“เวลา” หลังการกลับมาของฟุตบอล

2 June 2020
54 VIEWS

สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ช่วงโควิด-19 ที่ไม่มี “ฟุตบอลสด” ให้ชมกระทั่งการกลับมาของ บุนเดสลีกา 16 พ.ค. ก็คือ บ้านเรามีการผลิตคอนเทนท์ต่าง ๆ บนโลกออนไลน์เพื่อช่วงชิง “เวลา” จากผู้บริโภคสูงมาก

LIVE โคตรเยอะ! ทั้ง talk ประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่รายการสัมภาษณ์, รีวิวสินค้า, รายการข่าว, รายการกีฬา ไปจนถึงดนตรีสดเล่นโดยศิลปินมีชื่อแบบฟรี ๆ 

เหนือสิ่งอื่นใด ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นมาแทบจะ “พร้อมกัน”

นี่ยังไม่รวม “เวลา” ที่เราอาจจะต้องเลือกใช้กับโทรทัศน์ผ่านเกมโชว์, รายการข่าว, ละคร, บันเทิง ฯลฯ

ไม่รวม “เวลา” ชมซีรีส์ผ่านกล่อง OTT จาก Netflix หรือแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ

ไม่รวม “เวลา” ชมคอนเทนท์ดี ๆ ของเคเบิ้ลทีวีที่หากใครเป็นสมาชิก อาทิ ทรูวิชั่นส์

นี่ยังไม่ได้รวม “เวลา” ที่อาจต้องเลือกฟังรายการวิทยุไม่ว่าจะ Club Friday ฯลฯ

จะเห็นได้นะครับว่า คอนเทนท์ทั้งหมดข้างต้นได้ “โอกาส” ทองฝังเพชรตอนไม่มีกีฬาสด broadcast ให้ชม และไม่มากก็น้อยสามารถช่วงชิง “เวลา” จาก consumers อย่างพวกเราไปได้

ผมเองก็ชมซีรีส์จบอย่างน้อย 2 เรื่อง The English Game และสหายผู้กอง ไม่นับรวมภาพยนต์ย้อนหลังอีกหลายเรื่องซึ่งมีทั้งชมจบ และไม่จบ

บางเรื่อง บางซีรีส์ก็ชมได้นิดเดียวก็เลิกดู เพราะคิดว่าไม่น่าจะตรง “จริต” ส่วนตัว

ทว่าประเด็นก็ยังคงอยู่ที่ คอนเทนท์เหล่านี้สามารถ “ขโมย” เวลาที่เคยชมฟุตบอลจากผมไปได้!

ฟุตบอลบุนเดสลีกาก็เช่นกันครับนะครับที่ผ่านสายตาผมไปแล้ว 4 นัด และได้เรียนรู้อะไรมากมายแบบไม่เคยมีมาก่อน

ทั้งที่ดีก็มีให้ลิสต์เป็นหัวข้อได้เยอะ และไม่ชอบ (ไม่อยากเรียกว่า “ไม่ดี”) ก็มีไม่น้อย

สิ่งที่ดี ผมชอบ: แท็คติกส์ แต่ละทีม, เทคนิค ดี, รูปแบบ และวิธีการเล่นทั้งรับ รุก ทรานสิชั่น และลูกตั้งเตะชัดเจน, ลักษณะฟุตบอลไม่ไดเร็กต์ หรืออินไดเร็กต์/เร็วไป หรือช้าไป, ซูเปอร์สตาร์มีอยู่ในแต่ละทีม และดาวรุ่งมีเยอะมาก

สิ่งที่ไม่ชอบ: มาตรฐานต่างกันมากระหว่างทีมหัวตาราง กับกลางมาท้ายตาราง ดังจะเห็น “สกอร์สูง” จากบิ๊กทีมได้สบาย ๆ และทีมรองยากมากจะยิงทีมใหญ่ได้, ยังมีข้อผิดพลาด หรือเสียประตูแบบบอลสนามซ้อมให้เห็นบ่อย ๆ, รวมความแล้วก็คือ ความ competitiveness มีน้อย คาดเดาผลการแข่งขันได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ดี บุนเดสลีกา จะยังคงอยู่ในสายตา และในใจผมไปอีกอย่างน้อย 1 วีคเอนด์ เพราะ “เวลา” ของผมยังเหลือ

แต่หลังจากนั้นไล่จาก 11 มิ.ย.(ลา ลีกา), 17 มิ.ย.(พรีเมียร์ลีก – ตกค้าง) และ 20 มิ.ย.(กัลโช่ เซเรียอา) Norm ของฟุตบอลก็จะกลับมาอีกครั้ง

การชมฟุตบอลจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ “ชมสด” แต่รายการข้างเคียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะ พรีวิว, รีวิว, สกุ๊ป หรือช่องทางโซเชียล และออนไลน์หาข้อมูลเพิ่มเติมล้วนประกอบกันให้การชมฟุตบอลแต่ละนัดสนุกสนาน และมีอรรถรสมากขึ้น

ทั้งหมดล้วนรับประทาน “เวลา” จากชีวิตเราเหลือเกิน

ผมเอง จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับสิ่งเหล่านี้แทบจะทั้งวัน เพราะเราสนุกกับการเสพคอนเทนท์ทำนองนี้ และเอา “เวลา” ที่เหลืออีก 1 ชั่วโมงเศษ ๆ รวบรวมสิ่งที่ชอบมาปั้นเป็นงานเขียน 1 โพสต์

ดังนั้นส่วนใหญ่จึงใช้ “เวลา” ที่มีจับแต่พรีเมียร์ลีกนั่นแหละครับ และเดี๋ยวนี้ต้องไล่ลึกไปถึงช่องทางของนักเตะ, นักเขียน/กูรูดัง ๆ หรือสโมสรเองมากกว่าจะแค่ผ่าน “สื่อ” เหมือนเช่นเดิมอีกแล้ว

ก็เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุดนะครับ

เอาเป็นว่า เรื่องวันนี้เกี่ยวกับ “เวลา” ลองเก็บไปคิดกันดูนะครับ

นี่ยังไม่นับหลังโรงภาพยนต์เปิด และมีกิจกรรม กิจการ เช่น ไปเตะบอล ได้แล้ว “เวลา” ของเราก็จะยิ่งเหลือน้อยลง

นอน 8 ชั่วโมง, ทำงาน 8 ชั่วโมง เหลืออีก 8 ชั่วโมงทุกท่านจะเหลือ “เวลา” ทำอะไร และเสพคอนเทนท์อะไรได้บ้าง?