ไทเกอร์ วูดส์ : การคัมแบ็คที่ยิ่งใหญ่ แลกมาด้วยความเจ็บปวดที่ใหญ่ยิ่ง

ข่าวการคว้าแชมป์ มาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนต์ 2019 ที่ออกัสต้า กอล์ฟ คลับ ในสหรัฐอเมริกา ถูกตีข่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนหน้าสื่อ ทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ และ ออนไลน์ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่เป็นการคัมแบ็คครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของกีฬาครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากว่า ลิเวอร์พูล จะกลับมาคว้าแชมป์ลีกอังกฤษได้ ก็คงไม่มีเรื่องราวไหนที่น่าจะเป็นข่าวแห่งปีได้มากกว่าข่าวนี้อีกแล้ว

หลากหลายแง่มุมถูกนำเสนอถึงความยิ่งใหญ่ และการกลับมามาได้อีกครั้ง หลังจากห่างหายจากแชมป์ เมเจอร์ ไปนานถึง 11 ปี 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ภายใต้รอยยิ้มบนกรีนแจ็คเก็ต ที่ออกกัสต้า เมื่อวานนี้ (15 เมษายน 2019) มันมีเบื้องหลังเป็นความเจ็บปวด และเรื่องราวอันขุ่นมัวมากมายที่เขาต้องก้าวข้ามมา และนี่คือเรื่องราวเบื้อหลังรอยยิ้มในวันนี้ของ “พญาเสือ” คนนั้น

จุดเริ่มต้นของความเสื่อม – ติดเช็กซ์ รักร้าว ฉาวหนัก

ปลายปี 2009 มี สามีภรรยาคู่หนึ่งทะเลากันหน้าบ้านของพวกเขาในมลรัฐ ฟลอริด้า ฝ่ายภรรยาดูเหมือนสุดจะทนกับพฤติกรรมบางอย่างของสามี เธอเอาไม้กอล์ฟ ไล่ตีเขา และนั่นทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ฝ่ายสามี ขับรถชนหัวจ่ายน้ำดับเพลิงขึ้นมา

ถึงแม้เวลาต่อมา ข่าวจากบางสำนักจะรายงานว่า เหตุการณ์รถชนเกิดขึ้นก่อน และฝ่ายภรรยา เป็นฝ่ายช่วยสามีด้วยการเอาไม้กอล์ฟไปตีกระจกรถ แล้วดึงตัวเขาออกมา แต่สุดท้าย นั่นก็กลายเป็นแค่คำโกหกของฝ่ายชายเท่านั้น

ใช่ครับ นี่คือเรื่องราวของ ไทเกอร์ วูดส์ กับอดีตภรรยาของเขาอย่าง เอลิน นอร์ดเดเกรน หลังฝ่ายหญิงจับได้ว่าเขาแอบซุก “กิ๊ก” ไว้ไม่ต่ำกว่า 3 คน หากแต่ 3 คน คือตัวเลขที่เธอรู้เท่านั้น เพราะตลอด 6 ปีที่โปรกอล์ฟชื่อดัง แต่งงานกับนางแบบสาวชาวสวีดิช เขาแอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับผู้หญิงไม้ต่ำว่า 120 คน…ย้ำอีกครั้งว่า 120 คน!!

เหตุการณ์นั้นเป็นจุดจบความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาของ ไทเกอร์ กับ เอริน ลงในปี 2010 หลังเอลิน ตัดสินใจฟ้องหย่ากับเขา ด้วยเหตุผลที่ว่า ความสัมพันธ์ของเธอและเขามาถึงจุดที่แตกหักจนไม่อาจคืนดีกันได้อีก และร้องขอต่อศาล เพื่อกลับไปใช้นามสกุลเดิม คือ นอร์ดเดเกรน แทน วูดส์ ด้วย

ด้านไทเกอร์ ก็ออกมายืดอกยอมรับผิดที่นอกใจภรรยา พร้อมเล่าว่า เขาพยายามประคับประครองทุกอย่างเพื่อให้ทั้งคู่กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันฉันท์สามีภรรยาอีกครั้ง โดยเคยเสนอเงินถึง 80 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อโน้มน้าวใจเธอ แต่ไม่เป็นผล เพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช้เงิน และเงินจำนวนที่ว่าก็ซื้อความสุขไม่ได้ สุดท้าย ทั้งคู่ก็หย่าจากกันอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 สิงหาคม 2010

การหย่าจาก เอลิน เป็นจุดเริ่มต้นของของจุดตกต่ำที่ไทเกอร์ วูดส์ ต้องเผชิญอย่างแท้จริง เพราะหลังจากนั้น เขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดใด ๆ ที่จะไปมีเช็กซ์ กับผู้หญิงคนไหนก็ตาม นั่นทำให้เขาระเริงไปกับสัมพันธ์สวาทอย่างเต็มที่กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา

อาการติดเช็กซ์ ของ ไทเกอร์ ส่งผลต่อฟอร์มในสนามอย่างชัดเจน เพราะจากในปี 2009 ที่เขาคว้าแชมป์ของพีจีเอ ทัวร์ ได้ถึง 6 รายการ กลายเป็นว่า เขามือเปล่าในปี 2010 และสุดท้ายต้องยอมพักการเล่นไปในที่สุด เพื่อไปบำบัดอาการที่และทำให้ชื่อของ ไทเกอร์ วูดส์ หายไปจากหน้าสื่อกีฬาเป็นครั้งแรก ในรอบหลายปี

อาการบาดเจ็บ – ศัตรูตลอดกาลของนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่

ชื่อของ ไทเกอร์ วูดส์ กลับมามีพื้นที่บนหน้าข่าวกีฬาอีกครั้ง ในปี 2012 หลังจากที่เขาต้องพักการแข่งขันและถึงแม้กลับมาเล่น ฟอร์มก็ไม่เข้าที่ไปอยู่เกือบ 3 ปี โดยในปี 2012 เขาเริ่มต้นปีอย่างสวยงาม ด้วยการคว้าแชมป์พีจีเอ ทัวร์ รายการ อาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชั่นแนล ในเดือนมีนาคม และดูเหมือนเขาจะคืนฟอร์ม เพราะจากแชมป์นั้น ไปจนถึง เดือนสิงหาคมปี 2013 เขาคว้าแชมป์รวมถึง 8 รายการ แต่ช่วงเวลานั้น เขาคงไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ที่มีชื่อว่า “อาการบาดเจ็บ”

ปี 2013-14 เป็นปีแห่งการผ่าตัดและพักฟื้นของ ไทเกอร์ และหลังจากพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2014 ที่เขาไม่ผ่านการตัดตัว การผ่าตัดที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาลก็คืบคลานเข้ามาเพราะหลังจากที่เขาต้องทนกับอาการปวดหลังอย่างหนัก เนื่องจากตีกอล์ฟมาทั้งชีวิต เขาก็ตัดสินใจขึ้นเขียงผ่าตัดหลัง แต่เขาไม่มีทางรู้ในวันนั้นได้เลยว่า นี่จะไม่ใช่การผ่าหลังเพียงครั้งเดียวในชีวิต

เพราะหลังจากนั้น เขาต้องเขาผ่าหลังอีก 2 ครั้งติดต่อกันในปี 2015-16 จนมันนำมาสู่อาการเสพย์ติดยาแก้ปวด ที่เขาต้องกินมันตลอดเวลา และในฤดูกาล 2016 เขาต้องพักทั้งฤดูกาล เพื่อฟื้นฟูร่างกายจากการผ่าตัดเพื่อรักษาหลังเป็นครั้งที่ 3 ด้วย แต่เขาก็ไม่ได้หายขาดจากอาการนี้

ในที่สุด เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดหลังอีกครั้ง ในช่วงเดือนเมษายนปี 2017 เป็นครั้งที่ 4 เพราะเขายังมีอาการติดขัดเสมอ ทุกครั้งที่ออกวงสวิง และเมื่อปรึกษาแพทย์ ก็จำเป็นต้องมีการผ่าตัดครั้งนี้ โดยเขาหวังว่ามันจะหายขาดเสียที

อาการบาดเจ็บหลัง เป็นอาการที่นักกอล์ฟต่างไม่อยากประสบพบเจอ เพราะเป็นอาการบาดเจ็บที่ส่อแววว่าจะเป็นอาการเรื้อรัง และส่งผลต่อการเล่นอย่างมาก อีกทั้งการรักษา ต้องใช้ระยะเวลานาน นอกจากการฟื้นฟูบาดแผลผ่าตัดราว 2-3 สัปดาห์แล้ว การฟื้นฟูร่างกาย อาจจะกินเวลา ไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน แล้วแต่กรณีด้วย

แต่ไทเกอร์ ต้องเผชิญหน้ากับการผ่าตัดหลังถึง 4 ครั้ง ในเวลาเพียง 19 เดือน ทั้งยังนำมาสู่การที่เขาต้องติดยาแก้ปวด จนกลายเป็นเรื่องฉาวอีกเรื่องในอาชีพในเวลาต่อมาด้วย

จุดต่ำสุดของชีวิต – ทางแยกระหว่าง ยอมจำนน หรือ สู้ต่อไป

ถ้ามันจะมีปีที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตสำหรับมนุษย์จริง ๆ แล้วล่ะก็ สำหรับไทเกอร์ วูดส์ ปี 2017 คือปีนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย 

เขาเริ่มปีจากการที่ต้องผ่าตัดหลังเป็นครั้งที่ 4 ในเดือนเมษายน และหลังจากนั้นแค่ราวเดือนเดียว การเสพย์ติดยาแก้ปวดของเขาที่มีมายาวนานเพราะการผ่าตัดที่บ่อยครั้ง ก็กลายเป็นเรื่อง เพราะเขาถูกตำรวจในรัฐฟลอริด้า จับกุม ขณะขับรถยนต์แถวบ้านทั้งยังมีอาการมึนเมา

ในตอนแรก ทุกคนตีตราว่าเขาไม่รับผิดชอบต่อสังคมด้วยการเมาแล้วเขา แต่เมื่อสืบไปสอบมา กลายเป็นว่า เขามีอาการสะลึมสะลือจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป จนกลายเป็นการเสพย์ติด โชคยังดีที่เขาไม่โดนศาลพิจารณาโทษขั้นหนักคือสั่งจำคุก

แต่เหตุการณ์ดังกล่าว ดึงเอากำลังใจในชีวิตเขาออกไปจนหมด เพราะจากเหตุการณ์เมาแล้วขับ ประกอบกับการกายภาพบำบัดที่ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เขาก็ออกมาเปรยกับสื่อว่า พิจารณาการเลิกเล่นเป็นหนึ่งในทางเลือกเช่นกัน เพราะเหนื่อย และ หมดกำลังใจกับสภาวะที่เป็นอยู่

เท่านั้นยังไม่พอ อยู่ดี ๆ ในวันธรรมดา ๆ ของเดือนกันยายน ก็มีการกระจายข่าวว่า ไทเกอร์ ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ท่ามกลางความงงงวยของเจ้าตัว ถึงแม้ ไทเกอร์ จะออกมาแก้ข่าวในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ก็มีคนกดไลค์ พร้อมกับพิมพ์ R.I.P ให้เขานับล้านคน

ณ จุดนั้น ถ้าไปถามแฟนกอล์ฟ หรือ คนทั่วไป ว่าไทเกอร์ จะมีโอกาสกลับมาคว้าแชมป์เมเจอร์ ได้หรือไม่? คนสติดี ๆ คงไม่มีใครตอบว่าได้แน่ ๆ เพราะขนาดตัวเขาเองยังหมดกำลังใจ จนพิจารณาจะเลิกเล่นเลย

แต่ในเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดของชีวิต ลูก ๆ ของเขาทั้ง 2 คน ทั้ง แซม และ ชาร์ลี รวมไปถึงคุณแม่ กุลธิดา เป็นคนไม่กี่คนที่เชื่อมั่นในตัวเขา และเชื่อว่าเขาจะกลับมาได้ในที่สุด

ไทเกอร์ กล่าวเอาไว้ หลังจากที่คว้าแชมป์ มาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนต์ได้ว่า คุณแม่กุลธิดา เป็กำลังใจสำคัญที่ทำให้เขากลับมายืนตรงนี้ได้อีกครั้ง

“มันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก การเล่นกอล์ฟตลอด 22 ปีที่ผ่านมา มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นเหมือนเดิมเสมอคือ แม่จะคอยอยู่ข้างผมตลอดเวลาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันนี้เราทำได้แล้ว ผมรักแม่มากครับ”

และ เขายังเปิดเผยว่า ลูก ๆ ทั้ง แซม และ ชาร์ลี เป็นกำลังใจสำคัญ เพราะเขาอยากจะคว้าแชมป์ต่อหน้าลูก เพื่อให้พวกเขาได้เห็นว่า พ่อของเขาเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ แบบที่เป็นข่าว

“การที่ลูก ๆ ของผมมาอยู่ที่นี่ด้วย เหมือนการครบรอบวงจรชีวิตของครอบครัว เพราะว่าพ่อของผมเคยอยู่ที่สนามแห่งนี้เมื่อปี 1997 (ที่เขาคว้าแชมป์หนแรก) ส่วนตอนนี้ ผมอยู่ในฐานะคุณพ่อ พร้อมกับลูกอีก 2 คน”

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้เขาไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมจำนน และสู้ต่อไป ก็คือ ‘ครอบครัว’ นั่นเอง

การกลับมาอีกครั้ง – การวางแผนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

สำหรับคนที่ได้ดู มาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนต์ แบบสด ๆ คงได้เห็นว่า ไทเกอร์ ดูเหมือนมีโชคช่วย เมื่อ ผู้นำอย่าง ฟรานเชสโก้ โมลินารี่ และ ผู้ที่ขับเคี่ยวกับไทเกอร์มาตั้งแต่หลุมแรกในรอบ 4 อย่าง บรูค เคปก้า ตีตกน้ำในหลุม 12 ออก ดับเบิ้ล โบกี้ ทั้งคู่ ทำให้ไทเกอร์ แซงขึ้นนำเดี่ยว ก่อนจะคว้าแชมป์ไปในที่สุด

แต่ สกิ๊ป เบย์เลส นักข่าว และ พิธีกรกีฬาชื่อดังของ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ และ จิม แนนช์ ผู้บรรยายกีฬาของ ซีบีเอส ที่บรรยายมาสเตอร์ส ทัวร์นาเมนต์ในวันนั้นไม่ได้มองแบบนั้น โดยทั้งคู่ มองว่าไทเกอร์ ตั้งใจเล่นเชฟมากกว่าทั้ง 2 คน ที่มองถึงเบอร์ดี้ มากกว่า โดยไทเกอร์ วางแผนเล่นแค่พาร์เท่านั้น

สิ่งที่ไทเกอร์ มีติดตัวในคราวนี้ คือสิ่งที่ต่างออกไปจากไทเกอร์ เมื่อในอดีต เขาไม่ได้เล่นเสี่ยง หรือ กล้าได้กล้าเสียแล้วทำได้ แต่เขาเล่นอย่างสุขุม เขาเลือกที่จะ เพลย์เชฟในหลุม 12 ที่มีถึง 4 คนในกลุ่ผู้นำพลาด ทั้ง โมลินารี่, เคปก้า, โทนี่ ฟิเนา และ ริคกี ฟาวเลอร์

สกิ๊ป ยกย่องไทเกอร์ ว่า เป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่สามารถคว้าแชมป์มาสเตอร์ ได้ทั้งที่ ไม่มีอีเกิ้ล เลยตลอด 4 วัน และไดร์ฟลูกเป็นอันดับท้าย ๆ แค่ อันดับที่ 44 จากนักกอล์ฟที่ผ่านการตัดตัว 65 คน ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่ตั้งใจมาเล่นแบบนี้ ไม่มีทางที่จะทำสำเร็จ

ส่วน จิม แนนซ์ ถึงกับบกย่องว่า ไทเกอร์ คือหนึ่งในนักวางแผนการเล่นที่หาตัวจับยากที่สุดแห่งยุคสมัย ระหว่างการบรรยายเกมในรอบสุดท้ายด้วย

ดังนั้น อาจจะไม่ใช่แค่โชคก็ได้ ที่ทำให้เขาเป็นแชมป์ หากแต่มันคือ การคิดมาแล้วอย่างละเอียดรอบครอบ และทำได้อย่างที่คิดไว้มากกว่า ที่พาเขามาใส่กรีน แจ็คเกตอีกครั้ง ในวันนี้

สู่อนาคต – เรื่องราวที่เราไม่มีทางรู้ แต่จะเล่าเท่าที่รู้

เริ่มมีคนพูดถึงการทำลายสถิติ ของ แจ็ค นิคลอส ตำนานโปรกอล์ฟ ผู้คว้าแชมป์เมเจอร์มากที่สุด 18 รายการลง และหลายคนก็เชื่อว่า ไทเกอร์ มีโอกาสจะทำสิ่งนั้นได้มากที่สุด เพราะตอนนี้ เขาห่างจากพื้นที่ที่จะกลายเป็นประวิติศาสตร์ อีกเพียง 3 เมเจอร์ เท่านั้น

แต่นั่น คงได้แค่คิด เพราะความแน่นอนในอนาคตนั้นหามีไม่!

แต่เรื่องที่เราแน่ใจได้ก็คือ ไทเกอร์ ได้ปลุกกระแสของกีฬาชนิดนี้ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากมันซบเซาลงเพราะเขาหายไปจากวงการ และการที่เขากลับมาคว้าแชมป์มาสเตอร์ส ได้สำเร็จ ทำให้เขากลับขึ้นมาเป็นมือวางอันดับ 6 ของโลกได้ในที่สุด และถือเป็นการกลับมารั้งมืออันดับเลขตัวเดียวของโลก ครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีด้วย

เป้าหมายที่แท้จริงของ ไทเกอร์ อาจจะเป็นการกลับขึ้นมือ1 ของโลก หรือ การล้มสถิติ ราชากอล์ฟโลก อย่าง แจ็ค นิคลอส หรือเปล่า อันนี้คงมีแต่ตัวเขาที่ตอบได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เราตอบได้แน่ ๆ คือ ไทเกอร์ ได้ก้าวผ่านความเจ็บปวดจากอดีตตลอด 10 ปีทีผ่านมาได้สำเร็จอย่างสวยงาม ซึ่งพิสูจน์ได้จากรอยยิ้มเมื่อเขากอดลูก ๆ และ คุณแม่กุลธิดา ตอนที่คว้าแชมป์ได้

และเรื่องราวของไทเกอร์ในคราวนี้ อาจจะสอนเราได้ว่า 

“ทุกคนล้วนมีวันที่เลวร้ายกันทั้งนั้น แต่คนที่ก้าผ่านมันมาได้ ก็จะมีความสุขกับชีวิตในช่วงต่อมาได้เช่นกัน…”



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ดร็อกบาแขวนสตั๊ด-ตำนานที่จะถูกเล่าไปอีกนาน

SPORTDesk. Team

ดิดิเยร์ ดร็อกบา อดีตกองหน้าผู้ใช้เท้าเขียนเรื่องราวการยิงประตูจนกลายเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสรเชลซี ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า นับตั้งแต่นี้ไป เขาขอยุติเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งเขายึดถือเป็นสรณะของชีวิตมาเป็นเวลามากกว่า 20 ปี

Thought

จะเลือก “แท็คติกส์” ไหน?

ไข่มุกดำ

ทราบไหมครับว่า ระบบ “4-3-3” กับ “4-2-3-1” ของลิเวอร์พูลต่างกันอย่างไร? ก่อนจะไปทราบคำตอบ ผมขอ “แอบถาม” ก่อนว่า เกมเฉือนนาโปลี 1-0 ในอีกนัดแห่งความจำค่ำคืน European Nights ทัพหงส์แดง ใช้นักเตะ 11 คนแรกต่างจากเกมนัดไฟนอล UCL 2018 กับเรอัล มาดริด เพียง 2 คนเท่านั้นนะครับ

Story

WC2018 Day 31: Result, Stats, Fixture & Broadcast

SPORTDesk. Team

เกมชิงที่ 3 จบไปแล้ว และวันนี้ จะเป็น เมนอีเวนต์ ที่ทั้งโลกรอคอย เราจะได้รู้ว่า ใครจะเป็นทีมที่คว้าแชมป์โลกไปครอง ระหว่าง ฝรั่งเศส และ โครเอเชีย ห้ามพลาด!!!