวนี้อย่างเป็นทางการ

 

 

– อุรุกวัย เก็บชัยชนะใน 2 เกมแรกของฟุตบอลโลก ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1954

– หลุยส์ ซัวเรซ ลงสนามเป็นเกมที่ 100 ในเกมนี้ กับซาอุดิ อาระเบีย กลายเป็นนักเตะอุรุกวัยคนที่ 6 mมาถึงจุดนี้ได้สำเร็จ

– ประตูของซัวเรซ ในเกมนี้ ทำให้เขา กลายเป็นนักเตะอุกรุกวัย คนแรก ที่ยิงในฟุตบอลโลกได้ 3 ทัวร์นาเมนต์ ติดต่อกัน

– ซัวเรซ ยังมีส่วนร่วมกับการทำประตูของ อุรุวัย ถึง 8 จาก 10 ประตูล่าสุด โดยเป็นการยิง 6 แอสซิสต์อีก 2

– ฮาคิม ซิเยค ทำบอลเสียไปคนเดียวถึง 30 ครั้งในเกมกับโปรตุเกส ซึ่งเลวร้ายที่สุดในฟุตบอลโลก 2018

 

 

– ทั้ง อิสโก้ และ เซร์คิโอ รามอส ต่างผ่านบอลสำเร็จมากกว่า อิหร่านทั้งทีม ในครึ่งแรก โดย อิสโก้ ผ่านบอลไป 55 ครั้ง ส่วนรามอส 53 ครั้ง แต่อิหร่านทั้งทีมผ่านบอลสำเร็จ 49 ครั้งเท่านั้น

– แม้ว่าจะครองบอลได้ถึง 81.1% ในครึ่งแรกในเกมกับอิหร่าน แต่สเปน ก็มีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

– ส่วนอิหร่าน อาการหนักกว่า เพราะครั้งสุดท้ายที่พวกเขายิงประตูตรงกรอบ ต้องย้อนไปเมื่อ 137 นาที ก่อนจบเกมนี้ หรือนั่นคือในเกมนัดแรกกับ โมร็อคโค โดยคนที่ยิงตรงกรอบคนสุดท้ายในฟุตบอลโลกครั้งนี้ของอิหร่านคือ อัลรีซ่า ยาฮานบัคห์ชา

– ดีเอโก้ คอสต้า มีโอกาสยิงตรงกรอบในฟุตบอลโลกครั้งนี้ 3 ครั้ง จาก 2 นัด และกลายเป็น 3 ประตู ให้ทีมชาติสเปน

– อิสโก้ ได้สัมผัสบอลตลอดเกมนี้ถึง 138 ครั้ง ถือเป็นการสัมผัสบอลมากที่สุดของนักเตะสเปน ในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ปี 1966 เลยทีเดียว

– สกอร์ 1-0 ยังเป็นสกอร์ยอดฮิตในฟุตบอลโลก โดยหลังจากจบคู่สเปน ที่เอาชนะ อิหร่าน มีสกอร์ 1-0 ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปแล้ว 9 คู่ ซึ่งมากกว่าฟุตบอลโลก 2014 ที่มีสกอร์ 1-0 อยู่ 8 คู่ตลอดทัวร์นาเมนต์

– การจบ 1-0 ของคู่อิหร่าน และ สเปน ทำให้สกอร์เมื่อคืนที่ผ่านมาจบที่ 1-0 ทุกคู่ ซึ่งทำให้นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่มีสกอร์ 1-0 ตลอดทั้งวันที่แข่งขัน โดยครั้งแรก เกิดขึ้นวัยที่ 25 มิถุนายน 1982 มีเกมแข่งขัน 3 และอีกครั้งในวันที่ 23 มิถุนายน 2010 มีเกมแข่งขัน 3 คู่เช่นกัน

– 80% ของฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ตัดสินกันด้วยผลต่างประตูเดียว หรือน้อยกว่านั้น (16 จาก 20 คู่) ซึ่งถึอเป็นเปอร์เซ็นที่มากที่สุดในบรรดาฟุตบอลโลกทั้งหมดที่จัดมา

– ไม่มีการเสมอ 0-0 เลย ใน 20 เกมแรกของฟุตบอลโลกคราวนี้ โดยครั้งสุดท้ายที่มีเหตุการณ์แบบนี้ ต้องย้อนไปในปี 1954 เลยทีเดียว

 

 

ในกลุ่ม เอ

– รัสเซีย กับ อุรุกวัย เข้ารอบแน่นอนแล้วทั้งคู่ โดยทั้ง 2 ทีม จะต้องไปดวลกันเพื่อหาแชมป์กลุ่มในเกมนัดสุดท้าย

– อียิปต์ กับ อุรุกวัย ก็ต้อง Say goodbye เล่นนัดสุดท้ายเพื่อศักดิ์ศรีต่อไป

 

 

ในกลุ่มบี

– ที่ตกรอบแน่ๆ แล้ว คือ โมร็อคโค

– โปรตุเกส กับ สเปน ผลต่างลูกได้เสียเท่ากับ เป็นที่ 1 ร่วมในตอนนี้

– โปรตุเกส จะเจออิหร่านในนัดสุดท้าย ส่วน สเปน จะเจอกับ โมร็อคโค

– อิหร่านต้องชนะโปรตุเกส หรือยันเสมอให้ได้ แต่ถ้าให้ดีชนะดีกว่า เพราะไปแช่งสเปน ไม่น่าจะสนุก

– ส่วน ทีมเพื่อนบ้านในยุโรปแค่เสมอก็ลอยลำ แต่เชื่อว่า ต่างต้องการชนะทั้งคู่นั่นแหละ

 

 

คู่แรกคืนนี้ เดนมาร์ก ที่ชนะมาในนัดแรก พบ ออสเตรเลีย ที่แพ้มา

– เดนมาร์ก ถ้ามี 3 คะแนนเต็ม ก็จะผ่านเข้ารอบทันที

– ออสเตรเลีย ต้องมี 1 คะแนนอย่างน้อย หากไม่อยากกลับบ้าน แต่ถ้าจะให้ดีต้องชนะให้ได้

 

 

คู่ที่ 2 ฝรั่งเศส ที่ชนะมาในนัดแรก จะพบกับเปรู ที่แพ้เดนมาร์กมา

– คู่นี้ สถานการณ์เหมือนคู่เมื่อกี้ ฝรั่งเศส ถ้าชนะจะลอยลำเช่นกัน

– เปรูต้องยันเสมอให้ได้เป็นอย่างน้อย

 

 

กลุ่มดี นัดที่ 2 อาร์เจนติน่า พบ โครเอเชีย

– อาร์เจนฯ จะให้ดีควรชนะในนัดนี้ให้ได้ ไม่งั้นนัดสุดท้ายอาจจะลำบากเพราะต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ

– โครเอเชีย ถ้าชนะจะเข้ารอบทันที แต่คงไม่ง่าย