อำลาตำรา “เกมรับ” เล่มเก่า

อย่างที่ตั้งคำถามไว้ในคอลัมน์ของผมก่อนเกมครับว่า: “เราจะเล่นเกมรับอย่างไร?”

หรือรวม ๆ แล้ว มิโลวาน ราเยวัช จะวาง “กลยุทธ์” ในการเล่นอย่างไร ในบ้าน โดยเฉพาะกับ “เกมรับ” ที่รับต่ำเกินไปในเลกแรก

ข้อดีที่ได้เห็นคือ “ช้างศึก” พยายามเพรสซิ่งสูง และดันไลน์รับขึ้นสูงเมื่อมีโอกาส อาทิ ตอนมาเลเซีย คืนหลัง หรือสร้างเกมจากแดนหลัง เฉพาะอย่างยิ่ง สรรวัชญ์ ที่ขยันอย่างมาก

อีกจุดหนึ่ง คือ การเติมของกรกช และฟิลิป โรลเลอร์ ทางฝั่งซ้าย และขวามากขึ้น

ขณะที่ “แท็คติกส์” ใช้ “จ่าเย็น” มงคล แทนนูรูล ก็ดูเหมือนจะออกดอกออกผลจากรูปร่างที่ได้เปรียบอันนำมาซึ่งประตูแรกของไทยจากบอลทะแยงมุมฝั่งซ้ายโดยศุภชัย โยนลึกมาเสาไกลให้มงคลโหม่งชงให้ฐิติพันธ์ เขกเข้าไปในนาทีที่ 21

เรียกได้ว่า “บอลโยน” จากซ้าย/ขวา และฟรีคิก เราทำได้ดี โดยอดิศักดิ์ก็ยืนตำแหน่งพร้อมกับการรับบอลได้ยอดเยี่ยม

รวมกับ “แท็คติกส์” จากเกมแรก บอลตักข้ามหลังไลน์ไปที่ว่างระหว่างไลน์รับกับประตูที่เราทำได้ดี และบ่อยจนเซนเตอร์ฮาล์ฟ เบอร์ 7 ไอดิล ซาฟวน ควบตามจนเจ็บกล้ามเนื้อโคนขาต้องเปลี่ยนตัวออกไปตั้งแต่ยังไม่ 20 นาทีแรก

ทั้งหมด คือ “จุดเด่น” ของช้างศึกเฉพาะอย่างยิ่งมีหลายจุดที่ “แตกต่าง” จากเลกแรกอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ดีครับ ยามเล่น “เกมรับ” ทีมชุดนี้ยังมีธรรมชาติถอยหลัง ถอยหลัง และถอยหลัง จนต่ำเข้าไปในกรอบเขตโทษ

ส่วนมิดฟิลด์จะมีหลายจังหวะที่ลงมากองใกล้กัน หรือไม่ได้ยืนเป็น “เชฟบอล” เป็นไลน์ที่ 2 ในระยะ “ระหว่างไลน์” ของไลน์รับ และไลน์รุกที่สมดุล

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ จังหวะ transition จากรับเป็นรุกจะไม่มีใคร “สนับสนุน” อดิศักดิ์ได้ทัน

ส่วนจากรุกเป็นรับก็จะเป็นเช่นประตู 1-1 ที่เสีย หลังไลน์รับถอยหลัง ๆ และครีเอตพื้นที่ใหญ่มาก “หน้าไลน์” เกมรับที่มิดฟิลด์ลงมาช่วยไม่ทัน

สุดท้าย กรกชเจอสถานการณ์ 2:1 เพราะมีทั้งแบ็คขวา คนทำสกอร์ และปีกผิวเข้ม ซูมาเรห์ ขึงอยู่ที่ริมเส้นด้านข้าง

เมื่อไม่มีใครเข้าสกัด และมีทั้งพืนที่ กับเวลาเพียงพอ ซาฟารีจึงซัลโวประตูแรกในนามทีมชาติเสือเหลืองเข้าไป

ครึ่งหลัง ราเยวัช แก้เกมส่งมิดฟิลด์ที่มีสัญชาตญานเกมรุก ปกเกล้า และสุมัญญา ลงมาแทนธนบูรณ์ และมงคล โดยเฉพาะปกเกล้าลงมาตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

แต่ทว่า ประตูออกนำ 2-1 ก็เกิดขึ้นจากฟรีคิกผ่านการสัมผัสบอลแรกของ สุมัญญาที่ พรรษาโหม่ง “ดาบ 2” เข้าไป

จากนั้นสถานการณ์เหมือนครึ่งแรก เพราะขณะที่กำลัง “ครอบครอง” สถานการณ์ และทำได้ดี

เกมรับไทยก็ “พังทลาย” อีกหนเพราะถอยหลัง ๆ ๆ และมารับในกรอบเขตโทษ และไม่ได้ “ประกบ” แมนทูแมน ดีพอให้เบอร์ 9 นอร์ชาห์รูล ที่พลาดเป็นร้อยลูกในเลกแรก จับบอล และกลับตัวยิงได้ในกรอบเขตโทษเป็นประตูสุดสำคัญ 2-2 ของทีมเสือเหลืองมาเลเซีย

ที่มี “มูลค่า” ถึงนัดไฟนอล อาเซียน คัพ 2018 หลัง อดิศักดิ์ เตะจุดโทษ “ขึ้นฟ้า” ช่วงทดเจ็บให้ทีมชาติไทยไม่ชนะ

ทั้งนี้ หากลูกนี้เข้าไป มันอาจจะกลายเป็น “ภาพลวง” ของทีมชาติไทยก็ได้ เพราะตลอด 2 เลก คงจะปฏิเสธได้ยากว่า มาเลเซีย ได้ “เปิดเผย” ให้เห็นถึงจุดที่ต้องแก้ไข และเรียนรู้มากมายของทีมชาติไทย

หากชนะ เราอาจ “ลืมตัว” และไม่เรียนรู้ไปกว่า ตำรา “เกมรับ” เล่มเก่า ๆ ของ มิโลวาน ราเยวัช ที่ดีไม่พอแม้กระทั่งระดับเกมอาเซียน ครับ



RELATED POSTS

Story

ทีมจักรยานที่ดีที่สุดต้องดิ้นรนหาสปอนเซอร์ใหม่

SPORTDesk. Team

นับเป็นเรื่องข่าวช็อกฟ้าผ่าวงการกีฬาจักรยานถนน ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างสูงในทวีปยุโรป เพราะล่าสุด Sky ผู้ให้บริการเคเบิ้ลทีวียักษ์ใหญ่ในอังกฤษและยุโรป ประกาศออกมาว่าจะ “ยุติ” ให้การสนับสนุนทีมจักรยาน Team Sky นับตั้งแต่สิ้นสุด ฤดูกาลแข่งขัน 2019 เป็นต้นไป

Thought

“ก้าวกระโดด” พัฒนาฝีเท้า และอัพค่าตัว

ไข่มุกดำ

เมื่อ 26 ก.ค.ผมได้เขียนเรื่อง “ขุนศึกคู่บัลลังก์” และพูดแบบเซอร์ไพรส์ ๆ ถึงการ “เติบโต” อย่างรวดเร็วของ ริชาร์ลิสัน หัวหอกบราซิเลี่ยนตัวใหม่ของเอฟเวอร์ตันไปครั้งหนึ่งแล้ว

Story

อัลฟอนโซ่ เดวิส … เขาคือใคร ?

SPORTDesk. Team

ชื่อของ อัลฟอนโซ่ เดวิส ขึ้นพาดหัวข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ออนไลน์ แม้จะไม่ใช่ข่าวใหญ่ เขย่าวงการฟุตบอลยุโรป อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ย้ายไปซบรั้วม้าลาย ยูเวนตุส ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในฐานะที่ ค่าตัวของเขาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกสหรัฐ มันก็น่าหยิบหยกมาพูดถึงเขาสักนิดหนึ่ง