ทิม ครูล กับ ขวดน้ำมหัศจรรย์

ทิม ครูล
5 March 2020
100 VIEWS

กิตติศัพท์ของ ทิม ครูล ผู้รักษาประตูชาวเนเธอร์แลนด์ ในการเซฟลูกที่จุดโทษ เป็นที่ร่ำลือมาตั้งแต่สมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แล้ว จนกระทั้งปัจจุบัน แม้จะย้ายไปร่วมทีมตัวเต็งตกชั้นอย่าง นอริช ซิตี เขาก็ยังคงทักษะที่ค่อนข้าง “เฉพาะตัว” ราวกับพรสวรรค์ไว้ได้ต่อไป และมันเกิดขึ้นในเกมเอฟเอ คัพ เมื่อคืนที่ผ่านมาที่ทีม “นกขมิ้น” เอาชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไปได้ในการดวลลูกที่จุดโทษ

ประตูของ โจซิป เดอร์มิช นาทีที่ 78 ในเกมรอบ 5 ของศึกฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ เมื่อคืนที่ผ่านมา พาทีม นอริช กลับมาสู่เกม พร้อมทำให้นัดนี้ต้องเตะกันถึง 120 นาที และไม่มีประตูเกิดขึ้นในช่วง 30 นาทีของการต่อเวลาพิเศษ จึงต้องดวลลูกที่จุดโทษกันเพื่อตัดสินหาทีมที่จะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป และผลการดวลลูกจุดโทษที่ว่า เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ได้รู้กันแล้วว่าเป็นทีมอันดับบ๊วยของ ศึกพรีเมียร์ลีก ที่แม่นกว่า และผ่านเข้ารอบต่อไปได้

หลังจบเกม สปอร์ตไลต์ถูกส่องไปยัง ทิม ครูล นายทวารวัย 31 ปี จาก ฮาก รายนี้ เนื่องจากเขาเป็นคนที่เซฟ 3 จุดโทษในช่วงเวลาที่ชี้เป็นชี้ตายอย่างการดวลลูกที่จุดโทษหลังเกม 120 นาทีจบลง โดยในเกมนี้ อีริค ลาเมลา, ทรอย แพร์ร็อตต์ และเกดสัน เฟอร์นานเดส เป็นเหยื่อจากการเซฟของเขา และจะว่าไป สิ่งที่ ครูล ทำได้ ไม่ใช่แค่การฟลุกเดาทางถูกเหมือนผู้รักษาประตูทั่วไปเวลาเซฟลูกที่จุดโทษ แต่มันเกิดจากความตั้งใจ และ การทำการบ้านมาแล้วด้วย

ภาพขวดน้ำที่มี “โพย” ในการยิงจุดโทษของผู้เล่น “ไก่เดือยทอง” เขียนชื่อและมุมการยิงถูกแสดงให้เห็นหลังเกมจบลง ในนั้นมีรายชื่อของ หมายเลข 6 ดาวิซอน ซานเชซ (ขวา), หมายเลข 18 โจวานนี โล เซโซ (ซ้าย), หมายเลข 15 อิริค ไดเออร์ (ขวา), หมายเลข 30 เกดสัน แฟร์นานเดส (ไม่แน่ใจว่าเขียนว่าอะไร), หมายเลข 52 ทรอย แพร์ร็อตต์ (ขวา), หมายเลข 11 อีริค ลาเมลา (ซ้าย) และ หมายเลข 29 โอลิเวอร์ สกิปป์ (ซ้าย)

และจากรายชื่อข้างขวดดังกล่าวทั้งหมด 7 รายชื่อ ทั้ง 5 รายชื่อจาก 7 รายชื่อนั้น รับหน้าที่เป็นคนสังหารจริง ๆ ตามที่ถูกเขียนลงในขวดน้ำดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นการเซฟของ ครูล ถึง 3 ครั้ง และไม่แน่ว่า ถ้าการดวลจุดโทษต้องไปถึงการดวลแบบ ซัดเดิลเดธ เราอาจจะได้เห็น โอลิเวอร์ สกิปป์ กับ ดาวิซอน ซานเชซ เป็นอีก 2 คนที่ลงมายิงตามรายชื่อข้างขวดดังกล่าวจริง ๆ ก็ได้

หนึ่งในรายชื่อที่น่าสนใจคือ ทรอย แพร์ร็อตต์ ที่ทั้งฤดูกาลนี้ เขาได้ลงเล่นให้ทีมเจ้าบ้านในเกมนี้แค่ 2 นัดเท่านั้น แต่ทว่า รายชื่อในขวดน้ำดังกล่าว กลับมีชื่อของเขาด้วย นั่นหมายความว่า ครูล และ ทีมงานทำการบ้านกันมาอย่างยอดเยี่ยมจนทำให้รู้ว่า เขาจะได้เป็นหนึ่งในคนยิงลูกที่จุดโทษในนัดนี้ และยิ่งไปกว่านั้น คือ ครูล สามารถป้องกันการยิงของเขาได้ด้วย แม้แทบจะไม่เคยเห็นเขายิงลูกที่จุดโทษมาก่อนเลย

ทุกคนมักจะบอกว่า ผมเป็นคนที่เซฟลูกจุดโทษได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้นผมรู้ดีว่าผมต้องทำให้ดีกว่านั้น ผมต้องเซฟลูกที่จุดโทษให้ได้บ้าง” นายทวารวัย 31 ปี กล่าวหลังเกมจบลง

นั่นคือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกัน นั่นคือเหตุผลที่ทำไมผมจึงทำงานหนัก เมื่อคุณเป็นฝ่ายตามหลัง นี่อาจจะเป็นสิ่งที่คุณคิดถึงก็ได้

ตอนเป็นเด็ก ๆ ผมหวังเสมอว่าจะเซฟลูกที่จุดโทษได้ และผมทำได้ในระดับสโมสรเมื่อผมเติบโตขึ้นมา มันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ทีเดียว

ผม และโค้ชของผม ทำการบ้านกันอย่างหนัก หนักมากพอที่ผมจะได้รายชื่อเหล่านั้นมาในขวดน้ำ มันเป็นแบบนี้เสมอเมื่อคุณต้องดวลลูกที่จุดโทษ

ที่เหลือ แค่ทำให้ได้ตามที่เราคาดหวังไว้ และ มันก็เป็นอย่างที่เราต้องการต่อหน้าแฟน ๆ อีกกว่า 9,000 ในสนามแห่งนี้

จริง ๆ  แล้ว ต่อให้มี “โพย” ก็ใช่ว่าผู้รักษาประตูจะเซฟลูกที่จุดโทษได้ง่าย ๆ แต่ในกรณีของ ทิม ครูล ที่ถือเป็นมือโปรด้านเซฟจุดโทษอยู่แล้ว การมี “โพย” นั้น ช่วยได้มากทีเดียว เพราะในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่มีโพย เพราะเป็นจุดโทษที่เกิดขึ้นระหว่างเกม เขาก็สามารถเซฟได้มากกว่าเสียประตูอยู่ดี

ปีนี้ นอริช โดนลูกที่จุดโทษในศึกพรีเมียร์ลีกภายใต้การทำหน้าที่ของ ครูล 5 ครั้ง 2 ครั้งแรกเกิดขึ้นในนัดที่ นอริช พ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-3 แต่ทั้ง อองโตนี มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็พลาดลูกที่จุดโทษ เมื่อยู่ต่อหน้านายทวารผู้นี้  ครั้งที่ 3 เขาก็ยังมาเซฟ 1 คะแนนในเกมที่ทีมเสมอกับ อาร์เซนอล 2-2 โดยเป็นการเซฟลูกที่จุดโทษของ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง ได้สำเร็จ

ส่วนหลังจากนั้น เขาเสียประตูจากลูกที่จุดโทษอีก 2 ประตู คือในเกมที่พวกเขาเสมอกับ สเปอร์ส 2-2 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาโดน แฮร์รี เคน เปลี่ยนลูกที่จุดโทษเป็นประตูได้สำเร็จ และประตูล่าสุดในฤดูกาลนี้ที่เขาเสียจากลูกที่จุดโทษเกิดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย แรชฟอร์ด เปลี่ยนลูกจุดโทษเอาคืน ครูล จากนัดแรกได้สำเร็จ

จะเห็นว่า จากสถิติที่เกิดเป็นตัวพิสูจน์ได้ว่า ทิม ครูล ไม่ธรรมดาอยู่แล้วในการเซฟจุดโทษ ไม่ว่าจะมีโพย หรือไม่มีโพยก็ตาม และมันอาจจะบอกเราได้ว่า ต่อให้ไม่มีขวดน้ำมหัศจรรย์ดังกล่าว เขาก็อาจจะพาทีม “นกขมิ้น” เข้ารอบได้อยู่ดี!